"หลักสูตรออนไลน์" สอนการคุ้มครองเด็ก แห่งแรกใน"อาเซียน"

  • Wednesday, November 22, 2017 - 00:00

    เปิดตัวหลักสูตรออนไลน์ด้านการคุ้มครองเด็ก (Child Protection e-learning) หลักสูตรแรกของประเทศไทย และน่าจะเป็นหลักสูตรแรกของภูมิภาคอาเซียน เผยทุกชั่วโมงมีเด็กถูกทำร้าย

    วันที่ 21 พ.ย. ที่โรงแรมไพร์ม เซ็นทรัล นางณัฐวดี ณ มโนรม นักสังคมสงเคราะห์เชี่ยวชาญ สาขาจิตเวชศาสตร์เด็กและวัยรุ่น ภาควิชากุมารศาสตร์ คณะแพทยศาสตร์ศิริราชพยาบาล และนายกสมาคมนักสังคมสงเคราะห์แห่งประเทศไทย กล่าวในงานเปิดตัวหลักสูตรออนไลน์ด้านการคุ้มครองเด็ก (Child Protection e-learning) ว่า จากข้อมูลในปี 2559 พบเด็กไทยถูกกระทำความรุนแรง 9,894 คน เฉลี่ย 1 วัน มีเด็กถูกทำร้าย 26 คน ในทุกๆ 1 ชั่วโมง มีเด็กถูกทำร้าย 1 คน ดังนั้นทางสมาคมนักสังคมสงเคราะห์ฯ ร่วมกับองค์การยูนิเซฟ และสหวิชาชีพ อาทิ นักสังคมสงเคราะห์ นักจิตวิทยา จิตแพทย์ ได้จัดทำหลักสูตรสอนเรื่องการคุ้มครองเด็กออนไลน์ เพื่อให้ทุกคนมีความรู้เพื่อคุ้มครองเด็กในปัจจุบัน

    “หลักสูตรการคุ้มครองเด็กออนไลน์ ทางเว็บไซต์ www.thaichildprotection.com นั้นจัดเป็นหลักสูตรแรกของประเทศไทย และน่าจะเป็นหลักสูตรแรกของภูมิภาคอาเซียนด้วย เกี่ยวข้องทั้งการศึกษา สาธารณสุข และกระบวนการยุติธรรม โดยได้ทดลองใช้หลักสูตรนี้ร่วมกับชุมชน เพื่อให้เข้าถึงทุกพื้นที่” นางณัฐวดีกล่าว

    รศ.อภิญญา เวชยชัย นายกสภาวิชาชีพสังคมสงเคราะห์ หนึ่งในทีมผู้ผลิตหลักสูตร กล่าวว่า ในขณะที่มีอัตราเด็กถูกทำร้ายเพิ่มขึ้นทุกปี แต่ปัจจุบันยังไม่มีการบรรจุหลักสูตรสอนเรื่องการคุ้มครองเด็กในสถานศึกษา จึงได้จัดทำหลักสูตรดังกล่าวขึ้นมา เบื้องต้นมีเนื้อหา 11 หัวข้อ คือ 1.สภาพปัญหาปัจจุบัน 2.จิตวิทยากับการเลี้ยงดูเด็ก 3.ความรุนแรงและผลกระทบ 4.หลักการดำเนินงานตามกระบวนการคุ้มครองเด็ก 5.การสื่อสารกับครอบครัวเด็ก 6.การฟื้นฟูเยียวยาเด็กและครอบครัว 7.มาตรการ/กลไกในการคุ้มครองเด็ก 8.พ.ร.บ.คุ้มครองเด็ก 2546 9.กฎหมายอื่นๆ ที่เกี่ยวข้อง 10.การถามปากคำและการสืบพยานเด็กอายุไม่เกิน 18 ปี และ 11.การเขียนรายงานและคำร้อง นอกจากนี้ยังมีการสอบวัดความรู้ ซึ่งผ่านการรับรองสภาวิชาชีพแล้ว หากสอบผ่านร้อยละ 70 ก็จะได้รับวุฒิบัตรจากสภาวิชาชีพด้วย ส่วนนักสังคมสงเคราะห์สามารถนำคะแนนไปเปรียบเทียบเพื่อต่ออายุวุฒิบัติได้

    ด้าน วิทัศน์ เตชะบุญ อธิบดีกรมกิจการเด็กและเยาวชน กระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ (พม.) กล่าวว่า ขณะนี้ พม.อยู่ระหว่างจัดทำแผนยุทธศาสตร์เรื่องการคุ้มครองเด็กจากการถูกกระทำความรุนแรง คาดว่าจะเสร็จประมาณ ธ.ค.นี้ และจะนำไปขยายผลให้อาสาสมัครพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ (อพม.) อาสาสมัครสาธารณสุข (อสม.) และสภาเด็กและเยาวชนทั่วประเทศ

    นพ.พรเพชร ปัญจปิยะกุล รอง ผอ.สำนักบริหารการสาธารณสุข กระทรวงสาธารณสุข กล่าวว่า กระทรวงได้มีการพัฒนาระบบสุขภาพโดยรวมในเรื่องของการดูแลเด็กที่ถูกกระทำความรุนแรงและส่งต่อมาที่ รพ. และมีการพัฒนาให้ความรู้เรื่องดังกล่าวแก่บุคลากรเสมอ แต่ปัญหาคือเรื่องเวลา และความพร้อม ดังนั้นคิดว่าหลักสูตรการคุ้มครองเด็กออนไลน์น่าจะมาเติมเต็มองค์ความรู้ตรงนี้ได้มาก ส่วนเรื่องการปฏิบัติก็ยังต้องทำต่อไป.

  • เปลว สีเงิน

    ก็เห็นใจ "อดีตนายกฯ อภิสิทธิ์"! ที่ดิ้นสู้............ ถึงขั้นเตรียมยื่นศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัย ว่าการออกคำสั่ง คสช.ที่ ๕๓/๒๕๖๐ ของนายกฯ เข้าเงื่อนไขการใช้มาตรา ๔๔ หรือไม่? ในความเห็นผมนะ.......
  • บทบรรณาธิการ

    ข้อมูลที่สำคัญในการดำเนินนโยบายแก้ไขปัญหาความไม่สงบในจังหวัดชายแดนภาคใต้กว่า 15 ปีที่ผ่านมาของรัฐบาลไทยตั้งแต่อดีตจนถึงปัจจุบัน โดยการใช้จ่ายงบประมาณสำหรับแก้ไขปัญหาในพื้นที่ ตั้งแต่ปี 2547 จนถึงปีงบประมาณ 2561 รวม 15 ปี งบประมาณ โดยรวมคือ 290,901.6 ล้านบาท
  • เอ็กซ์-ไซท์

    รพ.ตำรวจเตรียมทำวิจัยศึกษาสาเหตุการฆ่าตัวตายของตำรวจ หลังพบเพิ่มมากขึ้น
    แนะตรวจให้ละเอียด ตำรวจท้าเสกฟ้อง รอง ผบ.ตร.-ผบช.น.โต้นักร้องดัง ยันบุกจับกุมที่บ้านดำเนินการตามขั้นตอนของกฎหมาย จะใช้สิทธิฟ้องร้องก็เชิญ รองเลขาฯ อย.เตือนตรวจฉี่ซ้ำแยกแยะชนิดยา เสพติด
    จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัยร่วมกับเอกชนผลิตสารเคลือบหมวกกันน็อกกำจัดกลิ่นและฆ่าเชื้อจูงใจคนสวมหมวกวิน
  • x-cite inside

    ปัจจุบันการเรียนรู้ของเด็กได้เปลี่ยนแปลงไป เนื่องจากมีแหล่งเรียนรู้นอกห้องเรียนมากมาย โดยเฉพาะจากสื่อออนไลน์และเทคโนโลยีต่างๆ ที่สามารถเข้าไปพัฒนาการศึกษาของเยาวชนได้โดยไม่ต้องพึ่งตำราและการเรียนในห้องเพียงอย่างเดียว ที่จะทำให้เกิดความเครียดให้แก่ชีวิตพวกเขา รวมทั้งปัญหาสุขภาวะตามมาอีกด้วย
    เมื่อเทศกาลปีใหม่เวียนมาถึง ถือเป็นสัญญาณเริ่มต้นใหม่ของใครหลายๆคน ในการเปิดรับกับสิ่งต่าง ๆ ที่จะเข้ามาในชีวิต บางคนถือโอกาสบอกลาสิ่งไม่ดีในปีเก่า และบางคนใช้ปีใหม่นี้ในการเปลี่ยนแปลงนิสัยและพฤติกรรมการใช้ชีวิตบางอย่างของตัวเอง หรือการเริ่มต้นทำในสิ่งต่าง ๆ ที่ไม่เคยทำ
    โรคติดต่อไม่เรื้อรัง (NCDs) ถือเป็นกลุ่มโรคที่เกิดจากการใช้ชีวิตที่มีความเสี่ยง โดยเฉพาะการกินอาหารที่มากเกินไป รวมทั้งขาดการทำกิจกรรมทางกายที่นำมาโดยโรคอ้วน เบาหวาน หัวใจ ความดันโลหิตสูง อัมพาต อัมพฤกษ์ ที่ทำให้คนบนโลกนี้เสียชีวิตไปมากที่สุด และยิ่งนับวันคนไทยก็มีความเสี่ยงเป็นโรคเหล่านี้มากขึ้น