ยิ่งคิด...ยิ่งห่วง

  • Sunday, November 12, 2017 - 00:00

    นายกรัฐมนตรีท่านคงอยากรู้ความรู้สึกนึกคิดของประชาชนจริง จึงได้ออกมาตั้งคำถาม 6 ข้อที่ท่านอยากให้ประชาชนตอบ แม้ว่าท่านจะพูดว่าท่านถามประชาชน ท่านไม่ได้ถามนักการเมือง แต่การตั้งคำถามในที่สาธารณะเช่นนั้น นักการเมืองที่ท่านไม่ได้ตั้งใจที่จะถามหรือพูดด้วย พวกเขาก็ได้ยิน และแน่นอนที่สุดเมื่อพวกเขาได้ยินคำถามเหล่านั้น มีหรือที่พวกเขาจะไม่ตอบโต้ ทันทีที่นายกฯ ท่านถามคำถามออกมาก็มีเสียงวิพากษ์วิจารณ์ออกมาจากฝั่งของนักการเมืองมากมาย มีทั้งการวิพากษ์วิจารณ์ด้วยเหตุด้วยผล และมีทั้งการสร้างวาทกรรมที่หยาบคายในลักษณะด่าทอต่อว่า เรื่องนี้จะไม่จบลงง่ายๆ หากจะพูดว่าการตั้งคำถามครั้งนี้เป็นการเรียกแขก คงจะไม่ผิดนัก สิ่งที่น่าเป็นห่วงคือการตีความคำถามด้วยการอ่านระหว่างบรรทัด และการวิเคราะห์วัตถุประสงค์ของนายกฯ ในการตั้งคำถามทั้งนี้ ซึ่งส่วนใหญ่ทั้งคนที่อยู่ข้างเดียวกับท่านและคนที่อยู่ฝ่ายตรงกันข้ามกับท่าน ต่างก็คิดว่าท่านกำลังส่งสัญญาณในการอยู่ต่อ ด้วยทัศนคติที่ต่างกัน

    ฝ่ายที่อยู่ข้างเดียวกับท่านก็คงมองว่านายกฯ เห็นว่าการทำงานของท่านเพื่อประเทศชาตินั้นยังไม่จบสิ้น ทั้งการแก้ปัญหาต่างๆ ที่หมักหมมมานาน การจัดการกับคนที่สร้างปัญหาให้กับประเทศชาติยังไม่จบสิ้น การปฏิรูปประเทศในด้านต่างๆ ก็ยังคาค้างอยู่ ดังนั้นหากนายกฯ คิดจะอยู่ต่อก็น่าจะเป็นผลดีกับประเทศชาติทัศนะดังกล่าวนี้เห็นได้จากคนจำนวนหนึ่งที่ยังไม่อยากให้มีการเลือกตั้งบางคนภาวนาให้เป็นอีกสองสมัยตามคำทำนายของโหร คสช. เลยทีเดียวคนที่มองเช่นนี้คงยินดีที่จะตอบคำถามนายกฯ และเชื่อได้เลยว่าคำตอบของคนกลุ่มนี้ส่วนใหญ่จะเป็นไปในทิศทางที่นายกฯ ต้องการ เมื่อนายกฯ อ่านคำตอบเหล่านี้ท่านก็คงจะมีความสุข และสามารถนำมาใช้อ้างอิงในการตอบโต้กับนักการเมืองทั้งหลายที่กล่าวหาท่านว่าสืบทอดอำนาจ ต้องการอยู่ต่อ ทำลายระบอบประชาธิปไตย รวมทั้งอยากเป็นนายกรัฐมนตรี

    ฝ่ายที่อยู่ตรงกันข้ามกับท่านก็คงจะพยายามตีความคำถามแต่ละข้อของท่านโดยอ้างว่าเป็นการอ่านระหว่างบรรทัด ข้อแรกที่ถามว่าควรจะมีพรรคใหม่มาเป็นทางเลือกให้ประชาชนหรือไม่ พวกเขาก็คงจะตีความว่าพรรคพวกของท่านคงจะตั้งพรรคใหม่ขึ้นมาเพื่อมาสนับสนุนให้ท่านเป็นนายกรัฐมนตรี บังเอิญตอนนี้ก็มีข่าวว่ามีนายทหารออกเดินสายที่จะสนับสนุนท่าน ข้อที่สองที่ถามว่า คสช. มีสิทธิ์ที่จะสนับสนุนพรรคการเมืองใดพรรคการเมืองหนึ่งหรือไม่ ในเมื่อนายกฯ ไม่มีคุณสมบัติที่จะลงเลือกตั้งได้อยู่แล้ว ข้อนี้ก็จะมีคนเอาไปตีความว่าพรรคใหม่ที่เกิดขึ้นอาจจะเป็นพรรคนอมินีของท่าน และอาจจะตอบว่า คสช. มีสิทธิ์สนับสนุนพรรคการเมืองได้ แต่ในเมื่อมีอำนาจ การสนับสนุนจะชอบธรรมหรือไม่ จะมีการใช้อำนาจรัฐเอื้อประโยชน์ให้พรรคที่ คสช. สนับสนุนหรือไม่ และนายกฯ ไม่ลงสมัครก็จริง แต่โดยรัฐธรรมนูญท่านยังมีโอกาสเป็นนายกรัฐมนตรีได้ ดังนั้นพวกนั้นจะตีความการสนับสนุนดังกล่าวนั้นว่าเป็นผลประโยชน์ทับซ้อนที่ไม่มีความชอบธรรม

    สำหรับข้อสามที่ถามว่าที่ผ่านมาประชาชนมองเห็นว่าการทำงานของรัฐบาล คสช. ทำให้มองเห็นอนาคตที่ดีของประเทศชาติหรือไม่ คนที่อยู่ข้างท่านก็คงตอบว่ามองเห็นอนาคตของประเทศชาติว่าจะดีขึ้น แล้วก็จะแถมว่าเพราะสิ่งต่างๆ ที่ท่านทำนั้นกำลังนำประเทศไปสู่ความเจริญก้าวหน้า มีอนาคตที่ดีขึ้น ดังนั้นท่านก็ควรจะเป็นนายกรัฐมนตรีต่อไป และจะมองว่าการวางยุทธศาสตร์ชาติ 20 ที่ท่าน และคณะทำไว้นั้นแสดงให้เห็นการทำงานที่มีวิสัยทัศน์ยาวไกล แต่สำหรับคนที่อยู่ตรงกันข้ามกับท่านก็คงจะมองว่าท่านกำลังโอ่ผลงาน และพวกเขาคงจะไปขุดคุ้ยเรื่องต่างๆ ที่ท่านยังแก้ไขไม่ได้ โดยเฉพาะอย่างยิ่งเรื่องปัญหาเศรษฐกิจ ไม่ว่ารัฐบาลจะนำเสนอตัวเลขต่างๆ ที่แสดงให้เห็นว่าเศรษฐกิจของประเทศดีขึ้น พวกเขาก็จะบอกว่าพวกเขาไม่เชื่อ พวกเขาจะบอกว่าเขาฟังเสียงชาวบ้านที่บอกว่าล้วงไปในกระเป๋าแล้วยังไม่มีเงิน ที่น่าเป็นห่วงก็คือฝ่ายที่เห็นด้วยกับนายกฯ มักเป็นพวกที่ไม่แสดงออก แต่ฝ่ายที่ไม่เห็นด้วยกับนายกฯ นั้นพวกเขาชอบพูด ชอบสร้างวาทกรรม ขานรับกันเป็นมโหรี ทำให้เสียงดัง และมีความต่อเนื่อง ที่น่าเป็นห่วงยิ่งไปกว่านั้นคือคนพวกนี้มีลีลาในการนำเสนอที่น่าสนใจ คนฟังจะเคลิ้มและคล้อยตามได้ง่าย ใช้ภาษาชาวบ้าน เมื่อเป็นเช่นนี้ เสียงข้างรัฐบาลก็แผ่วเบา มีน้อย ไร้ความถี่  ไม่เป็นมโหรี สู้ฝ่ายตรงกันข้ามไม่ได้

    เรื่องแผนระยะยาว ถ้าจะมองบวก มันก็คือการมีวิสัยทัศน์มองการณ์ไกลไปในวันข้างหน้า เป็นการบริหารประเทศเชิงรุก แต่สำหรับคนที่จะโจมตีก็อาจจะอ้างทฤษฎีการจัดการสมัยใหม่ที่บอกว่า วิสัยทัศน์ยาวนั้นถูกต้องแล้ว แต่แผนยุทธศาสตร์ยาวนั้นน่าจะไม่ถูกต้อง เพราะแผนยุทธศาสตร์จะต้องอยู่บนรากฐานของสภาพแวดล้อมและจุดแข็ง จุดอ่อน โอกาส และอุปสรรค (SWOT) ของแต่ละปี เมื่อยังไม่รู้สภาพแวดล้อมทางการเมือง เศรษฐกิจ สังคมและวัฒนธรรม เทคโนโลยี การเปลี่ยนแปลงทางประชากร และสภาพดินฟ้าอากาศจะวางยุทธศาสตร์ได้อย่างไร SWOT แต่ละปีก็จะเปลี่ยนไป สิ่งที่เป็นจุดแข็งอาจจะกลายเป็นจุดอ่อนในวันหน้า สิ่งที่เป็นจุดอ่อนในวันนี้ต่อไปอาจจะเป็นจุดแข็ง โอกาสที่เคยมีอาจจะหมดไป อุปสรรคในปัจจุบันอาจจะได้รับการแก้ไขในอนาคต ด้วยเหตุนี้จึงมีแนวทางปฏิบัติการวางแผนแบบฐานศูนย์ (zero-based) ที่การวางแผนแต่ละปีจะต้องอยู่บนรากฐานของสภาพแวดล้อมทางการเมือง เศรษฐกิจ สังคมและวัฒนธรรม พัฒนาการของเทคโนโลยี การเปลี่ยนแปลงของประชากร และสภาพดินฟ้าอากาศ และ SWOT ของปีนั้นๆ จะเอาแผนปีที่ผ่านมาปัดฝุ่นปรับโน่นนิดนี่หน่อยแล้วเป็นแผนปีถัดไปไม่ได้ เรื่องนี้นายกฯ อาจจะถูกนักวิชาการฝ่ายตรงกันข้ามอาศัยภาพลักษณ์ของการเป็นผู้ทรงคุณวุฒินำเอาหลักการดังกล่าวนี้มีโจมตีได้

    แค่สามข้อที่นายกฯ ถามมาก็เรียกแขกให้ออกมาโจมตีท่านแบบจัดใหญ่ไฟพะเนียงกันแล้ว ทำให้ได้คำตอบข้อ 6 ที่ท่านถามว่าทำไมช่วงนี้นักการเมืองจึงออกมาด้อยค่า คสช. อยู่ร่ำไปและรุนแรงขึ้น ก็เพราะว่าพวกเขากลัวท่านจะอยู่ต่อ เพราะถ้าหากท่านคิดจะอยู่ต่อ โอกาสที่ท่านจะได้เป็นนายกรัฐมนตรีนั้นสูงกว่าคนอื่น นักการเมืองที่เขาต้องการให้หัวหน้าพรรคของเขาเป็นนายกรัฐมนตรี เพื่อให้พวกเขามีโอกาสได้เป็นรัฐมนตรีและตำแหน่งทางการเมืองต่างๆ ก็คงไม่พอใจ เพราะถ้าท่านเป็น เขาก็กลัวว่าท่านจะตั้งทหารที่เป็นพวกพ้องน้องพี่เป็นรัฐมนตรี พวกเขาก็จะอด ดังนั้น เวลานี้จึงต้องทำลายความน่าเชื่อถือและคุณงามความดีของท่าน ตามคำที่ท่านใช้ว่าพวกเอาออกมาด้อยค่าท่าน และการกระทำดังกล่าวนี้คงเดินหน้าต่อไปและเข้มข้นขึ้นเรื่อยๆ ยิ่งคิดก็ยิ่งน่าห่วงนะท่าน คนพวกนี้ถนัดโกหก บิดเบือน ยุงยงปลุกปั่นแบบหน้าด้านๆ ปราศจากความละอายต่อบาปและไม่กลัวบาป ขนาดยังไม่ปลดล็อก หลายคนมีวาทะที่น่ากลัวมาก หากปลดล็อกวันใด ไม่กล้าจะคิดเลยค่ะ.

    หมายเหตุ : ยิ่งคิด...ยิ่งห่วง เขียนโดย รองศาสตราจารย์ ดร.เสรี วงษ์มณฑา

  • เปลว สีเงิน

    ก็เห็นใจ "อดีตนายกฯ อภิสิทธิ์"! ที่ดิ้นสู้............ ถึงขั้นเตรียมยื่นศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัย ว่าการออกคำสั่ง คสช.ที่ ๕๓/๒๕๖๐ ของนายกฯ เข้าเงื่อนไขการใช้มาตรา ๔๔ หรือไม่? ในความเห็นผมนะ.......
  • บทบรรณาธิการ

    ข้อมูลที่สำคัญในการดำเนินนโยบายแก้ไขปัญหาความไม่สงบในจังหวัดชายแดนภาคใต้กว่า 15 ปีที่ผ่านมาของรัฐบาลไทยตั้งแต่อดีตจนถึงปัจจุบัน โดยการใช้จ่ายงบประมาณสำหรับแก้ไขปัญหาในพื้นที่ ตั้งแต่ปี 2547 จนถึงปีงบประมาณ 2561 รวม 15 ปี งบประมาณ โดยรวมคือ 290,901.6 ล้านบาท
  • เอ็กซ์-ไซท์

    รพ.ตำรวจเตรียมทำวิจัยศึกษาสาเหตุการฆ่าตัวตายของตำรวจ หลังพบเพิ่มมากขึ้น
    แนะตรวจให้ละเอียด ตำรวจท้าเสกฟ้อง รอง ผบ.ตร.-ผบช.น.โต้นักร้องดัง ยันบุกจับกุมที่บ้านดำเนินการตามขั้นตอนของกฎหมาย จะใช้สิทธิฟ้องร้องก็เชิญ รองเลขาฯ อย.เตือนตรวจฉี่ซ้ำแยกแยะชนิดยา เสพติด
    จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัยร่วมกับเอกชนผลิตสารเคลือบหมวกกันน็อกกำจัดกลิ่นและฆ่าเชื้อจูงใจคนสวมหมวกวิน
  • x-cite inside

    ปัจจุบันการเรียนรู้ของเด็กได้เปลี่ยนแปลงไป เนื่องจากมีแหล่งเรียนรู้นอกห้องเรียนมากมาย โดยเฉพาะจากสื่อออนไลน์และเทคโนโลยีต่างๆ ที่สามารถเข้าไปพัฒนาการศึกษาของเยาวชนได้โดยไม่ต้องพึ่งตำราและการเรียนในห้องเพียงอย่างเดียว ที่จะทำให้เกิดความเครียดให้แก่ชีวิตพวกเขา รวมทั้งปัญหาสุขภาวะตามมาอีกด้วย
    เมื่อเทศกาลปีใหม่เวียนมาถึง ถือเป็นสัญญาณเริ่มต้นใหม่ของใครหลายๆคน ในการเปิดรับกับสิ่งต่าง ๆ ที่จะเข้ามาในชีวิต บางคนถือโอกาสบอกลาสิ่งไม่ดีในปีเก่า และบางคนใช้ปีใหม่นี้ในการเปลี่ยนแปลงนิสัยและพฤติกรรมการใช้ชีวิตบางอย่างของตัวเอง หรือการเริ่มต้นทำในสิ่งต่าง ๆ ที่ไม่เคยทำ
    โรคติดต่อไม่เรื้อรัง (NCDs) ถือเป็นกลุ่มโรคที่เกิดจากการใช้ชีวิตที่มีความเสี่ยง โดยเฉพาะการกินอาหารที่มากเกินไป รวมทั้งขาดการทำกิจกรรมทางกายที่นำมาโดยโรคอ้วน เบาหวาน หัวใจ ความดันโลหิตสูง อัมพาต อัมพฤกษ์ ที่ทำให้คนบนโลกนี้เสียชีวิตไปมากที่สุด และยิ่งนับวันคนไทยก็มีความเสี่ยงเป็นโรคเหล่านี้มากขึ้น