เจาะ 2 คดีโกง 'ทักษิณ อัยการยื่นฟื้นตาม กม.ใหม่  

  • Wednesday, November 22, 2017 - 06:55

    อัยการจัดให้แล้ว! หลัง พ.ร.บ.ประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยวิธีพิจารณาคดีอาญาของผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง พ.ศ.2560 ฉบับใหม่ประกาศใช้ ที่สภานิติบัญญัติแห่งชาติ (สนช.) เป็นผู้ผลิต อัยการในฐานะผู้ปฏิบัติจึงต้องทำตามในการขอรื้อฟื้นคดีของ ทักษิณ ชินวัตร ที่ศาลฎีกาแผนกคดีอาญาของผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมืองสั่งจำหน่ายคดีไว้ชั่วคราว เนื่องจาก “ทักษิณ” ในฐานะจำเลยหลบหนีคดี โดยเมื่อวันที่ 21 พ.ย.ที่ผ่านมา เข็มชัย ชุติวงศ์ อัยการสูงสุด ยื่นคำร้องขอให้ศาลฎีกาฯ ดำเนินการพิจารณาสำนวนคดีที่กล่าวหานายทักษิณร่วมทุจริตการปล่อยกู้ของธนาคารกรุงไทยแก่กลุ่มบริษัทกฤษดามหานคร และสำนวนคดีที่กล่าวหาทุจริตการออกกฎหมายแปลงค่าสัมปทานกิจการโทรคมนาคมและมือถือเป็นภาษีสรรพสามิต ตามที่คณะทำงานอัยการตรวจสอบแล้วพบว่าทั้ง 2 คดีมีลักษณะต้องดำเนินการตามมาตรา 28 กรณีที่ศาลออกหมายจับจำเลย แต่ถ้าไม่สามารถจับจำเลยได้ภายใน 3 เดือนนับแต่ออกหมายจับ ให้ศาลมีอำนาจพิจารณาคดีได้โดยไม่ต้องกระทำต่อหน้าจำเลย แต่ไม่ตัดสิทธิ์จำเลยที่จะตั้งทนายความมาดำเนินการแทนตนได้ และไม่ตัดสิทธิ์จำเลยที่จะมาต่อสู้คดีเมื่อใดก็ได้ ก่อนที่ศาลจะมีคำพิพากษา
     
    ซึ่ง “ทักษิณ” หนีคดีไปเป็นปีจึงเข้าข่ายด้วย ขณะที่ก่อนหน้านี้ พ.ร.บ.ฉบับนี้ได้สำแดงเดชแล้วครั้งหนึ่ง ตามมาตรา 61 ที่กำหนดให้จำเลยที่จะยื่นอุทธรณ์ต้องมาแสดงตัวต่อศาล อันเป็นผลให้ “ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร” อดีตนายกรัฐมนตรีน้องสาวนายทักษิณ ซึ่งหนีคดีเช่นเดียวกันในคดีโครงการรับจำนำข้าว ไม่กล้ากลับมาแสดงตัวในการยื่นอุทธรณ์จนคดีถือเป็นที่สุด จะเรียกเป็นกฎหมายเช็กบิลตระกูลชินวัตรได้หรือไม่ก็แล้วแต่จะคิดจริงๆ
     
    ทั้ง 2 คดีดังกล่าวที่ “ทักษิณ” เป็นจำเลย คือ 1.คดีทุจริตการปล่อยกู้ของธนาคารกรุงไทยให้กลุ่มบริษัทกฤษดามหานคร หมายเลขดำที่ อม.3/2555 หมายเลขแดงที่ อม.55/2558 ที่อัยการสูงสุด เป็นโจทก์ยื่นฟ้องนายทักษิณและผู้เกี่ยวข้อง เป็นจำเลยที่ 1-27 กรณีผู้บริหารธนาคารกรุงไทย จำกัด (มหาชน) ให้สินเชื่อกลุ่ม บมจ.กฤษดามหานคร ที่มีสถานะอยู่ในกลุ่มลูกหนี้ที่ไม่ก่อให้เกิดรายได้ของธนาคาร เนื่องจากผู้อำนวยการฝ่ายกลั่นกรองสินเชื่อธุรกิจนครหลวงเคยจัดอันดับความเสี่ยงของกลุ่มกฤษดามหานครในอันดับ 5 คือไม่สามารถอนุมัติสินเชื่อให้ได้ แต่กลับมีการอนุมัติสินเชื่อให้บริษัทในกลุ่มกฤษดามหานคร
     
    ในข้อหาเป็นเจ้าพนักงานมีหน้าที่จัดการหรือดูแลกิจการใดเข้ามีส่วนได้เสียเพื่อประโยชน์สำหรับตนเองหรือผู้อื่น ร่วมกันปฏิบัติ หรือละเว้นการปฏิบัติหน้าที่โดยทุจริตหรือโดยมิชอบ เป็นกรรมการผู้จัดการหรือบุคคลใดซึ่งรับผิดชอบในการดำเนินการของธนาคารกรุงไทย จำกัด (มหาชน) ร่วมกันกระทำผิดหน้าที่ของตนโดยทุจริต จนเป็นเหตุให้เกิดความเสียหายในลักษณะที่เป็นทรัพย์สินของธนาคารกรุงไทย จำกัด (มหาชน) และประชาชน และเป็นพนักงานในองค์การหรือหน่วยงานของรัฐมีหน้าที่จัดการทรัพย์ร่วมกันใช้อำนาจหน้าที่โดยทุจริตอันเป็นการเสียหายแก่ธนาคารกรุงไทย จำกัด (มหาชน) และปฏิบัติ หรือละเว้นการปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบเพื่อให้เกิดความเสียหายแก่ผู้หนึ่งผู้ใด ร่วมกันและสนับสนุนเจ้าพนักงาน พนักงานในองค์การของรัฐกระทำผิดดังกล่าว ยักยอกทรัพย์ และเป็นผู้มีอาชีพหรือธุรกิจอันย่อมเป็นที่ไว้วางใจของประชาชนรับมอบหมายให้จัดการทรัพย์สิน กระทำผิดหน้าที่ของตนโดยทุจริต เป็นเหตุให้เกิดความเสียหายแก่ประโยชน์ในลักษณะที่เป็นทรัพย์สินของผู้นั้น
     
    โดยศาลฎีกาฯ ได้เคยพิพากษาจำคุกจำเลยผู้เกี่ยวข้องเมื่อวันที่ 26 ส.ค.58 เช่น ร.ท.สุชาย เชาว์วิศิษฐ, นายวิโรจน์ นวลแข อดีตผู้บริหารธนาคารกรุงไทย และพวกอีก 2 คน คนละ 18 ปี และจำคุกอดีตเจ้าหน้าที่ธนาคารกรุงไทยพร้อมผู้บริหารเครือบริษัทกฤษดามหานคร รวม 12 คน คนละ 12 ปี พร้อมให้ผู้บริหารเครือบริษัทกฤษดามหานครคืนเงินกว่า 1 หมื่นล้านให้ธนาคารกรุงไทย ขณะที่ “ทักษิณ” จำเลยที่ 1 หลบหนีคดี ศาลฎีกาฯ จึงให้ออกหมายจับ และให้จำหน่ายคดีเฉพาะส่วนของ “ทักษิณ” ไว้เป็นการชั่วคราว
     
    คดีนี้มีพยานหลักฐานที่อ้างว่า “บิ๊กบอส” หรือ “ซูเปอร์บอส” เป็นคนสั่งการให้ผู้บริหารระดับสูงธนาคารกรุงไทยปล่อยสินเชื่อให้กฤษดามหานคร และมีการโอนเงินตอบแทนดังกล่าว ซึ่งคำพิพากษาของศาลยังไม่พบพยานหลักฐานที่ชัดเจนว่า “บิ๊กบอส” คือ “ทักษิณ” หรือไม่ หากมีการฟื้นคดีนี้ อาจพิสูจน์ความชัดเจนได้มากขึ้นก็เป็นได้
     
    2.คดีแปลงสัญญาสัมปทานโทรคมนาคมให้เป็นภาษีสรรพสามิต เอื้อธุรกิจในเครือชินคอร์ป ส่งผลให้รัฐเสียหายจำนวน 41,951.68 ล้านบาท และจำนวน 25,992.08 ล้านบาท หมายเลขดำที่ อม.9/2551 หมายเลขแดงที่ อม.5/2551 ที่อัยการสูงสุด เป็นโจทก์ยื่นฟ้องนายทักษิณ เป็นจำเลย ในข้อหาเจ้าหน้าที่ของรัฐเป็นหุ้นส่วนหรือผู้ถือหุ้นในห้างหุ้นส่วน หรือบริษัทที่รับสัมปทานหรือเข้าเป็นคู่สัญญาในลักษณะดังกล่าว เป็นเจ้าพนักงานมีหน้าที่จัดการ หรือดูแลกิจการใดเข้าไปมีส่วนได้เสียเพื่อประโยชน์สำหรับตนเองหรือผู้อื่น เนื่องด้วยกิจการนั้น เป็นเจ้าพนักงานปฏิบัติหรือละเว้นการปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบ เพื่อให้เกิดความเสียหายแก่ผู้หนึ่งผู้ใด หรือปฏิบัติหรือละเว้นการปฏิบัติหน้าที่โดยทุจริต
     
    กระบวนการหลังจากนี้เป็นไปตามที่ วันชาติ สันติกุญชร โฆษกสำนักงานอัยการสูงสุด ชี้แจงโดยสรุปว่า “หลังจากศาลฎีกาฯ รับคำร้องไว้แล้วก็ต้องรอศาลสั่งคำร้องต่อไป อยู่ที่ศาลจะดำเนินการ ทั้งสองคดีสำนักงานอัยการดำเนินการตามอำนาจหน้าที่ ตามพยานหลักฐานเดิมที่มีอยู่ในสำนวน เป็นการปฏิบัติหน้าที่ตามกฎหมายที่เราตรวจสอบแล้ว ก็มาตกที่คดีของนายทักษิณ 2 คดี นอกจากนั้นก็มีคดีอื่นที่หน่วยงานอื่นเป็นผู้ดำเนินการ”
     
    สำหรับขั้นตอนการสั่งคำร้อง ศาลฎีกาต้องนัดประชุมใหญ่ตั้งองค์คณะ 9 คนพิจารณาคำร้องของอัยการสูงสุดเพื่อมีคำสั่งต่อไป ซึ่งยังไม่มีกรอบเวลาที่แน่ชัด แต่คาดว่าคดีร้อนแรงเป็นที่สนใจของประชาชนคดีนี้คงไม่นานเกินรอ.

  • เปลว สีเงิน

    ก็เห็นใจ "อดีตนายกฯ อภิสิทธิ์"! ที่ดิ้นสู้............ ถึงขั้นเตรียมยื่นศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัย ว่าการออกคำสั่ง คสช.ที่ ๕๓/๒๕๖๐ ของนายกฯ เข้าเงื่อนไขการใช้มาตรา ๔๔ หรือไม่? ในความเห็นผมนะ.......
  • บทบรรณาธิการ

    ข้อมูลที่สำคัญในการดำเนินนโยบายแก้ไขปัญหาความไม่สงบในจังหวัดชายแดนภาคใต้กว่า 15 ปีที่ผ่านมาของรัฐบาลไทยตั้งแต่อดีตจนถึงปัจจุบัน โดยการใช้จ่ายงบประมาณสำหรับแก้ไขปัญหาในพื้นที่ ตั้งแต่ปี 2547 จนถึงปีงบประมาณ 2561 รวม 15 ปี งบประมาณ โดยรวมคือ 290,901.6 ล้านบาท
  • เอ็กซ์-ไซท์

    รพ.ตำรวจเตรียมทำวิจัยศึกษาสาเหตุการฆ่าตัวตายของตำรวจ หลังพบเพิ่มมากขึ้น
    แนะตรวจให้ละเอียด ตำรวจท้าเสกฟ้อง รอง ผบ.ตร.-ผบช.น.โต้นักร้องดัง ยันบุกจับกุมที่บ้านดำเนินการตามขั้นตอนของกฎหมาย จะใช้สิทธิฟ้องร้องก็เชิญ รองเลขาฯ อย.เตือนตรวจฉี่ซ้ำแยกแยะชนิดยา เสพติด
    จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัยร่วมกับเอกชนผลิตสารเคลือบหมวกกันน็อกกำจัดกลิ่นและฆ่าเชื้อจูงใจคนสวมหมวกวิน
  • x-cite inside

    ปัจจุบันการเรียนรู้ของเด็กได้เปลี่ยนแปลงไป เนื่องจากมีแหล่งเรียนรู้นอกห้องเรียนมากมาย โดยเฉพาะจากสื่อออนไลน์และเทคโนโลยีต่างๆ ที่สามารถเข้าไปพัฒนาการศึกษาของเยาวชนได้โดยไม่ต้องพึ่งตำราและการเรียนในห้องเพียงอย่างเดียว ที่จะทำให้เกิดความเครียดให้แก่ชีวิตพวกเขา รวมทั้งปัญหาสุขภาวะตามมาอีกด้วย
    เมื่อเทศกาลปีใหม่เวียนมาถึง ถือเป็นสัญญาณเริ่มต้นใหม่ของใครหลายๆคน ในการเปิดรับกับสิ่งต่าง ๆ ที่จะเข้ามาในชีวิต บางคนถือโอกาสบอกลาสิ่งไม่ดีในปีเก่า และบางคนใช้ปีใหม่นี้ในการเปลี่ยนแปลงนิสัยและพฤติกรรมการใช้ชีวิตบางอย่างของตัวเอง หรือการเริ่มต้นทำในสิ่งต่าง ๆ ที่ไม่เคยทำ
    โรคติดต่อไม่เรื้อรัง (NCDs) ถือเป็นกลุ่มโรคที่เกิดจากการใช้ชีวิตที่มีความเสี่ยง โดยเฉพาะการกินอาหารที่มากเกินไป รวมทั้งขาดการทำกิจกรรมทางกายที่นำมาโดยโรคอ้วน เบาหวาน หัวใจ ความดันโลหิตสูง อัมพาต อัมพฤกษ์ ที่ทำให้คนบนโลกนี้เสียชีวิตไปมากที่สุด และยิ่งนับวันคนไทยก็มีความเสี่ยงเป็นโรคเหล่านี้มากขึ้น