กางโผแคนดิเดต 7 เสือ กกต.

  • Monday, November 13, 2017 - 14:20

    หน้าที่หลักของคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) ชุดใหม่ ที่น่าจะเข้าปฏิบัติหน้าที่ได้ในช่วงต้นปี 2561 หากดูจากท่าทีของรัฐบาลในการปลดล็อกพรรคการเมืองและโรดแมปการเลือกตั้ง ตลอดจนปฏิทินการเมือง ก็จะมีหน้าที่หลัก 3 อย่าง คือ

    1.จัดการเลือกตั้งท้องถิ่น ซึ่งน่าจะเป็นหน้าที่แรกของ กกต.ชุดใหม่ ซึ่งไฮไลต์สำคัญคงไม่พ้นการเลือกตั้ง ผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร หลังรัฐบาลขยับเตรียมแก้ไขกฎหมายเกี่ยวกับการปกครองท้องถิ่นให้สอดรับกับรัฐธรรมนูญฉบับปัจจุบัน

    2.ดำเนินการตามขั้นตอนของบทเฉพาะกาลตามรัฐธรรมนูญและตามร่าง พ.ร.บ.การได้มาซึ่งสมาชิกวุฒิสภา เพราะแม้ ส.ว.ชุดใหม่ 250 คนจะมาจากการเลือกของ คสช. แต่ กกต.ก็จะต้องส่งรายชื่อว่าที่ ส.ว.ชุดใหม่ไปให้ คสช.เห็นชอบ 50 คน และสำรองไว้อีก 50 คน ส่วน ส.ว.อีก 200 คนจะมาจากชื่อที่กรรมการสรรหาส่งไปให้ คสช.

    3.จัดการเลือกตั้งใหญ่ ส.ส.ในช่วงกลางปี 2561

    จากหน้าที่สำคัญทั้ง 3 ประการ ผนวกกับอำนาจหน้าที่ของ กกต.ที่เป็นองค์กรอิสระด่านแรก ในการทำให้ได้มาซึ่งนักการเมือง รัฐบาล ที่จะเข้ามาบริหารประเทศผ่านอำนาจฝ่ายบริหาร นิติบัญญัติ ดังนั้นคนจะมาเป็น 7 เสือ กกต. ชุดใหม่จึงมีความสำคัญมาก เพราะถ้าได้ กกต.ที่ไม่เป็นกลาง ฝักใฝ่ รับใช้การเมือง ไม่มีฝีมือในการบริหารจัดการ ดูแลการเลือกตั้งให้เป็นไปด้วยความสงบเรียบร้อยไม่ได้ สุดท้าย การเมืองทั้งในช่วงก่อนและหลังเลือกตั้งมีปัญหาแน่นอน

    โดย รธน.ฉบับปัจจุบันบัญญัติให้มี กกต.ด้วยกัน 7 คน เพิ่มจากเดิมที่มี 5 คน โดยมีที่มา 2 ทาง คือ 5 คนมาจากการสรรหาของกรรมการสรรหา และอีก 2 คนมาจากการเลือกของที่ประชุมใหญ่ศาลฎีกา

    ดังนั้น ด่านแรกของการมีเสือ กกต.ที่มีคุณภาพ ก็อยู่ที่การสรรหาคัดเลือกของกรรมการสรรหาตามรัฐธรรมนูญ ที่มี ชีพ จุลมนต์ ประธานศาลฎีกา เป็นประธาน โดยเริ่มพิจารณารายชื่อผู้สมัคร และทำการตรวจสอบคุณสมบัติ เรียกมาแสดงวิสัยทัศน์ จากผู้ยื่นใบสมัครรวมกันทั้งสิ้นร่วม 40-41 ชื่อ จากนั้นพอทุกอย่างเสร็จเรียบร้อยก็จะลงมติเลือก ว่าที่ กกต. จำนวน 5 ชื่อส่งไปให้สภานิติบัญญัติแห่งชาติ เพื่อลงมติเห็นชอบหรือไม่เห็นชอบ

    สำหรับชื่อที่คนพอรู้จักและถูกจับตามองว่าอาจเป็นตัวเต็งได้ลุ้น มีอาทิ พล.ท.ดร.พีระพงษ์ มานะกิจ กรรมการ กสทช., ฐากร ตัณฑสิทธิ์ เลขาธิการ กสทช., ธวัชชัย ไทยเขียว รองปลัดยุติธรรม, ประชา เตรัตน์ อดีตรองปลัดมหาดไทย, ฐิติเชฏฐ์ นุชนาฏ ที่ปรึกษาประธานศาลรัฐธรรมนูญ, อิทธิพล บุญประคอง อดีตอธิบดีกรมสนธิสัญญาและกฎหมาย การต่างประเทศ, เกษม เกษมปัญญา ผู้พิพากษาอาวุโสในศาลอุทธรณ์ภาค 1 ส่วนพวกที่มาจากภาคประชาสังคม ได้แก่ ลัดดาวัลย์ ตันติวิทยาพิทักษ์ รองประธานมูลนิธิองค์กรกลางเพื่อประชาธิปไตย (P-NET) เป็นต้น

    อย่างไรก็ตาม ต้องยอมรับกันว่ารายชื่อผู้สมัครทั้งหมดถือว่าไม่ค่อยมีระดับ บิ๊กเนม-คนดัง มากนัก และหลายคนคุณสมบัติไม่เปรี้ยงพอ จึงอาจเป็นจังหวะให้กรรมการสรรหาส่งเทียบเชิญคนให้มาสมัครเป็น กกต.ได้ตามที่ กม.กกต.เปิดช่องไว้ แต่ถ้าทำแบบนั้นก็คงไม่พ้นโดนวิจารณ์ตามมาว่าล็อกเก้าอี้ให้ ซึ่งนั่นอาจได้ไม่คุ้มเสีย

    โดยผู้สมัครหลายคนก็มีที่มาที่ไปไม่ธรรมดา เช่น ประชา เตรัตน์ ที่ตอนนี้นั่งเป็น ที่ปรึกษา-สตาฟหน้าห้องบิ๊กป๊อก-พลเอกอนุพงษ์ เผ่าจินดา รมว.มหาดไทย ถือได้ว่าเป็นตัวเต็งคนหนึ่ง เช่นเดียวกับ ฐิติเชฏฐ์ นุชนาฏ ที่ปรึกษาประธานศาลรัฐธรรมนูญ (นุรักษ์ มาประณีต) ที่มีตัวแทนของศาล รธน.นั่งเป็นกรรมการสรรหาอยู่ด้วย รวมถึง เกษม เกษมปัญญา ผู้พิพากษาอาวุโส ก็มีโอกาสได้ลุ้นสูงคนหนึ่ง

    อย่างไรก็ตาม รายชื่อผู้สมัครบางคนหรือแม้แต่ตัวเต็งที่อาจได้รับเลือก ก็ไม่แน่อาจจะมีปัญหา ขาดคุณสมบัติ-มีคุณสมบัติต้องห้าม ซึ่งหากพบก็ต้องถูกตัดชื่อออกไป

    ขณะที่ว่าที่ กกต.อีก 2 คนที่จะมาจากการลงมติของที่ประชุมใหญ่ศาลฎีกา ชีพ จุลมนต์ ประธานศาลฎีกา ได้นัดประชุมใหญ่วันศุกร์ที่ 17 พ.ย.นี้

    ข่าวล่าสุดมีผู้พิพากษาสนใจลงสมัครด้วยกัน 5 รายชื่อ อาทิ ฉัตรไชย จันทร์พรายศรี ผู้พิพากษาหัวหน้าคณะในศาลฎีกา, ปกรณ์ มหรรณพ ผู้พิพากษาศาลฎีกา, ทวีป ตันสวัสดิ์ และนายสมเกียรติ เจริญสวรรค์ ผู้พิพากษาอาวุโสในศาลฎีกา ส่วนอีก 1 คนยังเงียบอยู่ โดยข่าวว่าชื่อของ ฉัตรไชย กับ ปกรณ์ เป็นที่พูดถึงในแวดวงอยู่ตอนนี้.

  • เปลว สีเงิน

    ก็เห็นใจ "อดีตนายกฯ อภิสิทธิ์"! ที่ดิ้นสู้............ ถึงขั้นเตรียมยื่นศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัย ว่าการออกคำสั่ง คสช.ที่ ๕๓/๒๕๖๐ ของนายกฯ เข้าเงื่อนไขการใช้มาตรา ๔๔ หรือไม่? ในความเห็นผมนะ.......
  • บทบรรณาธิการ

    ข้อมูลที่สำคัญในการดำเนินนโยบายแก้ไขปัญหาความไม่สงบในจังหวัดชายแดนภาคใต้กว่า 15 ปีที่ผ่านมาของรัฐบาลไทยตั้งแต่อดีตจนถึงปัจจุบัน โดยการใช้จ่ายงบประมาณสำหรับแก้ไขปัญหาในพื้นที่ ตั้งแต่ปี 2547 จนถึงปีงบประมาณ 2561 รวม 15 ปี งบประมาณ โดยรวมคือ 290,901.6 ล้านบาท
  • เอ็กซ์-ไซท์

    รพ.ตำรวจเตรียมทำวิจัยศึกษาสาเหตุการฆ่าตัวตายของตำรวจ หลังพบเพิ่มมากขึ้น
    แนะตรวจให้ละเอียด ตำรวจท้าเสกฟ้อง รอง ผบ.ตร.-ผบช.น.โต้นักร้องดัง ยันบุกจับกุมที่บ้านดำเนินการตามขั้นตอนของกฎหมาย จะใช้สิทธิฟ้องร้องก็เชิญ รองเลขาฯ อย.เตือนตรวจฉี่ซ้ำแยกแยะชนิดยา เสพติด
    จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัยร่วมกับเอกชนผลิตสารเคลือบหมวกกันน็อกกำจัดกลิ่นและฆ่าเชื้อจูงใจคนสวมหมวกวิน
  • x-cite inside

    ปัจจุบันการเรียนรู้ของเด็กได้เปลี่ยนแปลงไป เนื่องจากมีแหล่งเรียนรู้นอกห้องเรียนมากมาย โดยเฉพาะจากสื่อออนไลน์และเทคโนโลยีต่างๆ ที่สามารถเข้าไปพัฒนาการศึกษาของเยาวชนได้โดยไม่ต้องพึ่งตำราและการเรียนในห้องเพียงอย่างเดียว ที่จะทำให้เกิดความเครียดให้แก่ชีวิตพวกเขา รวมทั้งปัญหาสุขภาวะตามมาอีกด้วย
    เมื่อเทศกาลปีใหม่เวียนมาถึง ถือเป็นสัญญาณเริ่มต้นใหม่ของใครหลายๆคน ในการเปิดรับกับสิ่งต่าง ๆ ที่จะเข้ามาในชีวิต บางคนถือโอกาสบอกลาสิ่งไม่ดีในปีเก่า และบางคนใช้ปีใหม่นี้ในการเปลี่ยนแปลงนิสัยและพฤติกรรมการใช้ชีวิตบางอย่างของตัวเอง หรือการเริ่มต้นทำในสิ่งต่าง ๆ ที่ไม่เคยทำ
    โรคติดต่อไม่เรื้อรัง (NCDs) ถือเป็นกลุ่มโรคที่เกิดจากการใช้ชีวิตที่มีความเสี่ยง โดยเฉพาะการกินอาหารที่มากเกินไป รวมทั้งขาดการทำกิจกรรมทางกายที่นำมาโดยโรคอ้วน เบาหวาน หัวใจ ความดันโลหิตสูง อัมพาต อัมพฤกษ์ ที่ทำให้คนบนโลกนี้เสียชีวิตไปมากที่สุด และยิ่งนับวันคนไทยก็มีความเสี่ยงเป็นโรคเหล่านี้มากขึ้น