เขย่าเก้าอี้"บิ๊กป้อม" โต้กลับ"บูรพาพยัคฆ์"

  • Saturday, November 18, 2017 - 10:07

    พลิกข้อมูล วัน ว. เวลา น. ช่วงที่ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) เตรียมจะปรับคณะรัฐมนตรี หรืออยู่ในช่วงเวลาจัด โผทหาร มักจะมีข่าวเกี่ยวกับ บิ๊กป้อม-พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรีและ รมว.กลาโหม ป่วย-หายตัว-เดินทางไปต่างประเทศออกมาเป็นระยะ

    โดยเฉพาะอย่างยิ่งถ้าการปรับ ครม. หรือการจัดโผทหารครั้งนั้น

    มีสูตรจะเปลี่ยนตัว บิ๊กป้อม ออกไป หรือการจัดบัญชีรายชื่อโยกย้ายนายทหารมีแนวโน้ม หักโผ เด็กบิ๊กป้อมเกิดขึ้น

    แม้จะมีการหักโผ บิ๊กป้อม ได้จริง ก็เป็นเพียงบางกรณีที่มีความสำคัญจริงๆ

    แต่ในภาพรวมการจัดทำโผทหารก็ยังอยู่ในอำนาจของเจ้ากระทรวงกลาโหมเป็นหลักที่ คุมสภาพ ได้เกือบเบ็ดเสร็จ

    เช่นเดียวกับข่าวการปรับเปลี่ยนตัว รัฐมนตรีกระทรวงกลาโหมที่ออกมาหลายครั้ง แต่ท้ายที่สุด บิ๊กป้อม ยังเหนียวแน่น นั่งบนเก้าอี้ สนามไชย 1 มาได้จนถึงปัจจุบัน

    อย่าลืมว่าในอดีตนั้นเส้นทางของ พล.อ.ประวิตร ถือเป็นนายทหาร สายแข็ง เติบโตขึ้นมาตามลำดับชั้น แต่มาสะดุดในช่วงที่ พล.อ.สุรยุทธ์ จุลานนท์ ดำรงตำแหน่ง ผบ.ทบ. ด้วยการดีด บิ๊กป้อม กระเด็นออกนอกไลน์

    เพราะเจ้าตัวเติบโตในการรับราชการอย่างพุ่งพรวด ขณะเดียวกันก็มองว่าเป็นเพราะ บิ๊กป้อม เป็นเด็ก บิ๊กเหวียง-พล.อ.เชษฐา ฐานะจาโร ต้นทางของ บูรพาพยัคฆ์ ซึ่งเคยย้าย พล.อ.สุรยุทธ์ ออกนอกไลน์มาก่อนเหมือนกัน

    แต่ พล.อ.ประวิตร ก็กลับมาเป็น ผบ.ทบ.ได้ด้วยแรงหนุนของ คุณหญิงพจมาน ชินวัตร และชื่อของ บิ๊กป้อม กลับมามีความสำคัญอีกครั้งช่วงการรัฐประหารของ คมช. ที่มี บิ๊กบัง-พล.อ.สนธิ บุญยรัตกลิน เป็นหัวหน้า คมช.

    เพราะทหารฝั่งบูรพาฯ มีบทบาทอย่างสูงในการเข้ามาคุมพื้นที่ตามจุดศูนย์ดุลสำคัญ อีกทั้งในช่วงการชุมนุมของเสื้อแดงและ นปช. ทหารสายนี้ถือเป็นกำลังหลักในการควบคุมสถานการณ์

    พล.อ.ประวิตร ยังได้นั่งเป็น รมว.กลาโหมหลายสมัย ทั้งในยุครัฐบาลเลือกตั้งที่มีพรรคประชาธิปัตย์เป็นรัฐบาล และในช่วงของการรัฐประหาร ทั้งยังมีบทบาทในการจัด โผทหาร และถูกวิพากษ์วิจารณ์เรื่องการผลักดัน เด็กในคาถา ของตัวเองเข้ามานั่งตำแหน่งสำคัญ สร้างคลื่นใต้น้ำในกองทัพ

    จนช่วงที่ผ่านมา นายกฯ ประยุทธ์ ได้ลดแรงกดดันด้วยการเข้ามา จัดโผ ให้กระจายกลุ่มมากขึ้น

    แต่กระนั้น บาดแผล จากการโยกย้ายทหาร ที่เกิดแก่ผู้ที่ได้รับผลกระทบจากการจัดทัพในช่วงที่ บิ๊กป้อม มีอำนาจเต็มมือ ต่างเปลี่ยนบทบาทและสถานะไปอยู่ในส่วนอื่นๆ และพร้อมจับตาการบริหารงานในตำแหน่งรองนายกฯ และ รมว.กลาโหม ที่ตกเป็นที่วิพากษ์วิจารณ์อย่างกว้างขวาง

    จึงไม่แปลกถ้าเมื่อถึงฤดูกาล ปรับ ครม. เก้าอี้ของ บิ๊กป้อม จะถูกเขย่าทุกครั้ง และผลที่ออกทุกครั้งคือ เก้าอี้ รมว.กลาโหมซึ่งคุมกองทัพของเขายังเหนียวแน่นด้วยพลัง พี่น้องบูรพาพยัคฆ์ อุ้มสม

    ผ่านประโยคคำพูดของ พล.อ.ประวิตรที่ประกาศว่า เราจะไม่แยกจากกัน เช่นเดียวกับ พล.อ.ประยุทธ์ก็บอกว่า พี่ป้อมจะอยู่กับผมไปทั้งชาติ

    ส่วนครั้งนี้อำนาจหน้าที่และบารมีของ บิ๊กป้อม ที่คุมทหารจะเหนียวแน่นเหมือนทุกครั้งหรือไม่...รอดู!!!

  • เปลว สีเงิน

    ก็เห็นใจ "อดีตนายกฯ อภิสิทธิ์"! ที่ดิ้นสู้............ ถึงขั้นเตรียมยื่นศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัย ว่าการออกคำสั่ง คสช.ที่ ๕๓/๒๕๖๐ ของนายกฯ เข้าเงื่อนไขการใช้มาตรา ๔๔ หรือไม่? ในความเห็นผมนะ.......
  • บทบรรณาธิการ

    ข้อมูลที่สำคัญในการดำเนินนโยบายแก้ไขปัญหาความไม่สงบในจังหวัดชายแดนภาคใต้กว่า 15 ปีที่ผ่านมาของรัฐบาลไทยตั้งแต่อดีตจนถึงปัจจุบัน โดยการใช้จ่ายงบประมาณสำหรับแก้ไขปัญหาในพื้นที่ ตั้งแต่ปี 2547 จนถึงปีงบประมาณ 2561 รวม 15 ปี งบประมาณ โดยรวมคือ 290,901.6 ล้านบาท
  • เอ็กซ์-ไซท์

    รพ.ตำรวจเตรียมทำวิจัยศึกษาสาเหตุการฆ่าตัวตายของตำรวจ หลังพบเพิ่มมากขึ้น
    แนะตรวจให้ละเอียด ตำรวจท้าเสกฟ้อง รอง ผบ.ตร.-ผบช.น.โต้นักร้องดัง ยันบุกจับกุมที่บ้านดำเนินการตามขั้นตอนของกฎหมาย จะใช้สิทธิฟ้องร้องก็เชิญ รองเลขาฯ อย.เตือนตรวจฉี่ซ้ำแยกแยะชนิดยา เสพติด
    จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัยร่วมกับเอกชนผลิตสารเคลือบหมวกกันน็อกกำจัดกลิ่นและฆ่าเชื้อจูงใจคนสวมหมวกวิน
  • x-cite inside

    ปัจจุบันการเรียนรู้ของเด็กได้เปลี่ยนแปลงไป เนื่องจากมีแหล่งเรียนรู้นอกห้องเรียนมากมาย โดยเฉพาะจากสื่อออนไลน์และเทคโนโลยีต่างๆ ที่สามารถเข้าไปพัฒนาการศึกษาของเยาวชนได้โดยไม่ต้องพึ่งตำราและการเรียนในห้องเพียงอย่างเดียว ที่จะทำให้เกิดความเครียดให้แก่ชีวิตพวกเขา รวมทั้งปัญหาสุขภาวะตามมาอีกด้วย
    เมื่อเทศกาลปีใหม่เวียนมาถึง ถือเป็นสัญญาณเริ่มต้นใหม่ของใครหลายๆคน ในการเปิดรับกับสิ่งต่าง ๆ ที่จะเข้ามาในชีวิต บางคนถือโอกาสบอกลาสิ่งไม่ดีในปีเก่า และบางคนใช้ปีใหม่นี้ในการเปลี่ยนแปลงนิสัยและพฤติกรรมการใช้ชีวิตบางอย่างของตัวเอง หรือการเริ่มต้นทำในสิ่งต่าง ๆ ที่ไม่เคยทำ
    โรคติดต่อไม่เรื้อรัง (NCDs) ถือเป็นกลุ่มโรคที่เกิดจากการใช้ชีวิตที่มีความเสี่ยง โดยเฉพาะการกินอาหารที่มากเกินไป รวมทั้งขาดการทำกิจกรรมทางกายที่นำมาโดยโรคอ้วน เบาหวาน หัวใจ ความดันโลหิตสูง อัมพาต อัมพฤกษ์ ที่ทำให้คนบนโลกนี้เสียชีวิตไปมากที่สุด และยิ่งนับวันคนไทยก็มีความเสี่ยงเป็นโรคเหล่านี้มากขึ้น