ยานอนหลับชนิดใหม่ "อีทีโซแลม"แรงถึงตาย นักเที่ยวระวังถูกมอม

  • Tuesday, November 14, 2017 - 00:01

    กรมวิทยาศาสตร์การแพทย์ตรวจพบยานอนหลับชนิดใหม่มีฤทธิ์แรงถึงตาย มากกว่ายานอนหลับธรรมดา 10 เท่า คาดนำเข้าจากต่างประเทศ เบื้องต้นยังไม่พบมีการใช้มอมเมาผู้อื่น สลายในแอลกอฮอล์ เตือนนักเที่ยวอย่าดื่มแอลกอฮอล์ที่คนอื่นยื่นให้

    ที่กรมวิทยาศาสตร์การแพทย์ มีการแถลงข่าว “ตรวจพบยานอนหลับชนิดใหม่ระบาดในประเทศไทย” โดยมี นพ.สุขุม กาญจนพิมาย อธิบดีกรมวิทยาศาสตร์การแพทย์ พร้อมด้วย พล.ต.ต.ดาวลอย เหมือนเดช รองผู้บัญชาการตำรวจภูธร (ผบช.ภธ.) ภาค 9 นายวชิระ อำพนธ์ ผอ.กองควบคุมวัตถุเสพติด สำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา (อย.) และ น.ส.กัญญนันทน์ คงภัสนิธิโรจน์ ผอ.สถาบันวิชาการและตรวจพิสูจน์ยาเสพติด สำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามยาเสพติด (ป.ป.ส.) ร่วมกันแถลงข่าว

    นพ.สุขุมกล่าวว่า เดือน ก.ย.-ต.ค.60 สำนักยาและวัตถุเสพติด และศูนย์วิทยาศาสตร์การแพทย์ที่ 12 สงขลา กรมวิทยาศาสตร์การแพทย์ ร่วมกันตรวจวิเคราะห์ของกลาง 10 ตัวอย่าง ที่ส่งตรวจจากสถานีตำรวจภูธร 7 แห่ง ในเขต จ.นราธิวาสและยะลา มีลักษณะเป็นยาเม็ดกลมแบนสีส้ม ด้านหนึ่งมีตัวพิมพ์ “5” ส่วนอีกด้านเป็นสัญลักษณ์ “4 แฉกพร้อมตัวพิมพ์ 028” บรรจุในแผงอลูมิเนียมสีเงินพลาสติกใสสีแดงแผงละ 10 เม็ด บนแผงพิมพ์ภาษาอังกฤษระบุผลิตในประเทศญี่ปุ่น (MADE IN JAPAN) และชื่อยา “Erimin5”

    หลังตรวจสอบฃพบว่าเป็นยาปลอม มักนำไปใช้ทดแทนยาเสพติด ซึ่งมีการแพร่ระบาดมากในสถานบันเทิงเขตจังหวัดชายแดนภาคใต้ ผลการตรวจทางห้องปฏิบัติการสามารถยืนยันว่าของกลางทั้ง 10 ตัวอย่าง เป็นยาอีทิโซแลม (Etizolam) ซึ่งเป็นยานอนหลับชนิดใหม่ที่เพิ่งตรวจพบครั้งแรกในประเทศไทย

    นพ.สุขุมกล่าวอีกว่า ยาอีทิโซแลมออกฤทธิ์คล้ายยานอนหลับในกลุ่มเบนโซไดอาซีปีนส์ ซึ่งดูดซึมได้ดีผ่านระบบทางเดินอาหาร มีฤทธิ์ทำให้ง่วงมากกว่ายานอนหลับไดอาซีแพม (Diazepam) ถึง 10 เท่า ให้ระดับยาในเลือดสูงสุดภายในเวลา 0.5-2 ชั่วโมง และออกฤทธิ์ได้นาน 6-8 ชั่วโมง ในบางประเทศ เช่น ญี่ปุ่น อิตาลี และอินเดีย อนุญาตให้ใช้เป็นยาในรูปแบบยาเม็ดขนาดความแรงต่างๆ กัน สำหรับรักษาโรควิตกกังวล ภาวะซึมเศร้าและอาการนอนไม่หลับ ยาดังกล่าวมีผลข้างเคียง เช่น ทำให้ง่วงซึมระหว่างวัน กล้ามเนื้ออ่อนแรง พูดจาเลอะเลือน ลืมสิ่งที่เกิดขึ้น หากใช้เกินกว่า 1 เดือน จะกดระบบหายใจทำให้เสียชีวิตได้ นอกจากนี้ยังมีการนำไปใช้ทดแทนยาอี สำหรับในประเทศไทยเป็นการตรวจสอบครั้งแรก ยังไม่ถูกควบคุมหรือประกาศให้เป็นวัตถุที่ออกฤทธิ์ต่อจิตและประสาท แต่เริ่มมีการแพร่ระบาดและมีแนวโน้มนำไปใช้ในทางที่ผิดในประเทศไทย

    ด้าน พล.ต.ต.ดาวลอยกล่าวว่า มีการตรวจยาเสพติดชนิดดังกล่าวพร้อมชนิดอื่นอีก 13 กรณี จากการปราบปรามยาเสพติดอย่างหนักในพื้นที่ 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้ เบื้องต้นคาดว่าลักลอบนำเข้าจากประเทศเพื่อนบ้าน เชื่อว่าผู้ใช้นำมาใช้กับตัวเองทดแทนหรือใช้ร่วมกับยาเสพติดชนิดอื่น อย่างไรก็ตาม ยาชนิดนี้สามารถละลายเฉพาะในแอลกอฮอล์ เพื่อป้องกันตัวเองจากยาชนิดนี้ ก็ไม่ควรดื่มเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ที่บุคคลอื่นหยิบยื่นให้ โดยเฉพาะในสถานบันเทิง.

  • เปลว สีเงิน

    ก็เห็นใจ "อดีตนายกฯ อภิสิทธิ์"! ที่ดิ้นสู้............ ถึงขั้นเตรียมยื่นศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัย ว่าการออกคำสั่ง คสช.ที่ ๕๓/๒๕๖๐ ของนายกฯ เข้าเงื่อนไขการใช้มาตรา ๔๔ หรือไม่? ในความเห็นผมนะ.......
  • บทบรรณาธิการ

    ข้อมูลที่สำคัญในการดำเนินนโยบายแก้ไขปัญหาความไม่สงบในจังหวัดชายแดนภาคใต้กว่า 15 ปีที่ผ่านมาของรัฐบาลไทยตั้งแต่อดีตจนถึงปัจจุบัน โดยการใช้จ่ายงบประมาณสำหรับแก้ไขปัญหาในพื้นที่ ตั้งแต่ปี 2547 จนถึงปีงบประมาณ 2561 รวม 15 ปี งบประมาณ โดยรวมคือ 290,901.6 ล้านบาท
  • เอ็กซ์-ไซท์

    รพ.ตำรวจเตรียมทำวิจัยศึกษาสาเหตุการฆ่าตัวตายของตำรวจ หลังพบเพิ่มมากขึ้น
    แนะตรวจให้ละเอียด ตำรวจท้าเสกฟ้อง รอง ผบ.ตร.-ผบช.น.โต้นักร้องดัง ยันบุกจับกุมที่บ้านดำเนินการตามขั้นตอนของกฎหมาย จะใช้สิทธิฟ้องร้องก็เชิญ รองเลขาฯ อย.เตือนตรวจฉี่ซ้ำแยกแยะชนิดยา เสพติด
    จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัยร่วมกับเอกชนผลิตสารเคลือบหมวกกันน็อกกำจัดกลิ่นและฆ่าเชื้อจูงใจคนสวมหมวกวิน
  • x-cite inside

    ปัจจุบันการเรียนรู้ของเด็กได้เปลี่ยนแปลงไป เนื่องจากมีแหล่งเรียนรู้นอกห้องเรียนมากมาย โดยเฉพาะจากสื่อออนไลน์และเทคโนโลยีต่างๆ ที่สามารถเข้าไปพัฒนาการศึกษาของเยาวชนได้โดยไม่ต้องพึ่งตำราและการเรียนในห้องเพียงอย่างเดียว ที่จะทำให้เกิดความเครียดให้แก่ชีวิตพวกเขา รวมทั้งปัญหาสุขภาวะตามมาอีกด้วย
    เมื่อเทศกาลปีใหม่เวียนมาถึง ถือเป็นสัญญาณเริ่มต้นใหม่ของใครหลายๆคน ในการเปิดรับกับสิ่งต่าง ๆ ที่จะเข้ามาในชีวิต บางคนถือโอกาสบอกลาสิ่งไม่ดีในปีเก่า และบางคนใช้ปีใหม่นี้ในการเปลี่ยนแปลงนิสัยและพฤติกรรมการใช้ชีวิตบางอย่างของตัวเอง หรือการเริ่มต้นทำในสิ่งต่าง ๆ ที่ไม่เคยทำ
    โรคติดต่อไม่เรื้อรัง (NCDs) ถือเป็นกลุ่มโรคที่เกิดจากการใช้ชีวิตที่มีความเสี่ยง โดยเฉพาะการกินอาหารที่มากเกินไป รวมทั้งขาดการทำกิจกรรมทางกายที่นำมาโดยโรคอ้วน เบาหวาน หัวใจ ความดันโลหิตสูง อัมพาต อัมพฤกษ์ ที่ทำให้คนบนโลกนี้เสียชีวิตไปมากที่สุด และยิ่งนับวันคนไทยก็มีความเสี่ยงเป็นโรคเหล่านี้มากขึ้น