ทรัมป์หนีกลับก่อน ประชุมอีสต์เอเชีย ยังโวภารกิจสำเร็จ

  • Wednesday, November 15, 2017 - 00:00


    ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ โบกมืออำลาก่อนขึ้นเครื่องบินแอร์ฟอร์ซวัน ออกจากกรุงมะนิลา กลับสหรัฐ ภาพ AFP

    ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ของสหรัฐยุติภารกิจร่วมประชุมอีสต์เอเชียซัมมิตที่ฟิลิปปินส์กลางคัน ขึ้นแอร์ฟอร์ซวันกลับสหรัฐทันทีเมื่อวันพุธแม้ยังเหลือการประชุมอีกครึ่งค่อนวัน แต่ยังคุยผลงานเยือนเอเชีย 5 ชาติประสบความสำเร็จอย่างมาก

    สำนักข่าวเอเอฟพีรายงานเมื่อวันที่ 14 พฤศจิกายน 2560 ว่าประธานาธิบดีทรัมป์ได้ขึ้นเครื่องบินประจำตำแหน่งเดินทางออกจากกรุงมะนิลาเพื่อไปยังรัฐฮาวายของสหรัฐแล้วในวันเดียวกัน โดยที่ไม่รอให้การประชุมสุดยอดผู้นำอีสต์เอเชียซัมมิตเริ่มขึ้นอย่างเป็นทางการในช่วงบ่าย

    ก่อนออกเดินทาง ทรัมป์ได้แวะทักทายบรรดาผู้นำอีก 18 ชาติแต่ไม่ได้อยู่ร่วมการถ่ายภาพหมู่ และมอบหมายให้เร็กซ์ ทิลเลอร์สัน รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศสหรัฐ ทำหน้าที่แทนเขาในที่ประชุมนี้ซึ่งกำหนดการยืดเยื้อถึงช่วงค่ำ

    เดิมนั้นทรัมป์เคยมีแผนจะไม่เข้าร่วมการประชุมสุดยอดเวทีนี้ แต่เขาเปลี่ยนใจภายหลังถูกวิจารณ์ว่าจะเป็นการแสดงออกว่าสหรัฐไม่ให้ความสำคัญกับภูมิภาคนี้

    เวทีอีสต์เอเชียนั้น นอกจากสหรัฐและชาติสมาชิกอาเซียน 10 ประเทศแล้ว ยังรวมถึงออสเตรเลีย, จีน, อินเดีย, ญี่ปุ่น, เกาหลีใต้, นิวซีแลนด์ และรัสเซีย

    การมาร่วมประชุมเอเปกที่เวียดนามและประชุมอาเซียนที่ฟิลิปปินส์ของทรัมป์ครั้งนี้เป็นส่วนหนึ่งของการเดินสายเยือน 5 ชาติเอเชียนาน 12 วัน เริ่มต้นที่ญี่ปุ่นและเกาหลีใต้ ต่อด้วยจีน ที่ซึ่งประธานาธิบดีสีจิ้นผิง ปูพรมแดงให้การต้อนรับผู้นำสหรัฐอย่างเอิกเกริกเกินปรกติ และทำให้ทรัมป์คุยว่าไม่เคยมีใครพบเห็นมาก่อน

    ก่อนจะขึ้นเครื่องบินแอร์ฟอร์ซวัน ทรัมป์คุยกับผู้สื่อข่าวที่กรุงมะนิลาว่า ภารกิจเยือนเอเชียของเขาครั้งนี้ "ประสบความสำเร็จอย่างมากมาย" ก่อให้เกิดพัฒนาการสู่เป้าหมายของเขาที่ต้องการลดการขาดดุลการค้าของสหรัฐ และสร้างมิตรภาพในระดับสูงสุดจำนวนมาก "เป็นเวลา 12 วันที่ยอดเยี่ยมจริงๆ ผมว่าเราทำงานได้มหัศจรรย์จริงๆ" ทรัมป์กล่าว

    ขณะอยู่บนเครื่อง ทรัมป์อ้างความสำเร็จของการเจรจาปัญหานิวเคลียร์เกาหลีเหนือ ที่เป็นวาระหลักที่บดบังประเด็นอื่นๆ ระหว่างการเยือนเอเชียตะวันออกของเขา ซึ่งทรัมป์บอกว่าสามารถทำให้ประเทศอื่นๆ เห็นพ้องและร่วมมือกันอย่างพร้อมเพรียงได้

    ประเด็นการค้า ทำเนียบขาวเคยคุยโวเรื่องข้อตกลงมูลค่าเกิน 2.5 แสนล้านดอลลาร์ที่ลงนามกับจีน แต่นักวิเคราะห์กล่าวกันว่า ข้อตกลงส่วนใหญ่เป็นเอ็มโอยูที่ไม่มีผลผูกมัดและหลายฉบับใช้เวลาหลายปีกว่าจะเห็นผล บางเรื่องอาจไม่เป็นจริงเลยก็ได้.

  • เปลว สีเงิน

    ก็เห็นใจ "อดีตนายกฯ อภิสิทธิ์"! ที่ดิ้นสู้............ ถึงขั้นเตรียมยื่นศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัย ว่าการออกคำสั่ง คสช.ที่ ๕๓/๒๕๖๐ ของนายกฯ เข้าเงื่อนไขการใช้มาตรา ๔๔ หรือไม่? ในความเห็นผมนะ.......
  • บทบรรณาธิการ

    ข้อมูลที่สำคัญในการดำเนินนโยบายแก้ไขปัญหาความไม่สงบในจังหวัดชายแดนภาคใต้กว่า 15 ปีที่ผ่านมาของรัฐบาลไทยตั้งแต่อดีตจนถึงปัจจุบัน โดยการใช้จ่ายงบประมาณสำหรับแก้ไขปัญหาในพื้นที่ ตั้งแต่ปี 2547 จนถึงปีงบประมาณ 2561 รวม 15 ปี งบประมาณ โดยรวมคือ 290,901.6 ล้านบาท
  • เอ็กซ์-ไซท์

    รพ.ตำรวจเตรียมทำวิจัยศึกษาสาเหตุการฆ่าตัวตายของตำรวจ หลังพบเพิ่มมากขึ้น
    แนะตรวจให้ละเอียด ตำรวจท้าเสกฟ้อง รอง ผบ.ตร.-ผบช.น.โต้นักร้องดัง ยันบุกจับกุมที่บ้านดำเนินการตามขั้นตอนของกฎหมาย จะใช้สิทธิฟ้องร้องก็เชิญ รองเลขาฯ อย.เตือนตรวจฉี่ซ้ำแยกแยะชนิดยา เสพติด
    จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัยร่วมกับเอกชนผลิตสารเคลือบหมวกกันน็อกกำจัดกลิ่นและฆ่าเชื้อจูงใจคนสวมหมวกวิน
  • x-cite inside

    ปัจจุบันการเรียนรู้ของเด็กได้เปลี่ยนแปลงไป เนื่องจากมีแหล่งเรียนรู้นอกห้องเรียนมากมาย โดยเฉพาะจากสื่อออนไลน์และเทคโนโลยีต่างๆ ที่สามารถเข้าไปพัฒนาการศึกษาของเยาวชนได้โดยไม่ต้องพึ่งตำราและการเรียนในห้องเพียงอย่างเดียว ที่จะทำให้เกิดความเครียดให้แก่ชีวิตพวกเขา รวมทั้งปัญหาสุขภาวะตามมาอีกด้วย
    เมื่อเทศกาลปีใหม่เวียนมาถึง ถือเป็นสัญญาณเริ่มต้นใหม่ของใครหลายๆคน ในการเปิดรับกับสิ่งต่าง ๆ ที่จะเข้ามาในชีวิต บางคนถือโอกาสบอกลาสิ่งไม่ดีในปีเก่า และบางคนใช้ปีใหม่นี้ในการเปลี่ยนแปลงนิสัยและพฤติกรรมการใช้ชีวิตบางอย่างของตัวเอง หรือการเริ่มต้นทำในสิ่งต่าง ๆ ที่ไม่เคยทำ
    โรคติดต่อไม่เรื้อรัง (NCDs) ถือเป็นกลุ่มโรคที่เกิดจากการใช้ชีวิตที่มีความเสี่ยง โดยเฉพาะการกินอาหารที่มากเกินไป รวมทั้งขาดการทำกิจกรรมทางกายที่นำมาโดยโรคอ้วน เบาหวาน หัวใจ ความดันโลหิตสูง อัมพาต อัมพฤกษ์ ที่ทำให้คนบนโลกนี้เสียชีวิตไปมากที่สุด และยิ่งนับวันคนไทยก็มีความเสี่ยงเป็นโรคเหล่านี้มากขึ้น