ลุงตู่-สมคิด 'ไม่ใช่' ในทางใช่

  • Wednesday, November 22, 2017 - 00:00


    เมื่อวาน...........

    ผมหนีไปวัน ไม่ได้ไปไหน ไปเฝ้านางพยาบาลน่ะ!

    ขณะนั่งเฝ้า รอเธอเรียกพบหมอ

    เกิดดวงตาเห็นธรรม "สังคมก้มหน้า" เป็นเช่นนี้เองหนอ

    คือแต่ละคนที่นั่งรอ ต่างเพ่ง "กสิณมือถือ" ก้มหน้า-ก้มตา สมาธิเครียด

    เข้าเมืองตาหลิ่วก็ต้องหลิ่วตาตาม ผมเลยงัดมือถือออกมาเพ่งกสิณไลน์ กสิณเฟซ ตามเขาไปบ้าง

    ก็ได้เรื่องแฮะ!

    ในเฟซ ไม่รู้ใครต่อใคร โพสต์ข้อความ "สมคิดประกาศ ปีหน้าคนจนหมดประเทศ" ให้ว่อน

    โพสต์ด้วยหยามหยัน-ดันแดก ต่างๆ นานา เนื้อหาตัดทิ้งหมดหยิบเอาเฉพาะคำที่อ่านแล้ว เป็นต้องได้ "ยำสมคิด" กันถึงเครื่อง

    อีกโพสต์ ก็แหลกอีกเหมือนกัน.......

    ยกเรื่อง "รถไฟฟ้าสายสีน้ำเงิน" ถอดที่นั่งช่วงกลางตู้โดยสารออก เพื่อให้ยืนได้มากขึ้น "ในชั่วโมงเร่งด่วน" มาสวด รฟม.กันขรม

    อีกโพสต์ เป็นเรื่องคนสวนยาง เมื่อราคาตก ก็เรียกร้อง โทษทุกคน-ทุกหน่วยงาน ยกเว้นตัวเอง

    และถือเป็นเรื่องที่รัฐบาล คสช.ต้องรับผิดชอบ!

    นอกจากโพสต์แล้ว ยังมีคลิปมาทางไลน์ คนกลุ่มหนึ่ง ต่อต้านรัฐบาลสร้างโรงไฟฟ้าถ่านหิน

    ทั้งหญิง-ทั้งชาย โกรธเกรี้ยว หวีดร้อง-หวีดคำรามเหมือนผีเข้า ด่านายกฯ ด้วยคำที่นำเผยแพร่ต่อไม่ได้

    ก้มนานเวียนหัว น้ำตาไหล............

    ไหลเพราะตาคนแก่ หรือไหลเพราะสมเพช-เวทนาบ้านเมืองก็ไม่ทราบ

    ถ้าสังคมไทยเป็นอย่างนี้ ก็น่าห่วงกาลข้างหน้า

    เพราะ..........

    ในขณะที่วิวัฒนาการสังคมมนุษยชาติ ก่อเกิดวิทยาการเทคโนโลยีผลักดันให้โลกวันนี้

    ต้องสำรอกเก่า "จัดระเบียบสังคมใหม่" สู่ศตวรรษที่ ๒๑!

    ท่ามกลางเพื่อนร่วมภูมิภาค "แต่ละสังคมชาติ" ขยับเขยื้อนเคลื่อนตัวสนองตอบ "สังคมสู่ศตวรรษใหม่" กันแล้ว

    แต่สังคมชาติเรา............

    ยังคงหนึบแน่นอยู่กับทัศนคติ "เรียกร้อง-รอรับ" เอาจากรัฐเป็นสรณะ

    เป็นสังคมนิยมฉาบฉวย หลงใหลดรามา ไม่ชอบค้นหาความจริง เชื่อง่าย งับทุกอย่างที่ไม่ต้องคิด-ไม่ต้องเคี้ยว ยึดประโยชน์ตัวเป็นที่ตั้ง

    ชอบ "บุญสำเร็จรูป" เท่ากับชอบ "สะสมไมล์" เส้นทางสายนรก

    ได้เอา-เสียโวย โทษทุกอย่าง...........

    ยกเว้น "ตัวเอง"

    อยากให้พัฒนาทุกเรื่อง-ทุกอย่าง แต่พอรัฐบาลลงมือทำ

    "ค้านทุกเรื่อง"

    มีความคิดเห็น มีความรู้สึก มีอารมณ์ตอบสนองได้ทุกเรื่อง ยกเว้นเรื่องเดียวที่ไม่มี

    คือ "ศึกษารู้จริง" ในเรื่องนั้นๆ

    และ..........

    อิจฉาคนรวย เหมาคนรวยเป็นกลุ่มทุนเอารัด-เอาเปรียบสังคม ต้องด่า ต้องกระแนะกระแหน ทำอะไรก็ผิดไปหมด

    ขนาดวันนี้ ประเทศใช้ "อำนาจรัฏฐาธิปัตย์" บริหารและปกครอง คนฐานรากสังคม ยังไม่ยอมปรับเปลี่ยนตัวเอง

    คำว่าประเทศชาติ "ก้าวหน้า-พัฒนา" เป็นเพียงนามธรรม

    การจะเห็นความก้าวหน้า-พัฒนา หรือถอยหลัง-ดักดานอยู่กับที่ของแต่ละประเทศ

    เห็นจาก "พฤติกรรม-แนวคิด" ของคนในชาตินั้นๆ

    ซึ่งนำมาสู่จุดต้องคิดว่า การจะเปลี่ยนแปลง "ทุกอย่าง".......

    ต้องเปลี่ยน "สำนึกคน" ก่อน

    คนที่ "สำนึกตกผลึก" แล้วเท่านั้น จึงจะมีคุณภาพไปเขยื้อนสังคมชาติให้ก้าวเดิน!

    ดูเขา-ดูเรา แล้ว........

    สมมุติ วันข้างหน้ารัฐบาลที่ว่า "ประชาชนเลือกผมมา" เข้ามาเป็นรัฐบาล และบอก "ผมฟังเสียงประชาชน"

    ประชาชนอยากได้อะไร-แบบไหน ได้หมด สดชื่นด้วยกัน!

    งบประมาณก็จะต้องหมดไปกับโครงการปรนเปรอ เพื่อกิน-เพื่อใช้-เพื่ออุ้ม-เพื่อแจก

    ประชาชนข้างมาก คือคนระดับฐานราก ดังนั้น เสียงส่วนใหญ่ที่รัฐบาลเลือกตั้งยึดและพร้อมสนองตอบ

    คือ "คนส่วนนี้"!

    และนั่น สังคมทัศน์ "เรียกร้อง-รอรับ" จากชาวฐานราก ก็จะสอดคล้อง-ต้องประโยชน์กับสังคมเลือกตั้ง

    ชาวฐานราก เรียกร้องปุ๊บ-รอรับได้ปั๊บ เขาก็จะพอใจ เหมือนด้วง-หนอน พอใจในการชอนไชกินเนื้อในร่างที่ตัวเองอาศัย

    ชาวเลือกตั้ง ก็สมประโยชน์..........

    ใช้เงินงบประมาณ "หว่านกล้า" หวังไปตกรวงเป็นคะแนนในแปลงนาตอนเลือกตั้ง!

    CLMV "เขมร-ลาว-พม่า-ญวน" ในอีก ๕-๑๐ ปี ต่อจากนี้

    ดูแนวโน้ม.........

    ด้วยลักษณะ "อำนาจนำสังคม" การปรับตัวสู่ศตวรรษที่ ๒๑ ของเขา พัฒนาการไปตามศักยภาพและตามฐานานุรูปแห่งโครงสร้างสังคมชาติ

    ค่อนข้างแตกกิ่ง-แตกยอด

    ด้วยชาวฐานรากของเขา "เรียนรู้" กระหาย-ตื่นตัวในการพัฒนาสังคมชาติ แทนการ "เรียกร้อง-รอรับ" เอาจากรัฐ

    อย่างเวียดนาม-พม่า เห็นชัดมาก........

    แต่ T-Thailand ศูนย์กลางอาเซียนและกลุ่มอนุภาคลุ่มน้ำโขง บอกได้บนฐานทัศนคติสังคมฐานรากวันนี้

    ถ้าสิ่งที่รัฐบาล คสช.โดยพลเอกประยุทธ์ถากถาง-ริเริ่มไว้ตอนนี้ ถูกปล่อยให้พังไป

    จะด้วยการเมืองเลือกตั้ง หรือด้วยการบ้านที่มุ่งแต่เรียกร้อง-ต่อต้านทุกเรื่อง ก็ตาม

    ไทยไม่ย้อนกลับไปถึงมนุษย์ถ้ำหรอก

    แต่สังคมและประเทศ จะเหมือนนางงาม ในดงมนุษย์หื่นตัณหา

    จะเหลือสภาพอย่างไร ไม่ต้องบอกก็คงจินตนาการเห็นภาพ และนั่น อย่าคิดว่าเป็นไปไม่ได้

    ขนาดมีรัฐบาลเผด็จการ "ปราบ-ล้าง" มา ๓ ปีกว่า "ทุกยูนิต-ทุกองค์กร" ยังซ่อนซาตานกัดกินไส้

    อาศัยที่ประเทศเหมือน "สักทอง" ได้แค่ชอน แต่ไส้ "แข็ง" เกินกว่าจะไชเข้าไปถึง!

    รัฐบาลประยุทธ์ "ท้ายยุค" คล้ายว่าเสื่อม น้ำเน่าทุกสาย จึงไหลรวมถล่มให้ล่มคว่ำ

    ก็สงสัย จะไปคว่ำทำไม คว่ำแล้วได้อะไรที่ดีกว่าขึ้นมามั้ย?

    เห็นพูดกันจริง รัฐบาล คสช.แก้ปัญหาเศรษฐกิจไม่ได้........

    ถามว่า เศรษฐกิจตรงไหนล่ะที่แก้ไม่ได้?

    ปัญหาปากท้องไง รวยกระจุก-จนกระจาย ประชาชนจะอดตายกันหมดแล้ว?

    เอ้า...งั้นจะให้แก้ยังไง?

    ก็ไม่รู้...เป็นรัฐบาลก็แก้ซี ครั้นเขาแก้ ออกนโยบายประชารัฐ ร้านค้าประชารัฐ บัตรสวัสดิการรัฐ เงินสงเคราะห์คนชรา

    ก็ค้าน ก็ด่า ก็ว่าไม่ดี แต่ที่ดีนั้น แบบไหน...กูก็ไม่รู้!?

    โครงการระยะยาว ตรงนี้เยอะแยะ แค่ EEC ก็พลิกประเทศได้แล้ว

    ปัญหาที่หมักหมม เช่น ปัญหาประมง ปัญหาการบิน ปัญหาแรงงาน ปัญหาข้าวจำนำคาโกดัง นำไปสู่ความฉิบหายตลาดข้าวไทยในตลาดโลก

    รัฐบาลประยุทธ์ปัดกวาด-แก้ไขให้คืนสภาพได้หมด!

    รัฐบาล คสช.ไม่วิเศษเลิศเลอก็จริง...........

    แต่อย่างน้อย ช่วยทำประเทศพ้นฉิบหายจากรัฐบาลนายแม้ว-นางปู

    แถมยัง "สร้างทางใหม่" เชื่อมภูมิภาค-เชื่อมโลก เป็นอนาคตสังคมชาติ เป็นรูปธรรม "ตั้งไข่" ให้เห็นหลายโครงการ

    ปรับ ครม.จะปรับใครก็ปรับ แต่มาถึงจุดนี้..........

    จะปรับทีมเศรษฐกิจ เอารองนายกฯ สมคิด รัฐมนตรีคลังอภิศักดิ์ ออกไปไม่ได้แน่!

    เทียบเห็นง่ายๆ ถ้าประกาศ "เปลี่ยนตัวสมคิด" โครงการ EEC พังทันที

    ต่างประเทศที่รับปากเข้ามาลงทุน เห็นเอา "แม่งาน" ออกไป เท่ากับส่งสัญญาณ "ล้มโครงการ" แล้วใครจะมา

    ปรับแล้ว สมคิดยังอยู่เหมือนเดิม.......

    แต่นายกฯ ประยุทธ์ ไม่ทำตัวให้ต่างชาติมั่นใจในความเป็นผู้นำอีก ๕ ปีข้างหน้า ตามบทเฉพาะกาลรัฐธรรมนูญ

    ต่างชาติก็เผ่นอีกเหมือนกัน

    ใครจะมั่นใจได้ล่ะ ว่ารัฐบาลใหม่ที่ไม่ใช่ประยุทธ์นำ เข้ามาแล้ว ทุกอย่างในความเป็นโครงการ EEC จะเดินหน้าด้วยมุ่งมั่นเหมือนเดิม?

    คนไทยวันนี้ เหมือนคนหิวข้าวตาลาย.............

    ประยุทธ์คือ "คนหุงข้าว"

    ขณะนี้ เพิ่งผ่านขั้นตอนเอาข้าวสารมาคัดกรวด ซาวข้าว เอาน้ำใส่หม้อข้าว ยกหม้อตั้งเตาไฟ

    ถ่านในเตาเพิ่งติดไฟ ยังไม่ลุกโชน ทีมเศรษฐกิจ ครม. ข้าราชการ ก็พัดเตาบ้าง ไปเก็บผัก หาฟืนบ้าง

    นโยบายระดับเปลี่ยนโครงสร้างสังคมและเศรษฐกิจประเทศ อย่าง EEC มันใหญ่กว่า "อาหารแช่แข็ง" ที่จับยัดไมโครเวฟ ๓-๕ นาที ก็กินได้

    การหุงข้าวหม้อใหญ่ มันต้องใช้เวลาเป็นระยะๆ เร่งก็ดิบ ช้าก็แฉะ เฉื่อยก็ไหม้คาหม้อ

    ตอนนี้ ผ่านไป ๓ ปีกว่า เท่ากับ ๓ นาทีกว่าในการหุงข้าว ยังไม่ตั้งฟองด้วยซ้ำ

    แต่คนรอกิน มันหิว ขนาดแม่ยังฆ่าได้ อย่าง "กุก่องน้อย" นั่นปะไร.......

    ฉะนั้น นายกฯ ต้องเข้าใจ-อดทน กับเสียงบ่น เสียงด่า ว่าแก้เศรษฐกิจล้มเหลว!

    ยังพูดเรื่องคนตัดเอาเฉพาะสร้อยประโยค "ปีหน้าคนจนหมดประเทศ" มาถล่มสมคิดไม่จบกระบวนความ เนื้อที่หมดก่อน

    คืออยากบอกว่า อย่าไปหลงพวกจ้องทำลาย ตัดต่อเฉพาะท่อน-เฉพาะคำมาเป็น "เหยื่อล่อ"

    ก่อนเชื่อ-ก่อนวิจารณ์ ควรหาเนื้อหาเต็มๆ มาอ่านก่อน จะได้รู้ สมคิดเขาพูดเรื่องอะไร ประเด็นใด นำมาสู่คำนี้

    ว่างค่อยคุยต่อ พรุ่งนี้-ปะรืน ไม่อยู่ กลับมาแล้วจะบอกว่าไปไหน

    ไงก็....เกลียดประยุทธ์กันให้น้อยๆ เก็บเอาไว้ด่ากันนานๆ มันกว่าเยอะ.

  • เปลว สีเงิน

    ก็เห็นใจ "อดีตนายกฯ อภิสิทธิ์"! ที่ดิ้นสู้............ ถึงขั้นเตรียมยื่นศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัย ว่าการออกคำสั่ง คสช.ที่ ๕๓/๒๕๖๐ ของนายกฯ เข้าเงื่อนไขการใช้มาตรา ๔๔ หรือไม่? ในความเห็นผมนะ.......
  • บทบรรณาธิการ

    ข้อมูลที่สำคัญในการดำเนินนโยบายแก้ไขปัญหาความไม่สงบในจังหวัดชายแดนภาคใต้กว่า 15 ปีที่ผ่านมาของรัฐบาลไทยตั้งแต่อดีตจนถึงปัจจุบัน โดยการใช้จ่ายงบประมาณสำหรับแก้ไขปัญหาในพื้นที่ ตั้งแต่ปี 2547 จนถึงปีงบประมาณ 2561 รวม 15 ปี งบประมาณ โดยรวมคือ 290,901.6 ล้านบาท
  • เอ็กซ์-ไซท์

    รพ.ตำรวจเตรียมทำวิจัยศึกษาสาเหตุการฆ่าตัวตายของตำรวจ หลังพบเพิ่มมากขึ้น
    แนะตรวจให้ละเอียด ตำรวจท้าเสกฟ้อง รอง ผบ.ตร.-ผบช.น.โต้นักร้องดัง ยันบุกจับกุมที่บ้านดำเนินการตามขั้นตอนของกฎหมาย จะใช้สิทธิฟ้องร้องก็เชิญ รองเลขาฯ อย.เตือนตรวจฉี่ซ้ำแยกแยะชนิดยา เสพติด
    จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัยร่วมกับเอกชนผลิตสารเคลือบหมวกกันน็อกกำจัดกลิ่นและฆ่าเชื้อจูงใจคนสวมหมวกวิน
  • x-cite inside

    ปัจจุบันการเรียนรู้ของเด็กได้เปลี่ยนแปลงไป เนื่องจากมีแหล่งเรียนรู้นอกห้องเรียนมากมาย โดยเฉพาะจากสื่อออนไลน์และเทคโนโลยีต่างๆ ที่สามารถเข้าไปพัฒนาการศึกษาของเยาวชนได้โดยไม่ต้องพึ่งตำราและการเรียนในห้องเพียงอย่างเดียว ที่จะทำให้เกิดความเครียดให้แก่ชีวิตพวกเขา รวมทั้งปัญหาสุขภาวะตามมาอีกด้วย
    เมื่อเทศกาลปีใหม่เวียนมาถึง ถือเป็นสัญญาณเริ่มต้นใหม่ของใครหลายๆคน ในการเปิดรับกับสิ่งต่าง ๆ ที่จะเข้ามาในชีวิต บางคนถือโอกาสบอกลาสิ่งไม่ดีในปีเก่า และบางคนใช้ปีใหม่นี้ในการเปลี่ยนแปลงนิสัยและพฤติกรรมการใช้ชีวิตบางอย่างของตัวเอง หรือการเริ่มต้นทำในสิ่งต่าง ๆ ที่ไม่เคยทำ
    โรคติดต่อไม่เรื้อรัง (NCDs) ถือเป็นกลุ่มโรคที่เกิดจากการใช้ชีวิตที่มีความเสี่ยง โดยเฉพาะการกินอาหารที่มากเกินไป รวมทั้งขาดการทำกิจกรรมทางกายที่นำมาโดยโรคอ้วน เบาหวาน หัวใจ ความดันโลหิตสูง อัมพาต อัมพฤกษ์ ที่ทำให้คนบนโลกนี้เสียชีวิตไปมากที่สุด และยิ่งนับวันคนไทยก็มีความเสี่ยงเป็นโรคเหล่านี้มากขึ้น