ชาวนาเชียร์ฉัตรชัย/ไล่ผู้ว่ากยท.

  • Tuesday, November 14, 2017 - 00:05

    "ชาวนา" ยกขบวนมอบดอกไม้เชียร์ "บิ๊กฉัตร" ขอ "ประยุทธ์" อย่าปรับพ้น ครม. ส่วน "เครือข่ายสวนยาง" หลายกลุ่มนำพวงหรีดวางหน้ากระทรวง ประท้วงราคายางตกต่ำ จี้ปลด "ผู้ว่าฯ กยท." "บิ๊กฉัตร" ขอทุกกลุ่มอดทน ลั่นแก้ปัญหายั่งยืนไม่ทำฉาบฉวย เตรียมชง "นายกฯ" แก้ปมยางพารา "ปชป." โวยทหารอุ้มแกนนำสวนยาง

    เมื่อวันจันทร์ ตั้งแต่เวลา 07.10 น. กลุ่มเกษตรกรชาวนากว่า 100 คนจากหลายจังหวัด อาทิ สิงห์บุรี ลพบุรี พระนครศรีอยุธยา และสุรินทร์ นำดอกไม้และผลไม้มามอบให้กำลังใจ พล.อ.ฉัตรชัย สาริกัลยะ รมว.เกษตรและสหกรณ์ ที่กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ หลังมีกระแสข่าวอาจจะถูกปรับออกจากตำแหน่งในการปรับคณะรัฐมนตรี (ครม.) ประยุทธ์ 5

    ตัวแทนเกษตรกรชาวนาระบุว่า มาขอบคุณ รมว.เกษตรฯ ที่ดำเนินนโยบายส่งเสริมเกษตรกรชาวนาอย่างต่อเนื่อง ทั้งในด้านชลประทานและการเสริมองค์ความรู้เกี่ยวกับนโยบายเกษตรแปลงใหญ่ ทำให้พวกเราสามารถลดต้นทุนในการทำนาไปได้มาก รวมทั้งเกษตรแบบอินทรีย์ที่ได้เพิ่มมูลค่าผลผลิต ตลอดจนการอุดหนุนเยียวยาในกรณีที่เกิดภัยพิบัติ

    "สิ่งต่างๆ เหล่านี้ถือเป็นประโยชน์ต่อชาวนาส่วนใหญ่ จึงอยากส่งเสียงไปถึง พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี ว่าเราไม่ต้องการให้มีการปรับ พล.อ.ฉัตรชัยออกจากตำแหน่ง เพื่อให้กระทรวงเกษตรฯ ดำเนินนโยบายต่างๆ อย่างต่อเนื่อง" ตัวแทนเกษตรกรชาวนารายนี้ระบุ

    พล.อ.ฉัตรชัยกล่าวขอบคุณกลุ่มเกษตรกรชาวนาที่มาให้กำลังใจ รวมทั้งชี้แจงว่าความตั้งใจตั้งแต่เข้ามาเป็น รมว.เกษตรฯ ก็มุ่งหวังให้มีการแก้ไขปัญหาในด้านต่างๆ อย่างยั่งยืน เนื่องจากเห็นว่าปัญหาต่างๆ ของเกษตรกรมีลักษณะหมักหมมมาอย่างยาวนาน ส่งผลให้ไม่มีการพัฒนาต่อยอดผลผลิตเพื่อแข่งขันกับต่างประเทศ โดยเฉพาะอย่างยิ่งโครงการต่างๆ ในอดีตที่เน้นในเรื่องปริมาณมากกว่าคุณภาพ จนทำให้ราคาผลผลิตพืชแต่ละชนิดมีช่วงตกต่ำเป็นประจำทุกปี

    รมว.เกษตรฯ กล่าวว่า เข้าใจในความยากลำบากของเกษตรกร ไม่เฉพาะชาวนาเท่านั้น แต่หมายรวมถึงชาวสวน ชาวไร่ ปศุสัตว์ประเภทอื่นๆ ทั้งหมด หากแต่คำนึงถึงการแก้ไขปัญหาในระยะยาว มากกว่าการแก้ไขปัญหาเฉพาะหน้า ทำให้อาจต้องใช้เวลาหลายปีจึงเห็นผล ดังนั้นจึงอยากให้เกษตรกร ทั้งชาวนาและผู้ปลูกพืชชนิดอื่นมีความเข้าใจในแนวนโยบายของรัฐบาลชุดนี้ ในการส่งเสริมเกษตรทฤษฎีใหม่ แนวทางพระราชดำริของในหลวงรัชกาลที่ ๙ ที่ได้พระราชทานคนไทยเพื่อความยั่งยืนต่อไปในอนาคต ในขณะที่การอุดหนุนเยียวยาก็มิได้ละเลย แต่พิจารณาตามความจำเป็นเป็นกรณีไป

    "ผมไม่ใช่นักการเมืองและไม่ได้ต้องการฐานเสียง จึงไม่เลือกทำอะไรที่ฉาบฉวย หากแต่ต้องการแก้ปัญหาอย่างยั่งยืนเพื่อให้พี่น้องเกษตรกรอยู่ดีกินดี" รมว.เกษตรฯ กล่าว

    ต่อมาเวลา 10.30 น. นายเขศักดิ์ สุดสวาท เลขานุการ และนายสุรัตน์ เทือกสุบรรณ คณะกรรมการเครือข่ายสถาบันเกษตรกรชาวสวนยางแห่งประเทศไทย พร้อมเครือข่ายกว่า 50 คน ได้นำพวงหรีด 3 พวงมาวางที่กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ เพื่อแสดงออกเชิงสัญลักษณ์ไว้อาลัยต่อการบริหารยางที่ล้มเหลวของกระทรวงเกษตรฯ และบอร์ดการยางแห่งประเทศไทย (กยท.)

    พล.อ.ฉัตรชัยลงมารับหนังสือข้อเรียกร้องจากแกนนำเครือข่ายสถาบันเกษตรกรชาวสวนยางแห่งประเทศไทย โดยเสนอข้อเรียกร้อง 3 ข้อ คือ 1.ให้นายธีธัช สุขสะอาด ผู้ว่าการการยางแห่งประเทศไทย (กยท.) พ้นจากตำแหน่ง เนื่องจากบริหารผิดพลาดหลายประการจนก่อให้เกิดวิกฤติครั้งนี้ 2.ให้บอร์ด กยท.ถอนหุ้นออกจากบริษัทร่วมทุนที่จดทะเบียนร่วมกับ 5 บริษัทยักษ์ใหญ่ของไทย แล้วดำเนินการจัดตั้งบริษัทจำกัดซึ่งเป็นของ กยท.เอง และ 3.ให้รัฐออกนโยบายบังคับใช้ยางพาราภายในประเทศทุกรูปแบบอย่างจริงจัง

    จากนั้นเวลา 11.30 น. นายพลกฤษณ์ คล้ายวิตภัทร ที่ปรึกษาชุมนุมสหกรณ์กองทุนสวนยางพัทลุง จำกัด จ.พัทลุง เดินทางมาที่กระทรวงเกษตรและสหกรณ์เพื่อวางพวงหรีดเป็นเชิงสัญลักษณ์เช่นเดียวกัน โดยมีนายอำนวย ปะติเส ที่ปรึกษา รมว.เกษตรฯ ออกมาต้อนรับ

    นอกจากนี้ยังมีนายอุทัย สอนหลักทรัพย์ ประธานสภาเครือข่ายยางและสถาบันเกษตรกรยางพาราแห่งประเทศไทย (สยยท.) พร้อมตัวแทนเกษตรกรสวนยางภาคใต้ตอนบน ได้ยื่นหนังสือเรียกร้องต่อ รมว.เกษตรฯ ให้ปลดบอร์ดและผู้ว่าฯ กทย. พร้อมกับนำรายชื่อ 5 หมื่นชื่อขับไล่บอร์ด กยท.ไปยื่นที่ทำเนียบรัฐบาล ให้นายกฯ ใช้มาตรา 44 สั่งให้ทุกหน่วยงานใช้ยางเพื่อยกระดับราคา

    ด้าน พล.อ.ฉัตรชัยกล่าวว่า หลังจากรับฟังข้อเรียกร้องของชุมนุมสหกรณ์ชาวสวนยางแห่งประเทศไทย และสภาเครือข่ายยางและสถาบันเกษตรกรยางพาราแห่งประเทศไทย (สยยท.) ณ กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ได้เตรียมนำเรื่องราคายางพาราตกต่ำจนต้องมีเกษตรกรชาวสวนยางออกมาขับไล่นายธีธัช สุขสะอาด ผู้ว่าการการยางแห่งประเทศไทย (กยท.) เข้าหารือกับ พล.อ.ประยุทธ์ ในกรณีปฏิบัติหน้าที่ไม่โปร่งใส ตามข้อกล่าวหาของเกษตรกรชาวสวนยาง ทั้งเรื่องของการนำเงิน กยท.ไปตั้งบริษัท ร่วมทุนยางพาราไทย จำกัด กับ 5 เสือ ส่งออกมูลค่า 1,200 ล้านบาท เพื่อพยุงราคายางพารา แต่รับซื้อเฉพาะจุดที่มีพวกพ้องตัวเองได้ประโยชน์ ไม่ตรงกับวัตถุประสงค์และไม่สามารถพยุงราคาได้ การเก็บยางพาราในคลังไม่เรียบร้อย" พล.อ.ฉัตรชัยกล่าว

    "ผมได้ชี้แจงกับตัวแทนเกษตรกรว่า กระทรวงเกษตรได้เชิญนายธีธัชและ พล.อ.ฉัตรเฉลิม เฉลิมสุข ประธานคณะกรรมการ กยท.เข้าหารือเป็นการด่วนในประเด็นเหล่านี้ ซึ่งในส่วนข้อกล่าวหานายธีธัช เรื่องความไม่โปร่งใสในการปฏิบัติหน้าที่ ได้สั่งการให้ พล.อ.ฉัตรเฉลิมจัดตั้งคณะกรรมการขึ้นมาตรวจสอบการทำงานของนายธีธัช โดยให้เวลาภายใน 7 วัน จากนั้นถึงจะมีการดำเนินการตามผลการตรวจสอบ" พล.อ.ฉัตรชัยกล่าว

    "การปฏิบัติหน้าที่ของนายธีธัชถือว่าอยู่ภายใน พ.ร.บ.การยางแห่งประเทศไทย การดำเนินการตรวจสอบจึงต้องผ่านบอร์ด กยท. ซึ่งจะมีการประเมินผลงานของนายธีธัชเป็นประจำอยู่แล้ว หากไม่ผ่านการประเมินก็คงต้องเลิกจ้าง อย่างไรก็ตามจำเป็นต้องฟังความทั้ง 2 ด้านเพื่อให้เกิดความยุติธรรมทุกฝ่าย" รมว.เกษตรฯ กล่าว

    ขณะที่นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ กล่าวถึงการเชิญแกนนำเกษตรกรชาวสวนยางไปปรับทัศนคติที่ค่ายทหารว่า คงเป็นวิธีการจัดการของคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) ซึ่งไม่ประสงค์จะเห็นการชุมนุม เพราะถือว่าการชุมนุมเกิน 5 คนเป็นความผิดต่อคำสั่งของ คสช. แต่เรื่องนี้มีหลายแง่มุม คือการที่ประชาชนแสดงออกโดยมีเหตุจูงใจที่หลากหลาย แต่กรณีนี้ชัดเจนว่าเกิดจากความเดือดร้อนของประชาชน และพยายามจัดระเบียบโดยการให้ไปร้องศูนย์ดำรงธรรม หรือทำหนังสือร้องเรียนซึ่งเชื่อว่ามีการทำกันอยู่เพื่อให้ผู้เกี่ยวข้องรับทราบ

    นายอภิสิทธิ์กล่าวว่า ถึงจุดหนึ่งเมื่อไม่มีการตอบสนอง ปัญหาไม่คลี่คลาย ก็เป็นธรรมชาติของผู้เดือดร้อนที่คิดว่าทำอย่างไรถึงจะแสดงออกให้ทราบถึงพลังและจำนวนคนที่เดือดร้อนอยู่ เพื่อเป็นเสียงหนึ่งที่บอกให้รัฐบาลรับรู้ว่าถึงเวลาต้องแก้ไขปัญหาแล้ว ส่วนที่ว่าธรรมชาติของทหาร ผู้ใต้บังคับบัญชา ต้องฟังผู้บังคับบัญชานั้น ปัญหาของประชาชนจะใช้ระบบบังคับบัญชาเพื่อแก้ไขปัญหาคงจะไม่ได้

    "ทำไมเรื่องนี้รุนแรงมากขึ้นเรื่อยๆ เพราะราคาแย่จริง ไม่ใช่เฉพาะภาคใต้ ที่ผ่านมาก็เคยมีการพูดว่าจะแก้ปัญหาแต่จริงๆ ไม่เกิดผล ข้อเสนอหนึ่งคือการเอายางพาราไปใช้ในกิจการของรัฐ สร้างถนน สนามกีฬา ซึ่งก็มีการตอบสนองแต่เกิดน้อยมาก มีแต่ระดับท้องถิ่นที่เอาไปทำ ทำไมระดับประเทศทำไม่ได้ ดังนั้นรัฐจะต้องแสดงความเป็นผู้นำ ถ้าบอกว่าถนนทุกเส้นต้องใช้ก็ใช้ไม่ใช่น้อยๆ เพียงแต่ถึงเวลาจริงๆ รัฐบาลไม่ได้ติดตาม ผมเคยเสนอว่าควรจะเป็นมติออกมาว่าต้องใช้ ถ้าจะไม่ใช้ต้องรายงานมา ถ้าเปลี่ยนมาใช้ยางพารา" นายอภิสิทธิ์กล่าว

    ถามว่า การเสนอให้ปลด รมว.เกษตรฯ และผู้ว่าการการยางแห่งประเทศไทยจะช่วยแก้ปัญหาได้หรือไม่นั้น หัวหน้าพรรค ปชป.กล่าวว่า เข้าใจความรู้สึกเวลาที่มีการบริหารไม่ถูกใจหรือไม่ได้ผล หลักการบริหารก็คือการเปลี่ยนแปลงบุคคล แต่ตนไม่ไปก้าวล่วงตรงนี้ เพราะถือว่าถ้าเปลี่ยนคนแล้วนโยบายยังเหมือนเดิมก็ได้ผลเท่าเดิม และเรื่องนี้ไม่ว่าจะเป็น รมว.เกษตรฯ หรือผู้ว่าการการยางฯ ตนก็พอรู้จักคุ้นเคยอยู่

    "อยากจะกระตุ้นให้ท่านมาฟัง หรือถ้าท่านไม่ฟังคิดว่าไม่สามารถตอบสนองหรือปรับเปลี่ยนได้ ก็คงเป็นเรื่องที่ต้องพิจารณาแล้วว่า ถ้าคนอื่นเข้ามาจะเหมาะกว่าหรือไม่ ผมยังเชื่อว่ามีอีกหลายหนทางที่จะแก้ปัญหาได้ และอยากให้รับฟังเกษตรกรด้วย และเห็นว่าเรื่องของประกันรายได้สามารถเอามาใช้กับยางพาราได้" หัวหน้าพรรค ปชป.กล่าว

    เช่นเดียวกับ นพ.สุกิจ อัถโถปกรณ์ อดีต ส.ส.ตรัง พรรคประชาธิปัตย์ กล่าวว่า รู้สึกไม่สบายใจกับการคุมตัวแกนนำเกษตรกรชาวสวนยางพาราหลายคนไว้ในค่ายทหารที่ จ.พัทลุง และ จ.ตรัง แม้จะทราบดีว่าเราอยู่ในการปกครองระบอบไหน แต่ก็ไม่อยากจะเชื่อว่าเหตุการณ์แบบนี้จะเกิดขึ้น เพราะเรื่องที่แกนนำชาวสวนยางทำกันอยู่มันเป็นเรื่องจริง คือเรื่องยางพาราตกต่ำ ไม่ใช่ประเด็นการเมืองแต่เป็นความเดือดร้อนของประชาชน เป็นปัญหาปากท้อง ไม่ว่ารัฐบาลไหนๆ ก็ต้องฟังทั้งนั้น ไม่ใช่ไปโทษเขาไปจับเขา ความจริงเหล่าแกนนำก็ออกมาพูดหลายครั้งแล้วแต่ไม่ได้รับการตอบสนอง เขาจึงคิดว่าการไปพบและบอกกับท่านนายกฯ และผู้รับผิดชอบระดับสูงโดยตรงน่าจะดีกว่า ไม่ใช่จะไปก่อความวุ่นวายประการใด.

  • เปลว สีเงิน

    ก็เห็นใจ "อดีตนายกฯ อภิสิทธิ์"! ที่ดิ้นสู้............ ถึงขั้นเตรียมยื่นศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัย ว่าการออกคำสั่ง คสช.ที่ ๕๓/๒๕๖๐ ของนายกฯ เข้าเงื่อนไขการใช้มาตรา ๔๔ หรือไม่? ในความเห็นผมนะ.......
  • บทบรรณาธิการ

    ข้อมูลที่สำคัญในการดำเนินนโยบายแก้ไขปัญหาความไม่สงบในจังหวัดชายแดนภาคใต้กว่า 15 ปีที่ผ่านมาของรัฐบาลไทยตั้งแต่อดีตจนถึงปัจจุบัน โดยการใช้จ่ายงบประมาณสำหรับแก้ไขปัญหาในพื้นที่ ตั้งแต่ปี 2547 จนถึงปีงบประมาณ 2561 รวม 15 ปี งบประมาณ โดยรวมคือ 290,901.6 ล้านบาท
  • เอ็กซ์-ไซท์

    รพ.ตำรวจเตรียมทำวิจัยศึกษาสาเหตุการฆ่าตัวตายของตำรวจ หลังพบเพิ่มมากขึ้น
    แนะตรวจให้ละเอียด ตำรวจท้าเสกฟ้อง รอง ผบ.ตร.-ผบช.น.โต้นักร้องดัง ยันบุกจับกุมที่บ้านดำเนินการตามขั้นตอนของกฎหมาย จะใช้สิทธิฟ้องร้องก็เชิญ รองเลขาฯ อย.เตือนตรวจฉี่ซ้ำแยกแยะชนิดยา เสพติด
    จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัยร่วมกับเอกชนผลิตสารเคลือบหมวกกันน็อกกำจัดกลิ่นและฆ่าเชื้อจูงใจคนสวมหมวกวิน
  • x-cite inside

    ปัจจุบันการเรียนรู้ของเด็กได้เปลี่ยนแปลงไป เนื่องจากมีแหล่งเรียนรู้นอกห้องเรียนมากมาย โดยเฉพาะจากสื่อออนไลน์และเทคโนโลยีต่างๆ ที่สามารถเข้าไปพัฒนาการศึกษาของเยาวชนได้โดยไม่ต้องพึ่งตำราและการเรียนในห้องเพียงอย่างเดียว ที่จะทำให้เกิดความเครียดให้แก่ชีวิตพวกเขา รวมทั้งปัญหาสุขภาวะตามมาอีกด้วย
    เมื่อเทศกาลปีใหม่เวียนมาถึง ถือเป็นสัญญาณเริ่มต้นใหม่ของใครหลายๆคน ในการเปิดรับกับสิ่งต่าง ๆ ที่จะเข้ามาในชีวิต บางคนถือโอกาสบอกลาสิ่งไม่ดีในปีเก่า และบางคนใช้ปีใหม่นี้ในการเปลี่ยนแปลงนิสัยและพฤติกรรมการใช้ชีวิตบางอย่างของตัวเอง หรือการเริ่มต้นทำในสิ่งต่าง ๆ ที่ไม่เคยทำ
    โรคติดต่อไม่เรื้อรัง (NCDs) ถือเป็นกลุ่มโรคที่เกิดจากการใช้ชีวิตที่มีความเสี่ยง โดยเฉพาะการกินอาหารที่มากเกินไป รวมทั้งขาดการทำกิจกรรมทางกายที่นำมาโดยโรคอ้วน เบาหวาน หัวใจ ความดันโลหิตสูง อัมพาต อัมพฤกษ์ ที่ทำให้คนบนโลกนี้เสียชีวิตไปมากที่สุด และยิ่งนับวันคนไทยก็มีความเสี่ยงเป็นโรคเหล่านี้มากขึ้น