บทรำพึงถึงธรรมชาติ

  • Thursday, November 23, 2017 - 00:00


    เจอเข้ากับสภาพอากาศช่วงนี้...โดยเฉพาะคนแก่ คนชรา อย่าง ท่านขุนน้อย ต้องเรียกว่า แทบ ไปไม่เป็น เอาเลยถึงขั้นนั้น คือมีทั้งร้อน ทั้งเปียก สลับไป-สลับมา ส่วนหนาวที่น่าจะหนาวๆ เย็นๆ ตามความเป็นไปโดยปกติของฤดูกาล กลับหายเกลี้ยงซะดื้อๆ!!! หนาวอยู่แค่วัน-สองวันเท่านั้นเอง จากนั้นก็เปียกๆ ร้อนๆ จนแทบไม่รู้ว่าเป็นฤดูอะไรกันแน่...
    -----------------------------------------------
    อย่างไรก็ตาม...สำหรับพายุดีเปรสชันที่มีชื่อออกไปทางคล้ายๆ พวกอินเดียนแดง คือพายุ คีโรกี ที่ว่ากันว่าเป็นตัวหอบฟ้าหอบฝนเข้ามาสาดซัดใส่ประเทศไทยในช่วงฤดูหนาวนั้น เท่าที่ลองเข้าไปดูใน เว็บไซต์ภัยพิบัติ เห็นว่ากำลังเริ่มถอยห่างจากบ้านเรา เคลื่อนขึ้นไปแถวๆ อ่าวเบงกอลและค่อยๆ อ่อนกำลังลง ไม่ได้คึกคัก เหี้ยมหาญ เหมือนพวกอินเดียนแดงเผ่าเชอโรกีอีกต่อไปแล้ว ฝนฟ้าก็น่าจะลดน้อย ถอยลง เหมือนอย่างที่กรมอุตุนิยมฯ ท่านประมาณการไว้ว่า ผลกระทบของพายุลูกนี้น่าจะเสร็จสิ้นไม่เกินวันอังคารที่ 21 พฤศจิกายน จากนั้นจะออกหนาว ออกร้อน หรือไม่ ประการใด ก็ยังมิอาจทราบชัด...
    ----------------------------------------------
    ส่วนที่เลยขึ้นไปจากไทยแลนด์ แดนสยาม ของหมู่เฮา คือแถวๆ ราชอาณาจักรซาอุฯ ช่วงนี้ก็ออกจะแปลกๆ อีกเหมือนกัน คือไม่รู้ว่าเจอกับดีเปรสชันลูกไหน ต่อลูกไหน ถึงได้ทำให้พื้นที่ที่เต็มไปด้วยทะเลทราย ซึ่งน่าจะร้อนแล้ว ร้อนอีก แล้งแล้ว แล้งอีก ดันต้องเจอกับภาวะน้ำท่วม เล่นเอาเมืองแถบใกล้ๆ ฝั่งทะเลแดง อย่างเมืองเจดดาห์ เมกกะ แทบกลายเป็นทะเลสาบย่อมๆ เอาเลยถึงขั้นนั้น เท่าที่ดูจากภาพถ่าย จากคลิปวิดีโอ ถึงขั้นรถราลอยเท้งเต้ง ต้องปิดถนน ปิดโรงเรียน ปิดมหาวิทยาลัย สายการบินไม่รู้กี่สายต่อกี่สาย ต้องเลื่อนกำหนดการเพราะผู้โดยสารมาไม่ถึงสนามบิน เผลอๆ...อาจหนักกว่าน้ำท่วมบ้านเราไม่รู้กี่เท่า ต่อกี่เท่า...
    ---------------------------------------------------
    สภาพอากาศระยะหลังๆ...จึงต้องเรียกว่าเต็มไปด้วยความวิปริต ปรวนแปรสุดหยั่งคาด ยากที่จะเดาใจ ธรรมชาติ ว่าท่านจะออกลูกไหน แบบใด และเมื่อไหร่ กันแน่ แต่ที่แน่ๆ ก็คือ...ถ้าหากลองย้อนไปไล่เรียงประวัติศาสตร์ ไม่ว่าตั้งแต่มวลมนุษย์ยังอยู่ในรู ในถ้ำ มาจนกระทั่งเริ่มเกิดอารยธรรม ไม่ว่าจะเป็นอารยธรรมแถบลุ่มแม่น้ำไนล์ ไทกริส-ยูเฟรติส แม่น้ำเหลือง หรืออารยธรรมแหล่งน้ำใต้ดินแถวๆ อาณาจักรมายาในลาตินอเมริกาโน่นเลย ฯลฯ ด้วยสภาวะความเปลี่ยนแปลงที่มิอาจคาดเดาได้ของ ธรรมชาติ นี่แหละ ที่กลายเป็นตัวการสำคัญในการพลิกเปลี่ยนโฉมหน้าประวัติศาสตร์ของมวลมนุษยชาติแทบทุกๆ พื้นที่มาโดยตลอด...
    ------------------------------------------------
    ไม่ว่าจะโดยการเปลี่ยนแปลงสภาวะอากาศแบบภัยแล้ง น้ำท่วม หรือแผ่นดินไหว ภูเขาไฟระเบิด ฯลฯ ถึงขั้นทำให้อาณาจักรที่เคยรุ่งโรจน์ รุ่งเรือง ยิ่งใหญ่ เกรียงไกร ซักปานไหน จู่ๆ ก็อาจหายไปจากหน้าประวัติศาสตร์เอาดื้อๆ อาณาจักร แอตแลนติส ของ เพลโต มีจริงหรือไม่??? มีแล้วอยู่ตรงไหน??? จนบัดนี้ก็ยังหาไม่เจอ แต่ที่แน่ๆ ก็คือ...ด้วยเหตุเพราะการเปลี่ยนแปลงของธรรมชาตินั่นแหละ ที่ทำให้ปมปริศนาลึกลับของอาณาจักรที่ว่านี้ ต้องกลายเป็น ตำนานปรัมปรา อยู่จนตราบเท่าทุกวันนี้ อาณาจักร มายา ที่เคยเจริญรุ่งเรืองจนพวกบ้ามนุษย์ต่างดาว ต้องนำไปโยงกับยูเอฟโออะไรโน่นเลย จู่ๆ ก็หายเกลี้ยงไปดื้อๆ ก็ด้วยเหตุที่เกี่ยวข้องอย่างแยกไม่ออกจากการเปลี่ยนแปลงของธรรมชาติ จะโดยภาวะเอลนีโญ หรือลานีญา อันนั้น...คงต้องไปศึกษา ค้นคว้า กันเอาเอง อาณาจักร อียิปต์ ที่เคยแบ่งเป็นเหนือ เป็นใต้ ถูกแบ่งออกจากกัน ถูกรวมเข้าไว้ด้วยกัน ถูกทำให้รุ่งเรือง และถูกทำให้ล่มสลาย ก็ด้วยเหตุเพราะ ธรรมชาติ อย่างมิอาจปฏิเสธได้อีกเช่นกัน ฯลฯลฯลฯ...
    --------------------------------------------------
    ด้วยเหตุนี้...เรื่องของ ธรรมชาติ จึงเป็นสิ่งที่ดูเบาไม่ได้โดยเด็ดขาด เผลอๆ อาจเป็นตัววัดตัดสินใน ขั้นตอนสุดท้าย ว่าบ้านไหน เมืองไหน ระบบปกครองแบบไหน ระบบเศรษฐกิจแบบไหน จะอยู่ได้ อยู่ไม่ได้ ไป-ไม่ไป เอาเลยก็ไม่แน่ เป็นตัวพลิกเปลี่ยนสถานะทางการเมือง เศรษฐกิจ หรือแม้แต่วิถีชีวิตทางสังคมของผู้คน จากหน้ามือเป็นหลังตีน หรือหลังตีนเป็นหน้ามือได้เสมอๆ ใครก็ตามที่ดูเบาธรรมชาติ ไม่ให้ความสำคัญกับธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม มุ่งที่จะเอาเงิน เอาทอง เอาผลประโยชน์ อำนาจ เป็นที่ตั้ง โอกาสที่จะหงายท้องตึง เข้ารก-เข้าพง ออกอ่าว-ออกทะเล ย่อมเป็นไปได้ไม่ยากซ์ซ์ซ์...
    -----------------------------------------------------
    ความผันผวน ปรวนแปร ของธรรมชาติ...ที่นับวันจะยิ่งปรากฏให้เห็นชัดขึ้นและถี่ขึ้น แถมเกรี้ยวกราด รุนแรง ขึ้นทุกขณะ จึงคงต้องหยิบเอามาเป็นเครื่องเตือนใจ เตือนสติ ใช้ปัญญาใคร่ครวญพิจารณาในการนำพาสังคมชาติบ้านเมือง ไปโดยตลอดทุกๆ ย่างก้าว ใครที่ดูเบา ไม่ได้ให้ความสำคัญกับสิ่งเหล่านี้อย่างเท่าที่ควรจะเป็น มองธรรมชาติแบบหยาบๆ ง่ายๆ แบบพื้นๆ ผิวๆ ไม่ได้มองลึกลงไปจนสามารถเห็น แก่นธรรมะ จาก ธรรมชาติ ได้อย่างจริงๆ จังๆ สุดท้าย...ก็อาจต้องวิปริต ผันผวน ปรวนแปร อย่างมิอาจหลีกเลี่ยงและปฏิเสธได้ กลายเป็นผู้ไม่อยู่ในร่อง ในรอย ไม่ดำเนินตามครรลองคลองธรรม โดยตัวเองก็แทบไม่รู้ตัว อันเป็นปรากฏการณ์ที่สามารถพบเห็นได้จากบรรดามวลมนุษย์ในแต่ละปัจเจกบุคคล และจากหน้าประวัติศาสตร์ในแทบๆ ทุกๆ พื้นที่นั่นแล...
    --------------------------------------------------------
    ปิดท้ายด้วยวาทะวันนี้ จาก คัมภีร์เหลาจื๊อ... ฟ้ามีอายุยาวนาน ดินอยู่ได้ยั่งยืน ฟ้าและดินสามารถมีอายุยาวนานและยั่งยืน ด้วยเหตุเพราะการเคลื่อนไหวดำเนินไปของฟ้า-ดิน มิได้เป็นไปเพื่อตนเอง อริยบุคคลจึงต้องเป็นผู้ถ่อมตนและอยู่รั้งท้าย ต้องไม่เห็นแก่ตนเอง จึงจะสามารถอยู่ได้ยั่งยืนและได้รับการยกย่องเช่นฟ้า-ดิน...
    -----------------------------------------------------

  • เปลว สีเงิน

    ก็เห็นใจ "อดีตนายกฯ อภิสิทธิ์"! ที่ดิ้นสู้............ ถึงขั้นเตรียมยื่นศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัย ว่าการออกคำสั่ง คสช.ที่ ๕๓/๒๕๖๐ ของนายกฯ เข้าเงื่อนไขการใช้มาตรา ๔๔ หรือไม่? ในความเห็นผมนะ.......
  • บทบรรณาธิการ

    ข้อมูลที่สำคัญในการดำเนินนโยบายแก้ไขปัญหาความไม่สงบในจังหวัดชายแดนภาคใต้กว่า 15 ปีที่ผ่านมาของรัฐบาลไทยตั้งแต่อดีตจนถึงปัจจุบัน โดยการใช้จ่ายงบประมาณสำหรับแก้ไขปัญหาในพื้นที่ ตั้งแต่ปี 2547 จนถึงปีงบประมาณ 2561 รวม 15 ปี งบประมาณ โดยรวมคือ 290,901.6 ล้านบาท
  • เอ็กซ์-ไซท์

    รพ.ตำรวจเตรียมทำวิจัยศึกษาสาเหตุการฆ่าตัวตายของตำรวจ หลังพบเพิ่มมากขึ้น
    แนะตรวจให้ละเอียด ตำรวจท้าเสกฟ้อง รอง ผบ.ตร.-ผบช.น.โต้นักร้องดัง ยันบุกจับกุมที่บ้านดำเนินการตามขั้นตอนของกฎหมาย จะใช้สิทธิฟ้องร้องก็เชิญ รองเลขาฯ อย.เตือนตรวจฉี่ซ้ำแยกแยะชนิดยา เสพติด
    จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัยร่วมกับเอกชนผลิตสารเคลือบหมวกกันน็อกกำจัดกลิ่นและฆ่าเชื้อจูงใจคนสวมหมวกวิน
  • x-cite inside

    ปัจจุบันการเรียนรู้ของเด็กได้เปลี่ยนแปลงไป เนื่องจากมีแหล่งเรียนรู้นอกห้องเรียนมากมาย โดยเฉพาะจากสื่อออนไลน์และเทคโนโลยีต่างๆ ที่สามารถเข้าไปพัฒนาการศึกษาของเยาวชนได้โดยไม่ต้องพึ่งตำราและการเรียนในห้องเพียงอย่างเดียว ที่จะทำให้เกิดความเครียดให้แก่ชีวิตพวกเขา รวมทั้งปัญหาสุขภาวะตามมาอีกด้วย
    เมื่อเทศกาลปีใหม่เวียนมาถึง ถือเป็นสัญญาณเริ่มต้นใหม่ของใครหลายๆคน ในการเปิดรับกับสิ่งต่าง ๆ ที่จะเข้ามาในชีวิต บางคนถือโอกาสบอกลาสิ่งไม่ดีในปีเก่า และบางคนใช้ปีใหม่นี้ในการเปลี่ยนแปลงนิสัยและพฤติกรรมการใช้ชีวิตบางอย่างของตัวเอง หรือการเริ่มต้นทำในสิ่งต่าง ๆ ที่ไม่เคยทำ
    โรคติดต่อไม่เรื้อรัง (NCDs) ถือเป็นกลุ่มโรคที่เกิดจากการใช้ชีวิตที่มีความเสี่ยง โดยเฉพาะการกินอาหารที่มากเกินไป รวมทั้งขาดการทำกิจกรรมทางกายที่นำมาโดยโรคอ้วน เบาหวาน หัวใจ ความดันโลหิตสูง อัมพาต อัมพฤกษ์ ที่ทำให้คนบนโลกนี้เสียชีวิตไปมากที่สุด และยิ่งนับวันคนไทยก็มีความเสี่ยงเป็นโรคเหล่านี้มากขึ้น