ครม.ประยุทธ์ 5..ที่อยากเห็น

  • Monday, November 13, 2017 - 00:01


    ศูนย์สำรวจความคิดเห็น “นิด้าโพล" สถาบันบัณฑิตพัฒนบริหารศาสตร์ (นิด้า) เปิดเผยผลสำรวจความคิดเห็นของประชาชน เรื่อง “การปรับ ครม.ประยุทธ์ 5" จากการสำรวจเมื่อถามถึงความคิดเห็นของประชาชนเกี่ยวกับการปรับเปลี่ยนคณะรัฐมนตรีในช่วงก่อนการเลือกตั้ง ปลายปี 2561 พบว่า ประชาชนส่วนใหญ่ ร้อยละ 68.11 ระบุว่า เห็นด้วย เพราะคณะรัฐมนตรีชุดปัจจุบันยังทำงานและแก้ไขปัญหาได้ไม่ค่อยมีประสิทธิภาพ ประชาชนอยากเห็นคนใหม่ๆ ที่เหมาะสมกับตำแหน่งเข้ามาทำงาน มีวิสัยทัศน์หรือนโยบายใหม่ๆ มาใช้ในการบริหารประเทศ ทำให้เกิดการเปลี่ยนแปลงของประเทศไปในทิศทางที่ดีขึ้น

    ความคิดเห็นของประชาชนเกี่ยวกับกระทรวงที่ต้องการให้มีการสลับสับเปลี่ยนการทำงานของคณะรัฐมนตรีมากที่สุด พบว่าประชาชนส่วนใหญ่ ร้อยละ 20.38 ระบุว่า กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ รองลงมา ร้อยละ 16.07 ระบุว่า กระทรวงพาณิชย์ ร้อยละ 7.27 ระบุว่า กระทรวงการคลัง ร้อยละ 6.08 ระบุว่า กระทรวงศึกษาธิการ ร้อยละ 5.60 ระบุว่า ไม่ต้องการให้มีการปรับเปลี่ยนคณะรัฐมนตรี ร้อยละ 5.20 ระบุว่า กระทรวงมหาดไทย ร้อยละ 4.40 ระบุว่า กระทรวงแรงงาน ร้อยละ 3.44 ระบุว่า กระทรวงกลาโหม ร้อยละ 2.32 ระบุว่า นายกรัฐมนตรี ร้อยละ 2.08 ระบุว่า กระทรวงคมนาคม ร้อยละ 2.00 ระบุว่า กระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม ร้อยละ 1.84 ระบุว่า กระทรวงยุติธรรม และกระทรวงสาธารณสุข ในสัดส่วนที่เท่ากัน

    ภาพสะท้อนจากโพลดังกล่าวสามารถอธิบายได้อย่างชัดเจนว่า เสียงเรียกร้องให้มีการเปลี่ยนแปลงทางการเมืองนั้น ไม่ได้เกิดจากขบวนการด้อยค่า หรือดิสเครดิตรัฐบาลโดยการนำของคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) อย่างที่มีความพยายามเบี่ยงเบนประเด็น และไม่ได้เป็นเหตุเป็นผลจากการรังเกียจทหารเป็นกรณีพิเศษ อย่างที่ พล.อ.ฉัตรชัย สาริกัลยะ รมว.เกษตรและสหกรณ์ ตั้งข้อสังเกต จนถึงขั้นตั้งคำถามกับสังคมว่า "ไม่เข้าใจว่าทำไมรังเกียจทหารกัน ทำไมทหารทำงานไม่ได้หรือไร ผมก็ทหาร ผมมาอยู่กระทรวงเกษตรฯ ผมก็ทำงานได้”

    หากพิจารณาอย่างใจเป็นกลางแล้ว จะเห็นว่า กระทรวงที่ประชาชนอยากเห็นการเปลี่ยนแปลงนั้น มีทั้งเจ้ากระทรวงที่มาจากทหารและเป็นพลเรือน นอกจากนั้น เหตุผลสำคัญเหนื่ออื่นใดคือ ตลอดระยะเวลา 3 ปีที่ผ่านมานั้น กระทรวงที่ทหารนั่งเป็นใหญ่เป็นโต แทบจะหาผลงานที่ประทับใจไม่ได้ อีกทั้งมีประเด็นปัญหาการไม่บริหารจัดการเมื่อเกิดข้อครหาความไม่โปรงใสในการบริหารราชการแผ่นดิน ก็ยังเป็นเรื่องคาราคาซังไปถึงขั้นคาใจว่า ทหารรักพี่รักน้องร่วมเป็นร่วมตาย ก็มิได้แตกต่างอะไรเลยกับที่นักการเมืองรักพรรครักพวกพ้อง

    ครม.ประยุทธ์ 5 ที่ประชาชนอยากเห็น จึงถือเป็นอีกบทของความท้าทายต่อภาวะผู้นำของนายกรัฐมนตรีและหัวหน้า คสช. พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา ซึ่งถึงแม้ว่า ดัชนีความนิยมในฐานะนายกรัฐมนตรีจะลดน้อยถอยลงในปีนี้ แต่ความหวังของคนไทยที่อยากเห็น "บิ๊กตู่" ลุกขึ้นทำจริงทำจังเพื่อการเปลี่ยนแปลงประเทศไทยในทางที่ดีขึ้นนั้น ก็ยังมีคะแนนเดิมเป็นต้นทุนสังคมเหลืออยู่เป็นจำนวนไม่น้อย ดังนั้น วันนี้ ตอนนี้..จึงเป็นเวลาที่สังคมไทยจะถามกลับไปยัง คสช.ว่า ยังจำได้ไหม...คำสัญญา.

  • เปลว สีเงิน

    ก็เห็นใจ "อดีตนายกฯ อภิสิทธิ์"! ที่ดิ้นสู้............ ถึงขั้นเตรียมยื่นศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัย ว่าการออกคำสั่ง คสช.ที่ ๕๓/๒๕๖๐ ของนายกฯ เข้าเงื่อนไขการใช้มาตรา ๔๔ หรือไม่? ในความเห็นผมนะ.......
  • บทบรรณาธิการ

    ข้อมูลที่สำคัญในการดำเนินนโยบายแก้ไขปัญหาความไม่สงบในจังหวัดชายแดนภาคใต้กว่า 15 ปีที่ผ่านมาของรัฐบาลไทยตั้งแต่อดีตจนถึงปัจจุบัน โดยการใช้จ่ายงบประมาณสำหรับแก้ไขปัญหาในพื้นที่ ตั้งแต่ปี 2547 จนถึงปีงบประมาณ 2561 รวม 15 ปี งบประมาณ โดยรวมคือ 290,901.6 ล้านบาท
  • เอ็กซ์-ไซท์

    รพ.ตำรวจเตรียมทำวิจัยศึกษาสาเหตุการฆ่าตัวตายของตำรวจ หลังพบเพิ่มมากขึ้น
    แนะตรวจให้ละเอียด ตำรวจท้าเสกฟ้อง รอง ผบ.ตร.-ผบช.น.โต้นักร้องดัง ยันบุกจับกุมที่บ้านดำเนินการตามขั้นตอนของกฎหมาย จะใช้สิทธิฟ้องร้องก็เชิญ รองเลขาฯ อย.เตือนตรวจฉี่ซ้ำแยกแยะชนิดยา เสพติด
    จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัยร่วมกับเอกชนผลิตสารเคลือบหมวกกันน็อกกำจัดกลิ่นและฆ่าเชื้อจูงใจคนสวมหมวกวิน
  • x-cite inside

    ปัจจุบันการเรียนรู้ของเด็กได้เปลี่ยนแปลงไป เนื่องจากมีแหล่งเรียนรู้นอกห้องเรียนมากมาย โดยเฉพาะจากสื่อออนไลน์และเทคโนโลยีต่างๆ ที่สามารถเข้าไปพัฒนาการศึกษาของเยาวชนได้โดยไม่ต้องพึ่งตำราและการเรียนในห้องเพียงอย่างเดียว ที่จะทำให้เกิดความเครียดให้แก่ชีวิตพวกเขา รวมทั้งปัญหาสุขภาวะตามมาอีกด้วย
    เมื่อเทศกาลปีใหม่เวียนมาถึง ถือเป็นสัญญาณเริ่มต้นใหม่ของใครหลายๆคน ในการเปิดรับกับสิ่งต่าง ๆ ที่จะเข้ามาในชีวิต บางคนถือโอกาสบอกลาสิ่งไม่ดีในปีเก่า และบางคนใช้ปีใหม่นี้ในการเปลี่ยนแปลงนิสัยและพฤติกรรมการใช้ชีวิตบางอย่างของตัวเอง หรือการเริ่มต้นทำในสิ่งต่าง ๆ ที่ไม่เคยทำ
    โรคติดต่อไม่เรื้อรัง (NCDs) ถือเป็นกลุ่มโรคที่เกิดจากการใช้ชีวิตที่มีความเสี่ยง โดยเฉพาะการกินอาหารที่มากเกินไป รวมทั้งขาดการทำกิจกรรมทางกายที่นำมาโดยโรคอ้วน เบาหวาน หัวใจ ความดันโลหิตสูง อัมพาต อัมพฤกษ์ ที่ทำให้คนบนโลกนี้เสียชีวิตไปมากที่สุด และยิ่งนับวันคนไทยก็มีความเสี่ยงเป็นโรคเหล่านี้มากขึ้น