ต้องปรับแก้"อุดมศึกษา"ครั้งใหญ่ "หมอจรัส"ชี้ถ้าไม่ขยับปท.เดินหน้ายาก/เป็นคำตอบทำไมต้องมีก.อุดม

  • Monday, November 13, 2017 - 00:03


    "หมอจรัส" ชี้ต้องปรับแก้ระบบอุดมศึกษาครั้งใหญ่ ตอบโจทย์ 4.0 ถ้าไม่ขยับ ยืนนิ่งอยู่กับที่ ประเทศก้าวเดินไปข้างหน้ายาก ยกตัวอย่างบัณฑิตตกงาน ใครรับผิดชอบ โดยรวมนำมาสู่การแก้กฎหมาย และเป็นเหตุผล ความจำเป็นต้องมีกระทรวงอุดมฯ ขึ้นมารองรับ 16 พ.ย. ประชุมอนุกรรมการอิสระชุดอุดมศึกษาฯ เพื่อหาคำตอบ

    นพ.จรัส สุวรรณเวลา ประธานคณะกรรมการอิสระเพื่อการปฏิรูปการศึกษา ในฐานะประธานคณะอนุกรรมการเฉพาะกิจเพื่อพิจารณาร่างพระราชบัญญัติ (พ.ร.บ.) การอุดมศึกษา กล่าวว่า เมื่อเร็วๆ นี้ ในที่ประชุมคณะอนุกรรมการเฉพาะกิจเพื่อพิจารณาร่าง พ.ร.บ.การอุดมศึกษา ได้มีการหารือแล้วว่า จะต้องมีการปรับโจทย์ของอุดมศึกษาใหม่ คือ ทำให้อุดมศึกษาเป็น 4.0 ตรงกับความต้องการของประเทศ เพราะหากอุดมศึกษายังคงยืนอยู่ที่เดิมไม่ขยับ ประเทศจะไม่สามารถก้าวไปข้างหน้าได้ โดยหลังจากนี้จะมีการศึกษาเพื่อดูว่าจะต้องขยับ แก้ไขในส่วนไหนอย่างไร ทั้งนี้ เมื่อได้คำตอบว่าการปฏิรูปอุดมศึกษาควรที่จะดำเนินการอย่างไร ขั้นตอนต่อไปก็คือ การลงไปดำเนินการแก้ไข เช่น เรื่องการไม่มีผู้รับผิดชอบอุดมศึกษา บัณฑิตเรียนจบมาไม่มีงานทำ ไม่สามารถหาผู้รับผิดชอบได้ เป็นต้น ซึ่งการปรับครั้งนี้ถือว่าเป็นการปรับแก้ระบบอุดมศึกษาครั้งใหญ่ ในที่สุดก็จะนำไปสู่การแก้กฎหมายและจะเป็นการตอบคำถามว่า จำเป็นต้องมีกระทรวงการอุดมศึกษาหรือไม่ โดยสำหรับตนแล้วในภาพรวมคิดว่ามีความจำเป็นอย่างชัดเจนที่จะต้องมีกระทรวงการอุดมศึกษา

    "ตอนนี้ข้อตกลงหลักคือ ต้องมีการปฏิรูปอุดมศึกษา โจทย์ก็คือ ทำให้เป็น 4.0 ซึ่งการปฏิรูปเป็นหน้าที่ของคณะกรรมการอิสระฯ อยู่แล้ว เพราะอุดมศึกษาก็เป็นส่วนหนึ่งของการศึกษา แต่จะปฏิรูปอย่างไร คงต้องหารือในรายละเอียด อย่างไรก็ตาม ในวันที่ 16 พฤศจิกายน จะมีการหารืออีกครั้ง เพื่อหาว่าอุดมศึกษามีปัญหาอยู่ตรงไหน" ประธานคณะอนุกรรมการเฉพาะกิจฯ ร่าง พ.ร.บ.การอุดมศึกษา กล่าว

    เมื่อผู้สื่อข่าวถามถึงบทบาทหน้าที่ของคณะทำงานเตรียมการจัดตั้งกระทรวงการอุดมศึกษาว่าสิ้นสุดแล้วหรือไม่ นพ.จรัส กล่าวว่า ตนคิดว่าขณะนี้เป็นการทำงานแบบรวมพลังกัน เพราะในคณะอนุกรรมการเฉพาะกิจเพื่อพิจารณาร่าง พ.ร.บ.การอุดมศึกษา ก็มีกรรมการที่มาจากคณะทำงานเตรียมการจัดตั้งกระทรวงการอุดมศึกษาอยู่ด้วย และทั้ง 2 คณะก็มีหารือร่วมกันมาโดยตลอดอยู่แล้ว แต่หากคณะทำงานเตรียมการจัดตั้งกระทรวงการอุดมศึกษา ต้องการที่จะเสนอร่าง พ.ร.บ.การอุดมศึกษาให้รัฐบาลพิจารณาก็สามารถดำเนินการได้

    ด้านนายสมคิด เลิศไพฑูรย์ อธิการบดีมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ (มธ.) ในฐานะกรรมการคณะทำงานเตรียมการจัดตั้งกระทรวงการอุดมศึกษา กล่าวว่า การเสนอร่างกฎหมายเข้าสู่คณะรัฐมนตรีนั้น คณะทำงานไม่สามารถเป็นผู้เสนอได้ ตามกระบวนการคือ คณะทำงานต้องเสนอต่อรัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ (รมว.ศธ.) หาก รมว.ศธ. เห็นชอบ ก็จะเป็นผู้เสนอร่างกฎหมายดังกล่าวเข้า ครม.เพื่อพิจารณา และเข้าสู่สภานิติบัญญัติต่อไป ซึ่งกฎหมายที่นำเข้า ครม.นั้น ก็จะต้องรับฟังความคิดของผู้มีส่วนได้ส่วนเสียทั้งหมด ซึ่งคณะกรรมการอิสระเพื่อการปฏิรูปการศึกษา ก็ถือเป็นหนึ่งของผู้มีส่วนได้ส่วนเสีย ซึ่งคณะทำงานเตรียมการจัดตั้งฯ ก็ต้องรับฟังความคิดเห็น และขณะนี้ก็กำลังรอฟังข้อสรุปของคณะอนุกรรมการเฉพาะกิจ พิจารณาร่าง พ.ร.บ.การอุดมศึกษา ซึ่งมี นพ.จรัส เป็นประธาน.

  • เปลว สีเงิน

    ก็เห็นใจ "อดีตนายกฯ อภิสิทธิ์"! ที่ดิ้นสู้............ ถึงขั้นเตรียมยื่นศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัย ว่าการออกคำสั่ง คสช.ที่ ๕๓/๒๕๖๐ ของนายกฯ เข้าเงื่อนไขการใช้มาตรา ๔๔ หรือไม่? ในความเห็นผมนะ.......
  • บทบรรณาธิการ

    ข้อมูลที่สำคัญในการดำเนินนโยบายแก้ไขปัญหาความไม่สงบในจังหวัดชายแดนภาคใต้กว่า 15 ปีที่ผ่านมาของรัฐบาลไทยตั้งแต่อดีตจนถึงปัจจุบัน โดยการใช้จ่ายงบประมาณสำหรับแก้ไขปัญหาในพื้นที่ ตั้งแต่ปี 2547 จนถึงปีงบประมาณ 2561 รวม 15 ปี งบประมาณ โดยรวมคือ 290,901.6 ล้านบาท
  • เอ็กซ์-ไซท์

    รพ.ตำรวจเตรียมทำวิจัยศึกษาสาเหตุการฆ่าตัวตายของตำรวจ หลังพบเพิ่มมากขึ้น
    แนะตรวจให้ละเอียด ตำรวจท้าเสกฟ้อง รอง ผบ.ตร.-ผบช.น.โต้นักร้องดัง ยันบุกจับกุมที่บ้านดำเนินการตามขั้นตอนของกฎหมาย จะใช้สิทธิฟ้องร้องก็เชิญ รองเลขาฯ อย.เตือนตรวจฉี่ซ้ำแยกแยะชนิดยา เสพติด
    จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัยร่วมกับเอกชนผลิตสารเคลือบหมวกกันน็อกกำจัดกลิ่นและฆ่าเชื้อจูงใจคนสวมหมวกวิน
  • x-cite inside

    ปัจจุบันการเรียนรู้ของเด็กได้เปลี่ยนแปลงไป เนื่องจากมีแหล่งเรียนรู้นอกห้องเรียนมากมาย โดยเฉพาะจากสื่อออนไลน์และเทคโนโลยีต่างๆ ที่สามารถเข้าไปพัฒนาการศึกษาของเยาวชนได้โดยไม่ต้องพึ่งตำราและการเรียนในห้องเพียงอย่างเดียว ที่จะทำให้เกิดความเครียดให้แก่ชีวิตพวกเขา รวมทั้งปัญหาสุขภาวะตามมาอีกด้วย
    เมื่อเทศกาลปีใหม่เวียนมาถึง ถือเป็นสัญญาณเริ่มต้นใหม่ของใครหลายๆคน ในการเปิดรับกับสิ่งต่าง ๆ ที่จะเข้ามาในชีวิต บางคนถือโอกาสบอกลาสิ่งไม่ดีในปีเก่า และบางคนใช้ปีใหม่นี้ในการเปลี่ยนแปลงนิสัยและพฤติกรรมการใช้ชีวิตบางอย่างของตัวเอง หรือการเริ่มต้นทำในสิ่งต่าง ๆ ที่ไม่เคยทำ
    โรคติดต่อไม่เรื้อรัง (NCDs) ถือเป็นกลุ่มโรคที่เกิดจากการใช้ชีวิตที่มีความเสี่ยง โดยเฉพาะการกินอาหารที่มากเกินไป รวมทั้งขาดการทำกิจกรรมทางกายที่นำมาโดยโรคอ้วน เบาหวาน หัวใจ ความดันโลหิตสูง อัมพาต อัมพฤกษ์ ที่ทำให้คนบนโลกนี้เสียชีวิตไปมากที่สุด และยิ่งนับวันคนไทยก็มีความเสี่ยงเป็นโรคเหล่านี้มากขึ้น