ชงพรบ.กองทุนเสมอภาคฯเข้าครม.

  • Wednesday, November 15, 2017 - 00:00


    คกก.อิสระเห็นชอบร่าง พ.ร.บ.กองทุนเพื่อความเสมอภาคทางการศึกษาเสนอรัฐบาล พร้อมตั้ง คกก.ยกร่างระเบียบที่เกี่ยวข้อง คาดเสร็จสมบูรณ์ก่อนเดือน เม.ย.61 พร้อมทั้งเห็นชอบยกระดับปฏิรูปอุดมศึกษา "หมอจรัส” เผยอุดมศึกษาไทยติดกับดัก เน้นปริมาณผู้เรียนมากกว่าคุณภาพ ระบบธรรมาภิบาลไม่ทำงาน งานวิจัยไม่ตอบโจทย์ประเทศ เตรียมหารือ 16 พ.ย.นี้

    นพ.จรัส สุวรรณเวลา ประธานคณะกรรมการอิสระเพื่อการปฏิรูปการศึกษา กล่าวภายหลังการประชุมคณะกรรมการอิสระฯ ว่า ที่ประชุมได้มีมติเห็นชอบร่างพระราชบัญญัติ (พ.ร.บ.) กองทุนเพื่อความเสมอภาคทางการศึกษา พ.ศ....และมีมติให้สามารถนำเสนอต่อรัฐบาลได้ โดยขั้นตอนคือ เมื่อเสนอให้คณะรัฐมนตรี (ครม.) เห็นชอบแล้ว ก็จะต้องส่งให้คณะกรรมการกฤษฎีกา สภานิติบัญญัติแห่งชาติ (สนช.) ก่อนจะประกาศเป็นกฎหมาย อีกทั้งคณะกรรมการอิสระฯ ยังมีมติให้ตั้งคณะกรรมการยกร่างระเบียบ หลักเกณฑ์ต่างๆ ที่เกี่ยวข้องกับ พ.ร.บ.ดังกล่าวขึ้น 1 ชุด เพื่อทำหน้าที่ยกร่างระเบียบเพื่ออำนวยความสะดวกให้กับคณะกรรมการชุดจริงที่จะเกิดขึ้นตาม พ.ร.บ.ดังกล่าว โดยกฎระเบียบที่เกี่ยวข้องต่างๆ นี้จะต้องแล้วเสร็จภายใน 90 วัน หลังที่มีการประกาศใช้ พ.ร.บ. โดยระเบียบที่กำหนดไว้ใน พ.ร.บ.ดังกล่าว ได้แก่ ระเบียบที่จะกำหนดว่าใครคือผู้ที่จะได้รับทุนบ้าง และระเบียบการใช้จ่ายงบประมาณ ซึ่งคาดว่าจะแล้วเสร็จก่อนเดือนเมษายน 2561 เนื่องจากรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย พ.ศ.2560 ระบุว่าต้องยกร่างให้แล้วเสร็จภายใน 1 ปี

    นพ.จรัสกล่าวต่อว่า นอกจากนี้คณะอนุกรรมการเฉพาะกิจเพื่อพิจารณาร่าง พ.ร.บ.การอุดมศึกษา ยังได้เสนอให้ที่ประชุมยกระดับเป็นการปฏิรูปการอุดมศึกษา และคณะอนุกรรมการฯ ได้มีการนำเสนอในแง่ต่างๆ โดยเฉพาะอย่างยิ่งเรื่องความจำเป็นในการปฏิรูป ส่วนจะปฏิรูปอย่างไรคงจะต้องมีการหารือเพิ่ม ส่วนเรื่องที่จำเป็นที่จะต้องมี พ.ร.บ.เฉพาะ หรือมีการแยกกระทรวงหรือไม่นั้น ยังไม่อยู่ในการพิจารณาตอนนี้ ทั้งนี้ เรื่องที่ทำเสนอก็เป็นเรื่องต่างๆ ที่เกิดขึ้นในมหาวิทยาลัย ที่ในปัจุบันเรียกได้ว่าสถาบันอุดมศึกษาเกิดขึ้นเพียงพอสำหรับรองรับผู้เรียนแล้ว ซึ่งตอนนี้อาจจะเกินความต้องการ เพราะอัตราการเกิดของประชากรลดลง อีกทั้งเรื่องระบบบริหารอุดมศึกษาก็มีความอิสระ มีจุดเน้นเฉพาะของแต่ละมหาวิทยาลัย ซึ่งถือเป็นความก้าวหน้าของอุดมศึกษา แต่ก็ยังคงมีกับดักที่เป็นปัญหา อย่างเรื่องการเน้นปริมาณผู้เรียน ไม่ดูแลคุณภาพ ส่งผลให้บัณฑิตที่จบมาความสามารถไม่ตรงกับความต้องการ ระบบธรรมาภิบาลยังไม่ได้ผลเท่าที่ควร ยังดีไม่พอ งานวิจัยไม่สามารถตอบโจทย์ของประเทศ เน้นงานวิจัยที่ตีพิมพ์ในวารสารเท่านั้น

    “จากกับดักดังกล่าวส่งผลให้อุดมศึกษาไม่สามารถจะสนองความสามารถในการแข่งขันของชาติ และยังแยกห่างจากสังคมและเศรษฐกิจของประเทศ ดังนั้นที่ประชุมจึงเห็นถึงความจำเป็นที่จะต้องปฏิรูปอุดมศึกษา เพราะถ้าไม่ปรับอุดมศึกษา โอกาสที่เราจะออกไปแข่งขันได้ โอกาสที่เราจะเป็นไทยแลนด์ 4.0 จะยากขึ้น จึงต้องปรับอุดมศึกษาให้ตอบโจทย์เหล่านี้" ประธานคณะกรรมการอิสระฯ กล่าว

    นพ.จรัสกล่าวอีกว่า อีกทั้งยังคงต้องมีการหารือถึงเรื่องการกำกับมหาวิทยาลัย ที่แม้ว่าจะมีระบบธรรมาภิบาลอยู่แล้ว แต่ทำไมจึงไม่มีการรับผิดชอบ เช่น กรณีบัณฑิตระดับปริญญาเอก 600-700 คน ยังเป็นคนยากจนอยู่ ไม่สามารถพาตัวเองพ้นความยากจนไปได้แล้วจะไปช่วยใครได้ เป็นต้น และยังต้องดูถึงเรื่องความสมดุลด้วย เพราะมหาวิทยาลัยก็ยังคงต้องมีความเป็นอิสระ แต่จะปรับอย่างไรนั้นจะมีการหารือในวันที่ 16 พฤศจิกายนนี้.

  • เปลว สีเงิน

    ก็เห็นใจ "อดีตนายกฯ อภิสิทธิ์"! ที่ดิ้นสู้............ ถึงขั้นเตรียมยื่นศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัย ว่าการออกคำสั่ง คสช.ที่ ๕๓/๒๕๖๐ ของนายกฯ เข้าเงื่อนไขการใช้มาตรา ๔๔ หรือไม่? ในความเห็นผมนะ.......
  • บทบรรณาธิการ

    ข้อมูลที่สำคัญในการดำเนินนโยบายแก้ไขปัญหาความไม่สงบในจังหวัดชายแดนภาคใต้กว่า 15 ปีที่ผ่านมาของรัฐบาลไทยตั้งแต่อดีตจนถึงปัจจุบัน โดยการใช้จ่ายงบประมาณสำหรับแก้ไขปัญหาในพื้นที่ ตั้งแต่ปี 2547 จนถึงปีงบประมาณ 2561 รวม 15 ปี งบประมาณ โดยรวมคือ 290,901.6 ล้านบาท
  • เอ็กซ์-ไซท์

    รพ.ตำรวจเตรียมทำวิจัยศึกษาสาเหตุการฆ่าตัวตายของตำรวจ หลังพบเพิ่มมากขึ้น
    แนะตรวจให้ละเอียด ตำรวจท้าเสกฟ้อง รอง ผบ.ตร.-ผบช.น.โต้นักร้องดัง ยันบุกจับกุมที่บ้านดำเนินการตามขั้นตอนของกฎหมาย จะใช้สิทธิฟ้องร้องก็เชิญ รองเลขาฯ อย.เตือนตรวจฉี่ซ้ำแยกแยะชนิดยา เสพติด
    จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัยร่วมกับเอกชนผลิตสารเคลือบหมวกกันน็อกกำจัดกลิ่นและฆ่าเชื้อจูงใจคนสวมหมวกวิน
  • x-cite inside

    ปัจจุบันการเรียนรู้ของเด็กได้เปลี่ยนแปลงไป เนื่องจากมีแหล่งเรียนรู้นอกห้องเรียนมากมาย โดยเฉพาะจากสื่อออนไลน์และเทคโนโลยีต่างๆ ที่สามารถเข้าไปพัฒนาการศึกษาของเยาวชนได้โดยไม่ต้องพึ่งตำราและการเรียนในห้องเพียงอย่างเดียว ที่จะทำให้เกิดความเครียดให้แก่ชีวิตพวกเขา รวมทั้งปัญหาสุขภาวะตามมาอีกด้วย
    เมื่อเทศกาลปีใหม่เวียนมาถึง ถือเป็นสัญญาณเริ่มต้นใหม่ของใครหลายๆคน ในการเปิดรับกับสิ่งต่าง ๆ ที่จะเข้ามาในชีวิต บางคนถือโอกาสบอกลาสิ่งไม่ดีในปีเก่า และบางคนใช้ปีใหม่นี้ในการเปลี่ยนแปลงนิสัยและพฤติกรรมการใช้ชีวิตบางอย่างของตัวเอง หรือการเริ่มต้นทำในสิ่งต่าง ๆ ที่ไม่เคยทำ
    โรคติดต่อไม่เรื้อรัง (NCDs) ถือเป็นกลุ่มโรคที่เกิดจากการใช้ชีวิตที่มีความเสี่ยง โดยเฉพาะการกินอาหารที่มากเกินไป รวมทั้งขาดการทำกิจกรรมทางกายที่นำมาโดยโรคอ้วน เบาหวาน หัวใจ ความดันโลหิตสูง อัมพาต อัมพฤกษ์ ที่ทำให้คนบนโลกนี้เสียชีวิตไปมากที่สุด และยิ่งนับวันคนไทยก็มีความเสี่ยงเป็นโรคเหล่านี้มากขึ้น