ประเดิม 4+6 คำถาม 'บิ๊กตู่' ปชช. ขอนำไปใช้จริง

  • Tuesday, November 14, 2017 - 09:10

    ประเดิมเป็นวันแรก (13 พ.ย.) สำหรับการให้ประชาชนตอบคำถามของนายกรัฐมนตรี เมื่อ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและหัวหน้า คสช. คลอดมาอีก 6 คำถาม โดยเขียนด้วยลายมือตัวเอง มาถามประชาชนชาวไทย

    แม้จะมีหลายเสียงออกมาชี้ว่า 6 คำถามที่นายกฯ กลั่นกรองมานั้น จะสะท้อนถึงความขัดแย้งของการเมืองไทยที่ยังคงมีอยู่ (แน่นอน) รวมทั้งเป็นการแบไต๋ถึงกิจกรรมทางการเมืองของ คสช. ที่จะเกิดขึ้นในอนาคต ว่าน่าจะมีการร่วมสังฆกรรมเมื่อประเทศกลับเข้าสู่โหมดเลือกตั้งอย่างแน่นอน

    ขณะที่พรรคการเมืองใหญ่สองพรรค อย่างพรรคเพื่อไทย และพรรคประชาธิปัตย์ ต่างออกมาประสานเสียงวิพากษ์คำถาม “ลุงตู่” เสียสนุกปาก บ้างก็ชี้รัฐบาลยุคก่อนหน้าก็มีโครงการดีๆ แล้วยังสามารถตรวจสอบได้อีก

    ขณะที่ คสช.ไม่มีกลไกที่ตรวจสอบการทำงานได้ บ้างก็บอกว่าเป็นการหยั่งเชิงประชาชน และเช็กเรตติ้งเสียงว่า หาก คสช. "มีแผนจะทำบางอย่างในอนาคต” ความเห็นในเบื้องต้นของประชาชนนั้นจะออกมาในลักษณะไหน ซึ่งดูแล้วไม่เข้าท่า

    ซึ่งในส่วนของเนื้อหาคำถามนั้น คงไม่ต้องลงรายละเอียด เพราะท่านทั้งหลายคงอ่านกันไปมากกว่า 1 รอบแล้วอย่างแน่นอน

    ประชาชนสามารถตอบคำถามได้ที่กระทรวงมหาดไทย และศูนย์ดำรงธรรม ทั้ง 1,007 แห่ง ทั่วประเทศ ขณะที่ชาว กทม. สามารถตอบคำถามได้ที่สำนักงานเขตทั้ง 50 เขต ทั่วพื้นที่กรุงเทพมหานคร

    โดยยังไม่ได้ระบุว่าจะอนุญาตให้ประชาชนตอบคำถามได้ถึงวันไหน!!!

    ทั้งนี้ กระทรวงมหาดไทยได้จัดคำถามในลักษณะ 4+6 ไว้ให้ประชาชนที่เดินทางมาตอบคำถาม โดยนำ 4 คำถามเดิมมารวมกับ 6 คำถามใหม่ โดยประชาชนต้องนำบัตรประจำตัวประชาชนมาเป็นหลักฐานในการตอบคำถามด้วย

    บรรยากาศตลอดทั้งวันที่ศูนย์ดำรงธรรม กระทรวงมหาดไทยนั้น เป็นไปอย่างเงียบเหงา โดยตลอดทั้งวันมีประชาชนเดินทางมาตอบคำถามเพียง 9 รายเท่านั้น

    "สาเหตุที่ทำให้มีประชาชนเดินทางมาน้อย เนื่องจาก การตอบ 4 คำถามครั้งแรกของนายกรัฐมนตรี ในช่วงเดือนต้นเดือน มิ.ย.นั้น ในสัปดาห์แรกยังคงมีจุดที่อนุญาตให้ประชาชนเดินทางมาตอบคำถามเพียงไม่กี่แห่ง อีกทั้งยังจัดเป็นครั้งแรก จึงอาจทำให้ติดขัดปัญหางประการ ซึ่งต่างกับในวันนี้ (13 พ.ย.) ที่เจ้าหน้าที่ในแต่ละจุดรู้วิธีการดำเนินการ เช่นเดียวกับประชาชนที่เดินทางมาตอบคำถาม จึงไม่ใช้เรื่องน่าประหลาดใจที่จะมีประชาชนเดินทางมาตอบคำถามน้อย เพราะน่าจะกระจายตามจุดอื่นๆ ทั่วทั้ง กทม.และต่างจังหวัด" แหล่งข่าวกระทรวงมหาดไทยระบุ

    จากข้อมูลล่าสุดพบว่า การแสดงความคิดเห็นของประชาชนทั่วประเทศ ต่อคำถาม 4 ข้อของนายกรัฐมนตรี ตั้งแต่วันที่ 12 มิถุนายน จนถึง 8 พฤศจิกายน2560 ได้รายงานความคืบหน้าให้กับนายกรัฐมนตรีไปแล้ว 9 ครั้ง โดยมีประชาชนตอบคำถามรวม 1,118,612 คน แบ่งเป็นส่วนภูมิภาค 1,090,848 คน/กรุงเทพมหานคร 27,764 คน

    "สุมารีย์ วงษ์สุวรรณ์" ประชาชนจาก จ.พระนครศรีอยุธยา ที่เดินทางมาตอบคำถามที่กระทรวงมหาดไทย เป็นคนที่ 3 บอก....

    "การสนับสนุนพรรคการเมืองของ คสช.นั้น ไม่ได้มองว่าเป็นเรื่องที่แย่ แต่สิ่งสำคัญคือหากพรรคการเมืองที่ คสช.สนับสนุนได้ขึ้นเป็นรัฐบาล คำตอบที่อยู่ในใจของประชาชนทุกคนคือ พรรคการเมืองดังกล่าวจะสามารถช่วยบรรเทาปัญหาที่เกิดขึ้นแก่ประชาชนรากหญ้าให้มีแนวโน้มดีขึ้นได้หรือไม่มากกว่า

    เข้าใจทุกคำถามที่นายกรัฐมนตรีถาม และหากเป็นไปได้ อยากให้มีการนำคำตอบของประชาชนไปร่วมพิจารณา เพื่อที่รัฐบาลจะเข้าใจปัญหาเกี่ยวกับประชาชนรากหญ้ามากขึ้นกว่าที่เป็นอยู่ เนื่องจากปัจจุบัน นอกจากปัญหาเศรษฐกิจแล้ว ประชาชนบางส่วนเริ่มมีการพูดถึงการใช้อำนาจของข้าราชการบางกลุ่มว่ามีความเหมาะสมหรือไม่

    ขณะที่บางส่วนที่ได้รับผลกระทบจากนโยบายรัฐบาล โดยไม่สามารถดำเนินการตามมาตรการเยียวยาที่รัฐบาลกำหนดได้ เนื่องจากการขาดความร่วมมือของเจ้าหน้าที่ จึงอยากให้รัฐบาลทำความเข้าใจปัญหายิบย่อยเหล่านี้เพื่อการแก้ไขด้วย”

    คำตอบจากชาวเมืองกรุงเก่าท่านนี้ น่าจะสะท้อนอะไรบางอย่างไปยังรัฐบาลได้ไม่มากก็น้อย!!!!

    ขณะที่บรรดาผู้มีอำนาจทั้งหลายต่างตื่นตัวกับคำถาม 6 ข้อล่าสุด ที่ถูกถามกลับไปยังประชาชนตาดำๆ โดยเขาเหล่านี้ก็ไม่รู้ด้วยว่า คำตอบที่เขียนลงไปนั้นจะมีผลอย่างไรกับการตัดสินใจดำเนินการของรัฐบาลและ คสช.ต่อไปในอนาคต

    เช่นเดียวกับบรรดานักการเมือง ที่ออกมาเรียกร้องให้ปลดล็อกเลือกตั้งกันปาวๆ พร้อมออกมาวิจารณ์ทั้ง 6 คำถามอย่างสาดเสียเทเสีย

    แต่ท้ายที่สุดแล้ว ผู้ที่รับผลกระทบกันเต็มๆ จาก "ละครฉากเดิม” ก็คงหนีไม่พ้นประชาชนอย่างเราๆ ท่านๆ นี่แหละ.

  • เปลว สีเงิน

    ก็เห็นใจ "อดีตนายกฯ อภิสิทธิ์"! ที่ดิ้นสู้............ ถึงขั้นเตรียมยื่นศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัย ว่าการออกคำสั่ง คสช.ที่ ๕๓/๒๕๖๐ ของนายกฯ เข้าเงื่อนไขการใช้มาตรา ๔๔ หรือไม่? ในความเห็นผมนะ.......
  • บทบรรณาธิการ

    ข้อมูลที่สำคัญในการดำเนินนโยบายแก้ไขปัญหาความไม่สงบในจังหวัดชายแดนภาคใต้กว่า 15 ปีที่ผ่านมาของรัฐบาลไทยตั้งแต่อดีตจนถึงปัจจุบัน โดยการใช้จ่ายงบประมาณสำหรับแก้ไขปัญหาในพื้นที่ ตั้งแต่ปี 2547 จนถึงปีงบประมาณ 2561 รวม 15 ปี งบประมาณ โดยรวมคือ 290,901.6 ล้านบาท
  • เอ็กซ์-ไซท์

    รพ.ตำรวจเตรียมทำวิจัยศึกษาสาเหตุการฆ่าตัวตายของตำรวจ หลังพบเพิ่มมากขึ้น
    แนะตรวจให้ละเอียด ตำรวจท้าเสกฟ้อง รอง ผบ.ตร.-ผบช.น.โต้นักร้องดัง ยันบุกจับกุมที่บ้านดำเนินการตามขั้นตอนของกฎหมาย จะใช้สิทธิฟ้องร้องก็เชิญ รองเลขาฯ อย.เตือนตรวจฉี่ซ้ำแยกแยะชนิดยา เสพติด
    จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัยร่วมกับเอกชนผลิตสารเคลือบหมวกกันน็อกกำจัดกลิ่นและฆ่าเชื้อจูงใจคนสวมหมวกวิน
  • x-cite inside

    ปัจจุบันการเรียนรู้ของเด็กได้เปลี่ยนแปลงไป เนื่องจากมีแหล่งเรียนรู้นอกห้องเรียนมากมาย โดยเฉพาะจากสื่อออนไลน์และเทคโนโลยีต่างๆ ที่สามารถเข้าไปพัฒนาการศึกษาของเยาวชนได้โดยไม่ต้องพึ่งตำราและการเรียนในห้องเพียงอย่างเดียว ที่จะทำให้เกิดความเครียดให้แก่ชีวิตพวกเขา รวมทั้งปัญหาสุขภาวะตามมาอีกด้วย
    เมื่อเทศกาลปีใหม่เวียนมาถึง ถือเป็นสัญญาณเริ่มต้นใหม่ของใครหลายๆคน ในการเปิดรับกับสิ่งต่าง ๆ ที่จะเข้ามาในชีวิต บางคนถือโอกาสบอกลาสิ่งไม่ดีในปีเก่า และบางคนใช้ปีใหม่นี้ในการเปลี่ยนแปลงนิสัยและพฤติกรรมการใช้ชีวิตบางอย่างของตัวเอง หรือการเริ่มต้นทำในสิ่งต่าง ๆ ที่ไม่เคยทำ
    โรคติดต่อไม่เรื้อรัง (NCDs) ถือเป็นกลุ่มโรคที่เกิดจากการใช้ชีวิตที่มีความเสี่ยง โดยเฉพาะการกินอาหารที่มากเกินไป รวมทั้งขาดการทำกิจกรรมทางกายที่นำมาโดยโรคอ้วน เบาหวาน หัวใจ ความดันโลหิตสูง อัมพาต อัมพฤกษ์ ที่ทำให้คนบนโลกนี้เสียชีวิตไปมากที่สุด และยิ่งนับวันคนไทยก็มีความเสี่ยงเป็นโรคเหล่านี้มากขึ้น