เตือนไว้...อย่าทำงานจนตาย

  • Tuesday, November 21, 2017 - 00:00

    แหม....ชาวโซเชียลตามติดยิ่งกว่าคู่จิ้น!

    เสียงกริ๊ดดังไล่หลังยิ่งกว่าฉาก “แจ็ค"กับ"โรส” ยืนกอดกันบนหัวเรือไททานิก

    "บิ๊กตู่" กับ "บิ๊กป้อม" ไม่เจอหน้ากันหลายวัน วานนี้(๒๐ พฤศจิกายน) ไฟต์บังคับต้องไปเจอกันบนเรือหลวงถลาง

    ข่าวบรรยายว่า "ถือเป็นการปรากฎตัวพร้อมกันต่อหน้าสื่อครั้งแรก และพูดคุยกันโดยใช้เวลาประมาณ ๑ นาทีเศษ ก่อนจะเดินกลับเข้าไปภายในเรืออีกครั้ง"

    ครับ...ภาพที่ออกมา หันหน้าไปคนละทาง ก็ถูกตีความว่าหมางเมินเรื่องปรับครม.

    ไม่ใช่หรอกครับ!

    เค้ายังคุยกันตามปกติ...

    แต่ที่ไม่ปกติคือ ตัวพล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ นั่นแหละ

    คนเป็นรัฐมนตรี ลองหายตัวไปใครตามหาไม่เจอสัก ๓ วันดูซิครับ

    ไม่ปกติแน่นอน

    ถึงจะมาบอกทีหลังว่า ยืนใบลา ไปทำธุระส่วนตัวก็เถอะ

    เพราะคำว่า ธุระส่วนตัวนี่แหละคือปัญหา

    ทุกคนล้วนมีธุระส่วนตัวกันทั้งนั้น แต่ลองต้องลางาน ๒ วันเป็นอย่างน้อย ถือว่าธุระส่วนตัวนั้นไม่ใช่ธุระธรรมดา

    เป็นธุระที่ต้องใช้เวลาจัดการ

    และคนระดับ "บิ๊กป้อม" ไปทำธุระส่วนตัวหลายวัน มันธรรมดาซะที่ไหนกัน

    แต่เมื่อเจ้าตัวบอกว่าไม่เกี่ยวกับสุขภาพ ก็เป็นอันว่ายังแข็งแรงดี

    แล้วมันจริงหรือเปล่า?

    นักข่าวตาดีเหลือบไปเห็นรอยช้ำที่บริเวณหลังมือด้านซ้าย ก็ยิงคำถามถึงที่มา

    คำตอบคือ...

    "เส้นเลือดมันแตก ไม่มีอะไร ไม่ได้ป่วย ไม่ได้ไปตรวจหรือเช็กอัพร่างกาย แต่บังเอิญต้องไปธุระ"

    ก็ไปแปลความกันว่าหมายถึงอะไร?

    เมื่อวันอาทิตย์ที่ผ่านมา มีข่าว นพ.ฐิติพงศ์ มณีวงศ์ ผู้อำนวยการโรงพยาบาลสหัสขันธ์ ที่คนไข้ขนานนามว่า "คุณหมอโดเรม่อน" เสียชีวิต

    กลุ่มเพื่อนหมอให้ข้อมูลว่า หมอฐิติพงศ์ฯ มีปัญหาในเรื่องสุขภาพ

    มีปัญหาอาการเป็นโรคความดัน

    แต่ด้วยความรับผิดชอบคนไข้ ทำให้ต้องนอนดึก

    และคาดว่าด้วยปัญหาความดัน และการอดนอนสะสม อาจจะทำให้ร่างกายรับไม่ไหว จนเสียชีวิตในครั้งนี้

    พูดภาษาชาวบ้าน คุณหมอท่านทำงานจนตาย!

    เป็นอุทาหรณ์สำหรับใครก็ตามที่รู้ว่าตัวเองป่วย อย่าหักโหม หากพักได้ควรพัก เพื่อร่างกายรักษาตัวเอง

    ที่ยกเรื่องนี้มา ก็เพื่อบอก "บิ๊กป้อม"ว่า ถ้ารู้ตัวว่าป่วย ก็ควรละจากงานเสียบ้าง

    อย่าดื้อแล้วไปสร้างความลำบากใจให้เพื่อนพ้องน้องพี่!

    เรื่องที่ "บิ๊กป้อม" จะหลุดจากโผครม.บิ๊กตู่ ๕ เท็จจริงประหารใด ไม่มีใครรู้ครับ เพราะคนที่ต้องตัดสินใจขั้นสุดท้ายคือ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา

    แล้วมีเหตุอะไรให้ "บิ๊กป้อม"ต้องหลุดจากเก้าอี้รัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม หรือรองนายกรัฐมนตรี

    "เฮ้อ ลือกันไปเรื่อย เลอะเทอะ โดยเฉพาะพวกคอลัมน์นิสต์ข้างในชอบเขียนให้เป็นประเด็นว่าเรามีความขัดแย้งกันระหว่างพี่น้อง ต้องการให้ทะเลาะแตกคอกัน ไม่เป็นความจริงเลย

    ผมกับประยุทธ์อยู่กันมานาน เขียนแบบนี้คนก็ชอบอ่าน ล้วนแต่เป็นพวกมโนที่อยู่ข้างใน เขียนให้เราแตกกับนายกฯ เราอยู่กันมา ๔๐ ปี ไม่มีความขัดแย้งระหว่างกันเลย

    สื่อส่วนใหญ่รู้ดีว่า อะไรเป็นอะไร แล้วก็ลือกันไป จะเป็นไปได้อย่างไร"

    "บิ๊กป้อม"พูดเอาไว้วานนี้

    จะว่าสื่อเสี้ยม ก็ไม่ถูกเสียทีเดียว

    ประเด็นของเรื่อง ไม่มีใครอยากให้คนในรัฐบาลมานั่งทะเลาะแตกคอกันหรอกครับ

    สื่อเองก็ต้องการรัฐบาลที่ทำงานเข้าขากันเพื่อประโยชน์ของชาติ ประชาชน เพราะเมื่อเศรษฐกิจดี ประเทศมีความมั่นคง สังคมสงบเรียบร้อย....

    ผลดีมันก็สะท้อนกลับไปหาคนไทยทุกคน

    แต่.....เมื่อระยะทางพิสูจน์แล้วว่า "บิ๊กป้อม" ควรหยุด

    ก็ลองคิดดูครับว่า รัฐมนตรีดูแลงานด้านความมั่นคงของชาติ ต้องลางานไปหาหมอซ้ำแล้วซ้ำอีก ให้น้ำเกลือจนหลังมือช้ำ

    มันจะเป็นผลดีต่อภาพโดยรวมของรัฐบาลหรือเปล่า?

    เรื่องของรัฐบาล ไม่ใช่เรื่องสัมพันธุ์ของพี่น้อง

    ยิ่งบอกว่า อยู่กันมา ๔๐ ปีไม่มีความขัดแย้งระหว่างกัน ก็ยิ่งน่ากังวล

    ที่น่ากังวลคืออะไรครับ?

    น้องจะเกรงใจพี่จน ไม่กล้าพูดความจริงหรือเปล่า

    กังวลว่าพูดความจริงไปแล้ว พี่จะโกรธหรือไม่

    โกรธกันแล้วจะขัดแย้งกันมั๊ย

    อยู่กันมา ๔๐ ปีไม่เคยขุ่นข้องหมองใจ แต่ต้องมาแตกคอเพราะน้องพูดความจริง....?????

    ก็อย่างที่บอกแต่ต้น ความสัมพันธุ์กันในคสช. ยังเป็นปกติ

    นั่นเพราะยังต้องดูแลกันอยู่

    เป็นธรรมดาของรัฐบาลที่มาจากการรัฐประหาร ที่ต้องเกาะเกี่ยวกันไว้ เพราะไม่มีฐานเสียงเหมือนพรรคการเมือง

    การบริหารจัดการภายในจึงต่างกัน

    นักการเมืองในพรรคเพื่อไทยเขาพูดถูกครับ ว่าถึงเวลาต้องเร่งปรับคณะรัฐมนตรีเพื่อแก้ปัญหาทั้งเศรษฐกิจ คอร์รัปชั่น ได้แล้ว

    แต่...พูดแล้วก็ควรใช้มาตรฐานเดียวกันนี้กับตัวเองด้วย ไม่ใช่เก่งเฉพาะตอนหมดอำนาจ ครั้นตอนเป็นรัฐบาลเงียบเป็นเป่าสาก

    แล้วแต่นายใหญ่ชี้นิ้วสั่ง!

    ที่บอกว่าการบริหารจัดการในรัฐบาลระหว่างรัฐบาลจากการรัฐประหาร กับรัฐบาลจากการเลือกตั้งต่างกัน นั่นเป็นเพราะรัฐบาลจากการรัฐประหารไม่ต้องปวดหัวกับการบริหารความพึงพอใจของกลุ่มก๊วน มุ้งการเมือง

    ไม่ต้องไปถามอีกพรรคว่าจะเอาไง

    มันคุยกันในวงแคบ

    เผลอก็คุยกัน ๒ คนนั่นแหละครับ

    "บิ๊กตู่-บิ๊กป้อม" เจรจาต้าอ่วยกันก็เคาะได้แล้ว

    เดี๋ยวจะหาว่าเสี้ยม แต่พูดกันตรงๆ

    ถ้าพี่รู้ตัว น้องก็ไม่ลำบากใจ

    แต่พี่ดื้อ....ก็ลำบากน้องแล้วหละครับ

    แล้วทำไมช่วงวันสองวันนี้ "บิ๊กป้อม" ต้องปรากฎตัว

    มันมีที่มาครับ

    ก็เป็นที่รู้กันวานนี้เขามีงานใหญ่ที่อ่าวพัทยา

    พิธีสวนสนามทางเรือ มีเรือรบนานาชาติที่เข้าร่วม ๒๕ ลำ จาก ๑๘ ประเทศร่วมกับเรือรบไทยรวมทั้งหมด ๔๐ ลำ

    มีผู้บัญชาการทหารเรือ และผู้แทนระดับสูงของกองทัพเรืออาเซียนและกองทัพเรือนานาชาติกว่า ๓๙ประเทศเข้าร่วมงาน

    ถ้ารัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหมไม่ปรากฎตัว ก็จบเห่ซิครับ

    ถอดสายน้ำเกลือมาก็ต้องยอม

    น่าเห็นใจ "บิ๊กตู่" ในฐานะนายกรัฐมนตรี ที่ต้องบริหารจัดการปัญหาภายในรัฐบาลภายใต้ความสัมพันธ์แบบเพื่อนพ้องน้องพี่

    เป็นหน้าที่ที่ "ลุงตู่" ต้องการันตี

    "ข่าวคนๆเดียว หรือข่าวคนไม่กี่คน แต่ป่วนไปทั้งประเทศ โอ้ยมันร้ายกาจ ทุจริต บอกข้าราชการมันเลว นี้คือสิ่งที่ทำให้เกิดความเกลียดชัง ท่านต้องมาว่ากันว่าจะทำให้กฎหมายมีผลสำเร็จได้อย่างไร มีอย่างเดียวคือการไปร้องทุกข์กล่าวโทษ ไม่ต้องกลัวรัฐบาลจะคุ้มครอง วันนี้รองนายกฯประวิตรท่านก็โดนเยอะ ผมยืนยันไม่มีทุจริต ไม่ใช่พวก ถ้าท่านไม่ดีจริง ผมก็ไม่เคารพ"

    ใช่ครับ พล.อ.ประวิตร โดนเยอะ ในโลกโซเชียลเขาเล่นท่านหนักเลยครับ

    แต่เมื่อ "บิ๊กตู่" บอกว่าไม่โกง...ก็ว่ากันไป

    วกกลับมาเรื่องความพร้อมในการทำงาน

    "บิ๊กป้อม"รู้ตัวเองดีที่สุดว่าอีก ๑ ปีที่เหลือยังทำงานด้านความมั่นคงของชาติไหวหรือไม่

    งานแบบนี้ถึงเวลาเครียด เส้นเลือดในสมองแตกเอาได้ง่ายๆ

    ที่ว่ามาไม่ได้ห่วงท่านนะครับ

    แต่ห่วงประเทศมากกว่า.

    ผักกาดหอม

  • เปลว สีเงิน

    ก็เห็นใจ "อดีตนายกฯ อภิสิทธิ์"! ที่ดิ้นสู้............ ถึงขั้นเตรียมยื่นศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัย ว่าการออกคำสั่ง คสช.ที่ ๕๓/๒๕๖๐ ของนายกฯ เข้าเงื่อนไขการใช้มาตรา ๔๔ หรือไม่? ในความเห็นผมนะ.......
  • บทบรรณาธิการ

    ข้อมูลที่สำคัญในการดำเนินนโยบายแก้ไขปัญหาความไม่สงบในจังหวัดชายแดนภาคใต้กว่า 15 ปีที่ผ่านมาของรัฐบาลไทยตั้งแต่อดีตจนถึงปัจจุบัน โดยการใช้จ่ายงบประมาณสำหรับแก้ไขปัญหาในพื้นที่ ตั้งแต่ปี 2547 จนถึงปีงบประมาณ 2561 รวม 15 ปี งบประมาณ โดยรวมคือ 290,901.6 ล้านบาท
  • เอ็กซ์-ไซท์

    รพ.ตำรวจเตรียมทำวิจัยศึกษาสาเหตุการฆ่าตัวตายของตำรวจ หลังพบเพิ่มมากขึ้น
    แนะตรวจให้ละเอียด ตำรวจท้าเสกฟ้อง รอง ผบ.ตร.-ผบช.น.โต้นักร้องดัง ยันบุกจับกุมที่บ้านดำเนินการตามขั้นตอนของกฎหมาย จะใช้สิทธิฟ้องร้องก็เชิญ รองเลขาฯ อย.เตือนตรวจฉี่ซ้ำแยกแยะชนิดยา เสพติด
    จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัยร่วมกับเอกชนผลิตสารเคลือบหมวกกันน็อกกำจัดกลิ่นและฆ่าเชื้อจูงใจคนสวมหมวกวิน
  • x-cite inside

    ปัจจุบันการเรียนรู้ของเด็กได้เปลี่ยนแปลงไป เนื่องจากมีแหล่งเรียนรู้นอกห้องเรียนมากมาย โดยเฉพาะจากสื่อออนไลน์และเทคโนโลยีต่างๆ ที่สามารถเข้าไปพัฒนาการศึกษาของเยาวชนได้โดยไม่ต้องพึ่งตำราและการเรียนในห้องเพียงอย่างเดียว ที่จะทำให้เกิดความเครียดให้แก่ชีวิตพวกเขา รวมทั้งปัญหาสุขภาวะตามมาอีกด้วย
    เมื่อเทศกาลปีใหม่เวียนมาถึง ถือเป็นสัญญาณเริ่มต้นใหม่ของใครหลายๆคน ในการเปิดรับกับสิ่งต่าง ๆ ที่จะเข้ามาในชีวิต บางคนถือโอกาสบอกลาสิ่งไม่ดีในปีเก่า และบางคนใช้ปีใหม่นี้ในการเปลี่ยนแปลงนิสัยและพฤติกรรมการใช้ชีวิตบางอย่างของตัวเอง หรือการเริ่มต้นทำในสิ่งต่าง ๆ ที่ไม่เคยทำ
    โรคติดต่อไม่เรื้อรัง (NCDs) ถือเป็นกลุ่มโรคที่เกิดจากการใช้ชีวิตที่มีความเสี่ยง โดยเฉพาะการกินอาหารที่มากเกินไป รวมทั้งขาดการทำกิจกรรมทางกายที่นำมาโดยโรคอ้วน เบาหวาน หัวใจ ความดันโลหิตสูง อัมพาต อัมพฤกษ์ ที่ทำให้คนบนโลกนี้เสียชีวิตไปมากที่สุด และยิ่งนับวันคนไทยก็มีความเสี่ยงเป็นโรคเหล่านี้มากขึ้น