'ตูน บอดี้สแลม'คนวิ่งหาเงินทำบุญ ที่สารพัดกลุ่มโหนจนหลังแอ่น!

  • Saturday, November 11, 2017 - 14:16

    การวิ่งของ “ตูน” นักดนตรีแนวโมเดิร์นร็อก วันนี้ไม่ได้มีแค่แฟนเพลงมาคอยกรี๊ดตอนแสดงดนตรีเท่านั้น แต่กลายเป็น “ขวัญใจ” ผู้คนทั่วประเทศไปแล้ว โดยเฉพาะสองฝั่งถนนทุกจังหวัด อำเภอ ตำบลที่ตูนวิ่งผ่าน จากที่เริ่มวิ่งจนถึงวันนี้ยอดบริจาคเงิน (จากผู้คนทุกเพศทุกวัย) เกือบ 150 ล้านบาทแล้ว ในช่วงแค่ 10 วันที่ผ่านมา! ที่ว่าทุกเพศทุกวัยนั้นก็ดูเอาจากเงินบริจาคที่ทีมงานช่วยกันนั่งนับทั้งวันทั้งคืนจนมือเป็นตะคริว! กองเงินบริจาคมีทั้งธนบัตรใบย่อย-ใบใหญ่ เหรียญ กองเป็นภูเขาเงินผ้าป่า! ไม่นับรวมเช็คธนาคารจากเศรษฐีที่ร่วมบริจาคอีกส่วนหนึ่ง และเงินส่วนอื่นๆ ที่มีการบริจาคผ่านช่องทางที่เปิดไว้! ดูกองเงินแล้วเหมือนกองเงินบุญของชุมชนไทยยังไงยังงั้น!

    “ตูน” อาทิวราห์ คงมาลัย เกิดเมื่อ 30 พฤษภาคม พ.ศ.2522 ที่สุพรรณบุรี เป็นนักร้องนำและนักแต่งเพลงวง บอดี้สแลม เป็นหลาน แอ๊ด คาราบาว เป็นลูกพี่ลูกน้องกับ ตั๊ก บงกช ตูนเคยเข้าประกวดเวทีฮอตเวฟมิวสิค อวอร์ด ครั้งที่ 1 เมื่อปี 2539 ได้เข้าเป็นสมาชิกวง ละอ่อน เซ็นสัญญากับทางค่าย มิวสิค บั๊กส์ ต่อมาสมาชิกบางส่วนแยกตัวไปศึกษาต่อ ตูนจึงได้ร่วมกับ ธนดล ช้างเสวก และ ฐพล พรรณเชษฐ์ ตั้งวง บอดี้สแลม ขึ้น นอกจากดนตรีแล้ว ตูนยังเป็นนักกีฬาปิงปอง หรือ เทเบิลเทนนิส ถึงขนาดที่ได้รับเชิญเป็นทูตกีฬาเทเบิลเทนนิส จากสมาคมเทเบิลเทนนิสแห่งประเทศไทยด้วย หวานใจของตูนเป็นนักแสดงสาว ก้อย (รัชวิน วงศ์วิริยะ) มุมชีวิตตูนมีเรื่องดีๆ มากมายทั้งการศึกษาที่จบระดับมัธยมจากสวนกุหลาบ และเอนทรานซ์เข้าเรียนต่อจนจบที่คณะนิติฯ จุฬาฯ หลังจบการศึกษาเคยทำงานเป็นสจ๊วตสายการบินกัมพูชาแอร์ไลน์อยู่ช่วงสั้นๆ ก่อนมาอยู่ในแวดวงบันเทิงจนถึงวันนี้

    “ภาพจำ” ของผู้คนในสังคมไทยที่มีต่อตูน ในฐานะ “นักวิ่งการกุศล” ปรากฏขึ้นเมื่อตูนสร้างสุดยอดปรากฏการณ์ทางสังคมจากโครงการ “ก้าวคนละก้าว เพื่อโรงพยาบาลบางสะพาน” นำเงินบริจาคที่ได้จากประชาชนไปมอบให้โรงพยาบาลบางสะพานจัดหาอุปกรณ์การแพทย์ วิ่งจากกรุงเทพฯ ถึง บางสะพาน ประจวบคีรีขันธ์ เมื่อวันที่ 1-10 ธันวาคม 2559 วันละ 40 กิโลเมตร รวมระยะทาง 400 กิโลเมตร ครั้งนั้นได้เงินไปกว่า 85 ล้านบาท มีคนร่วมทำบุญสองข้างทางท่วมท้น!

    จากภาพจำของตูนครั้งทำบุญให้โรงพยาบาลบางสะพาน เป็นภาพสะท้อนการสร้างสุขภาพและการสร้างกิจกรรมใหม่แบบมีส่วนร่วมกับสังคม-ผู้คนในการทำบุญ ให้โรงพยาบาลที่ต้องการความช่วยเหลือบรรลุผลในการดูแลชีวิตผู้คนอย่างตรงเป้า! กิจกรรมนี้สร้าง Passion – แรงบันดาลใจให้ตูน ฟิตซ้อมสร้างความมั่นใจให้ตัวเองมากขึ้น จากการที่บรรลุผลตามที่ตั้งไว้ การตอบรับจากผู้คนในสังคม กับทั้งผู้รับ-โรงพยาบาลที่นำเงินไปเติมส่วนที่ขาด-สร้างประสิทธิภาพการรักษาพยาบาลและพัฒนาโรงพยาบาลได้ดีขึ้น ทุกฝ่าย-ทุกภาคส่วนที่มีส่วนร่วมต่างได้รับผลเชิงบวก ตั้งแต่ด้านวัตถุจนถึงจิตใจอย่างถ้วนทั่ว แรงบันดาลใจนี้เองกระตุ้นให้ตูนออกมาวิ่งอีกครั้งในโครงการก้าวคนละก้าว แต่ครั้งนี้ก้าวยาวไกลกว่าและมอบเงินให้กับโรงพยาบาลมากกว่า วิ่งจากเบตง-แม่สาย ช่วง 1 พฤศจิกายน ถึง 25 ธันวาคม ผู้คนสามารถบริจาคได้ตลอดระยะทางวิ่ง หรือบริจาคผ่านธนาคารไทยพาณิชย์ เคาน์เตอร์บริการ เซเว่น อีเลฟเว่น หรือพิมพ์ SMS ครั้งละ 10 บาท พิมพ์ T และกดส่ง 4545099 ทุกเครือข่าย การบริจาคไม่รวมภาษีมูลค่าเพิ่มและไม่สามารถออกใบรับบริจาคได้ เรียกว่าทำด้วยใจใสๆ นิ่งๆ เต็มที่ เป็นกิจกรรมจากแรงบันดาลใจของสามัญชนคนธรรมดา ที่เปลี่ยนจากการสร้างการมีส่วนร่วมผ่านกิจกรรมบันเทิง สู่การมีส่วนร่วมเชิงสุขภาพและความร่วมมือเติมส่วนที่ขาดให้สถานพยาบาล!

    เมื่อตูนได้ประกาศและเริ่มกิจกรรม สารพัดกลุ่มดรามา (ทั้งที่วิ่งเป็นและวิ่งไม่เป็น) หลากกลุ่ม ตั้งแต่ผู้ป่วยไข้ทางการเมืองจนถึงนักโหนกระแส นักฉวยโอกาสมากหน้าหลายตา ต่างดาหน้าออกมาเกาะโหน “ตูน” พะรุงพะรัง จนคนวิ่งน่าจะหนักเหนื่อยขึ้นอีกเท่าตัว! พอวิ่งได้ 8 วัน ตูนก็โพสต์ผ่านสื่อออนไลน์อย่างง่ายๆ ก่อนที่กระแสดรามาจะบิดเบือนกิจกรรมของเขาไปจากเป้าหมายว่า

    ...ไม่อยากให้ทุกคนลืมเป้าหมายของการวิ่งครั้งนี้ว่า 
    เราจะช่วยกันเรื่องอะไร เราจะรวบรวมเงิน ไปช่วยใคร ที่ไหน ไม่อยากให้ทุกคนลืม 
    มีคนที่สมควรถูกเรียกว่า "ฮีโร่" "วีรบุรษ" กว่าผมเยอะ 
    ผมไม่กล้ารับตรงนั้น
    มีคุณหมอ คุณพยาบาล ที่โรงพยาบาลรัฐ
    ผมออกวิ่งมาแค่ 8 วัน 
    แต่คุณหมอ คุณพยาบาล เจ้าหน้าที่โรงพยาบาลรัฐ
    "วิ่งมาแล้วทั้งชีวิต และจะวิ่งต่อไป"
    ส่งเสียงให้คุณหมอ คุณพยาบาลทั่วประเทศหน่อยครับ 
    ฮีโร่ตัวจริงอยู่ที่โรงพยาบาลทำงานอยู่ตรงนู้น 
    ไม่ได้อยู่บนเวทีนี้แต่อย่างใด 
    อยากให้ทุกคนให้กำลังใจพวกเขา 
    ไม่แน่ว่าวันใดวันหนึ่งเราอาจต้องให้เขาช่วย 
    แต่สิ่งที่สำคัญที่สุด ถ้าเราไม่อยากให้เขาช่วย 
    เราก็ต้องดูแลตัวเองให้ดี
    ด้วยการออกกำลังกาย...

    อาการป่วยไข้แยกแยะไม่ออกของฝูงกลุ่มจอมดรามาฝูงใหญ่ แสดงให้เห็นอาการป่วยไข้ทางสังคมที่น่าวิตกยิ่ง มิติหนึ่ง จะเห็นว่ากิจกรรมที่ปรากฏเป็นกระแสสังคม จะถูกมองผ่านแว่นความคิดที่ไม่ลบก็บวกแบบสุดโต่งของฝูงกลุ่มเหล่านี้อย่างเอาเป็นเอาตาย อีกด้านหนึ่ง สะท้อนให้เห็นถึงความขัดแย้งที่ไม่รู้จบ ที่ยังเกาะกุมอยู่ในภาพจำของความคิดและบุคคล ที่บางคน-บางกลุ่มยึดเกาะอยู่อย่างเหนียวแน่น ที่น่ากังวลที่สุดคือ เห็นสภาพฝูงกลุ่มที่ตกอยู่ในสภาวะวกวนตีบตัน ไม่มีทางออกที่จะช่วยคลายจางความคิดแบบหมกมุ่น มาสู่มิติการมองโลกปกติตามความเคลื่อนไหวที่เป็นจริงได้เลย! สภาพเหล่านี้ที่ขับออกมาเป็นดรามาของคนบางกลุ่มฝูง ล้วนเป็นอาการป่วยไข้ของสังคมที่น่าเป็นห่วงยิ่ง ซึ่งบอกได้อย่างเดียวจริงๆ ว่า วิ่งต่อไปเถอะครับ ไปตามเป้าหมายและแรงบันดาลใจ จบภารกิจเมื่อไหร่ หลังที่หนักอึ้งด้วยการเกาะโหนก็จะจางคลายลงแน่นอน เชื่อเหอะ...ตูน!!!.

    หมายเหตุ : ชื่อบทความเดิม 'ตูน บอดี้สแลม'คนวิ่งหาเงินทำบุญ ที่สารพัดกลุ่มโดดโหนกระแสจนหลังแอ่น! เขียนโดยอภิชาต ทองอยู่ ตีพิมพ์ในหนังสือพิมพ์ไทยโพสต์ฉบับวันที่ 11 พฤศจิกายน 2560

  • เปลว สีเงิน

    ก็เห็นใจ "อดีตนายกฯ อภิสิทธิ์"! ที่ดิ้นสู้............ ถึงขั้นเตรียมยื่นศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัย ว่าการออกคำสั่ง คสช.ที่ ๕๓/๒๕๖๐ ของนายกฯ เข้าเงื่อนไขการใช้มาตรา ๔๔ หรือไม่? ในความเห็นผมนะ.......
  • บทบรรณาธิการ

    ข้อมูลที่สำคัญในการดำเนินนโยบายแก้ไขปัญหาความไม่สงบในจังหวัดชายแดนภาคใต้กว่า 15 ปีที่ผ่านมาของรัฐบาลไทยตั้งแต่อดีตจนถึงปัจจุบัน โดยการใช้จ่ายงบประมาณสำหรับแก้ไขปัญหาในพื้นที่ ตั้งแต่ปี 2547 จนถึงปีงบประมาณ 2561 รวม 15 ปี งบประมาณ โดยรวมคือ 290,901.6 ล้านบาท
  • เอ็กซ์-ไซท์

    รพ.ตำรวจเตรียมทำวิจัยศึกษาสาเหตุการฆ่าตัวตายของตำรวจ หลังพบเพิ่มมากขึ้น
    แนะตรวจให้ละเอียด ตำรวจท้าเสกฟ้อง รอง ผบ.ตร.-ผบช.น.โต้นักร้องดัง ยันบุกจับกุมที่บ้านดำเนินการตามขั้นตอนของกฎหมาย จะใช้สิทธิฟ้องร้องก็เชิญ รองเลขาฯ อย.เตือนตรวจฉี่ซ้ำแยกแยะชนิดยา เสพติด
    จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัยร่วมกับเอกชนผลิตสารเคลือบหมวกกันน็อกกำจัดกลิ่นและฆ่าเชื้อจูงใจคนสวมหมวกวิน
  • x-cite inside

    ปัจจุบันการเรียนรู้ของเด็กได้เปลี่ยนแปลงไป เนื่องจากมีแหล่งเรียนรู้นอกห้องเรียนมากมาย โดยเฉพาะจากสื่อออนไลน์และเทคโนโลยีต่างๆ ที่สามารถเข้าไปพัฒนาการศึกษาของเยาวชนได้โดยไม่ต้องพึ่งตำราและการเรียนในห้องเพียงอย่างเดียว ที่จะทำให้เกิดความเครียดให้แก่ชีวิตพวกเขา รวมทั้งปัญหาสุขภาวะตามมาอีกด้วย
    เมื่อเทศกาลปีใหม่เวียนมาถึง ถือเป็นสัญญาณเริ่มต้นใหม่ของใครหลายๆคน ในการเปิดรับกับสิ่งต่าง ๆ ที่จะเข้ามาในชีวิต บางคนถือโอกาสบอกลาสิ่งไม่ดีในปีเก่า และบางคนใช้ปีใหม่นี้ในการเปลี่ยนแปลงนิสัยและพฤติกรรมการใช้ชีวิตบางอย่างของตัวเอง หรือการเริ่มต้นทำในสิ่งต่าง ๆ ที่ไม่เคยทำ
    โรคติดต่อไม่เรื้อรัง (NCDs) ถือเป็นกลุ่มโรคที่เกิดจากการใช้ชีวิตที่มีความเสี่ยง โดยเฉพาะการกินอาหารที่มากเกินไป รวมทั้งขาดการทำกิจกรรมทางกายที่นำมาโดยโรคอ้วน เบาหวาน หัวใจ ความดันโลหิตสูง อัมพาต อัมพฤกษ์ ที่ทำให้คนบนโลกนี้เสียชีวิตไปมากที่สุด และยิ่งนับวันคนไทยก็มีความเสี่ยงเป็นโรคเหล่านี้มากขึ้น