5กระทรวงต้าน"พาราควอต"หลังกก.วัตถุอันตรายต่อทะเบียนให้ใช้ต่ออีก6ปีแต่47ปท.ยกเลิก

  • Wednesday, November 22, 2017 - 00:00


    คณะกรรมการขับเคลื่อนฯ ที่ประกอบด้วย 5 กระทรวงหลัก เตรียมหารือกลางเดือน ธ.ค.เพื่อรวบรวมข้อมูลพิษภัย โทษของ "สารเคมีพาราควอต" ก่อนเสนอไปยังคณะกรรมการวัตถุอันตรายอีกครั้ง หลังมีมติให้ไฟเขียวต่อทะเบียนอีก 6 ปี ด้านเครือข่าย 50 จังหวัดชี้ผิดหวังคำตัดสินต่อทะเบียน เตรียมหารือเคลื่อนไหว คาดอาจมีการฟ้องร้องให้มีการเพิกถอนใบต่อทะเบียน

    จากกรณีคณะกรรมการวัตถุอันตรายที่มีปลัดกระทรวงอุตสาหกรรมเป็นประธาน มีมติให้ต่อทะเบียน "พาราควอต" สารเคมีเกษตรไปอีก 6 ปี สามารถใช้ในภาคการเกษตรได้ต่อ เนื่องจากยังไม่มีผลการวิเคราะห์หรือตีความออกมาว่าเป็นอันตรายต่อสุขภาพ ซึ่งที่ประชุมคณะกรรมการขับเคลื่อนปัญหาการใช้สารเคมีป้องกันกำจัดศัตรูพืชที่มีความเสี่ยงสูง ซึ่งมี 5 กระทรวงหลัก นำโดยกระทรวงสาธารณสุขเข้าร่วม มีมติและเสนอเป็นนโยบายให้ยุติการใช้สารเคมีทั้ง 2 ตัว คือ พาราควอต และคลอร์ไพริฟอส ในวันที่ 1 ธ.ค.2562 โดยระบุว่า พาราควอตจัดเป็นยาพิษที่มีความรุนแรง และ 47 ประเทศประกาศยกเลิกการใช้แล้ว ระหว่างนี้จะไม่อนุญาตให้มีการต่ออายุ

    วันที่ 21 พ.ย. ภกญ.อมรรัตน์ ลีนะนิธิกุล เภสัชกรชำนาญการพิเศษ สำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา (อย.) ในฐานะฝ่ายเลขาฯ คณะกรรมการขับเคลื่อนปัญหาการใช้สารเคมีกำจัดศัตรูพืชที่มีความเสี่ยงสูง กล่าวว่า คณะกรรมการขับเคลื่อนฯ ที่ประกอบด้วย 5 กระทรวงหลัก นำโดยกระทรวงสาธารณสุข (สธ.) ได้มีการหารือรวบรวมข้อมูลเกี่ยวกับผลกระทบต่อสุขภาพจากสารพาราควอตดังกล่าวส่งไปยังกระทรวงอุตสาหกรรม ซึ่งทำหน้าที่เป็นฝ่ายเลขาฯ ของคณะกรรมการวัตถุอันตราย เพื่อเสนอไปยังที่ประชุมคณะกรรมการวัตถุอันตรายที่คาดว่าจะมีการประชุมประมาณกลางเดือน ธ.ค. เพราะพาราควอตเป็นสารเคมีที่มีผลในเรื่องของสุขภาพ ส่งผลให้เกิดโรคพาร์กินสันหรือโรคทางสมอง หากไม่มีผลกระทบต่อสุขภาพ 40-50 ประเทศทั่วโลกคงไม่มีการประกาศให้หยุดใช้

    "อย่างไรก็ตาม อำนาจต่อทะเบียนสารพาราควอตดังกล่าวเป็นหน้าที่ของกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ส่วนการที่จะยกเลิกการต่อทะเบียนเป็นหน้าที่ของคณะกรรมการวัตถุอันตราย ตาม พ.ร.บ.วัตถุอันตราย มาตรา 18 ไม่ใช่หน้าที่ของ สธ. เรามีหน้าที่เสนอนโยบาย หากออกเป็นนโยบายให้หยุดใช้ไปเลยไม่ได้ แต่การจำกัดการใช้ให้ค่อยๆ หมดไปก็มีกระบวนการหลายรูปแบบ สธ.จะดำเนินการตามกลไกที่มีอยู่ เช่น การรณรงค์อาหารปลอดภัยใน รพ.สังกัด สธ. ทั้งผักออร์แกนิก ผักปลอดสารพิษต่างๆ" ภกญ.อมรรัตน์กล่าว

    น.ส.ปรกชล อู๋ทรัพย์ ผู้ประสานงานเครือข่ายเตือนภัยสารเคมีกำจัดศัตรูพืช หรือ Thai-PAN กล่าวว่า รู้สึกผิดหวังกับการตัดสินใจต่ออายุพาราควอตของคณะกรรมการควบคุมสารเคมีที่เป็นการเพิกเฉยต่อข้อมูลด้านสุขภาพที่ สธ.ได้ทำออกมา หากไม่มีผลทางสุขภาพ ประเทศใหญ่ๆ ทั้งอังกฤษ สวิตเซอร์แลนด์ หรือแม้กระทั่งประเทศจีน ก็มีข้อมูลว่าประกาศยกเลิกการใช้สารดังกล่าว เพราะเป็นต้นตอปัญหาสุขภาพทั้งนั้น ตนจึงไม่ทราบว่าหน่วยงานที่มีอำนาจตัดสินใจต้องการข้อมูลขนาดไหนอีก ซึ่งทางเครือข่ายประมาณ 50 จังหวัดอาจจะมีการรวมตัวฟ้องร้องให้เพิกถอนการต่อทะเบียนสารดังกล่าว ขณะนี้อยู่ระหว่างหารือเพื่อหาข้อสรุปว่าจะมีการเคลื่อนไหวอย่างไรต่อไป.

  • เปลว สีเงิน

    ก็เห็นใจ "อดีตนายกฯ อภิสิทธิ์"! ที่ดิ้นสู้............ ถึงขั้นเตรียมยื่นศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัย ว่าการออกคำสั่ง คสช.ที่ ๕๓/๒๕๖๐ ของนายกฯ เข้าเงื่อนไขการใช้มาตรา ๔๔ หรือไม่? ในความเห็นผมนะ.......
  • บทบรรณาธิการ

    ข้อมูลที่สำคัญในการดำเนินนโยบายแก้ไขปัญหาความไม่สงบในจังหวัดชายแดนภาคใต้กว่า 15 ปีที่ผ่านมาของรัฐบาลไทยตั้งแต่อดีตจนถึงปัจจุบัน โดยการใช้จ่ายงบประมาณสำหรับแก้ไขปัญหาในพื้นที่ ตั้งแต่ปี 2547 จนถึงปีงบประมาณ 2561 รวม 15 ปี งบประมาณ โดยรวมคือ 290,901.6 ล้านบาท
  • เอ็กซ์-ไซท์

    รพ.ตำรวจเตรียมทำวิจัยศึกษาสาเหตุการฆ่าตัวตายของตำรวจ หลังพบเพิ่มมากขึ้น
    แนะตรวจให้ละเอียด ตำรวจท้าเสกฟ้อง รอง ผบ.ตร.-ผบช.น.โต้นักร้องดัง ยันบุกจับกุมที่บ้านดำเนินการตามขั้นตอนของกฎหมาย จะใช้สิทธิฟ้องร้องก็เชิญ รองเลขาฯ อย.เตือนตรวจฉี่ซ้ำแยกแยะชนิดยา เสพติด
    จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัยร่วมกับเอกชนผลิตสารเคลือบหมวกกันน็อกกำจัดกลิ่นและฆ่าเชื้อจูงใจคนสวมหมวกวิน
  • x-cite inside

    ปัจจุบันการเรียนรู้ของเด็กได้เปลี่ยนแปลงไป เนื่องจากมีแหล่งเรียนรู้นอกห้องเรียนมากมาย โดยเฉพาะจากสื่อออนไลน์และเทคโนโลยีต่างๆ ที่สามารถเข้าไปพัฒนาการศึกษาของเยาวชนได้โดยไม่ต้องพึ่งตำราและการเรียนในห้องเพียงอย่างเดียว ที่จะทำให้เกิดความเครียดให้แก่ชีวิตพวกเขา รวมทั้งปัญหาสุขภาวะตามมาอีกด้วย
    เมื่อเทศกาลปีใหม่เวียนมาถึง ถือเป็นสัญญาณเริ่มต้นใหม่ของใครหลายๆคน ในการเปิดรับกับสิ่งต่าง ๆ ที่จะเข้ามาในชีวิต บางคนถือโอกาสบอกลาสิ่งไม่ดีในปีเก่า และบางคนใช้ปีใหม่นี้ในการเปลี่ยนแปลงนิสัยและพฤติกรรมการใช้ชีวิตบางอย่างของตัวเอง หรือการเริ่มต้นทำในสิ่งต่าง ๆ ที่ไม่เคยทำ
    โรคติดต่อไม่เรื้อรัง (NCDs) ถือเป็นกลุ่มโรคที่เกิดจากการใช้ชีวิตที่มีความเสี่ยง โดยเฉพาะการกินอาหารที่มากเกินไป รวมทั้งขาดการทำกิจกรรมทางกายที่นำมาโดยโรคอ้วน เบาหวาน หัวใจ ความดันโลหิตสูง อัมพาต อัมพฤกษ์ ที่ทำให้คนบนโลกนี้เสียชีวิตไปมากที่สุด และยิ่งนับวันคนไทยก็มีความเสี่ยงเป็นโรคเหล่านี้มากขึ้น