กองทัพ สวนทางสิทธิมนุษยชน?

  • Thursday, November 23, 2017 - 00:00


    รัฐบาล พล.อ.ประยุทธ์ ประกาศเรื่องสิทธิมนุษยชนเป็นวาระแห่งชาติ เพื่อเป็นส่วนหนึ่งในการขับเคลื่อนไทยแลนด์ 4.0 โดยที่ประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) ได้เห็นชอบให้ประกาศใช้วาระแห่งชาติ เรื่องเกี่ยวกับสิทธิมนุษยชน ร่วมขับเคลื่อนไทยแลนด์ 4.0 เพื่อการพัฒนาที่ยั่งยืน ตามที่กระทรวงยุติธรรมเสนอมา โดยมิติของเรื่องนี้มีเรื่องกรอบระยะเวลา 2 ปี คือตั้งแต่ปี พ.ศ.2561-2562 มีหลักการ 4 สร้าง 3 ปรับปรุง 2 ขับเคลื่อน และ 1 ลด

    โดย 4 สร้าง ประกอบไปด้วย 1.สร้างจิตสำนึกให้รู้จักเคารพสิทธิมนุษยชนและสิทธิผู้อื่น 2.สร้างระบบติดตามการละเมิดสิทธิที่ไหนบ้าง ใครมีส่วนเกี่ยวข้อง 3.สร้างวัฒนธรรมเคารพสิทธิของผู้อื่นทุกเรื่อง 4.สร้างเครือข่ายดูแลเรื่องสิทธิ ส่วน 3 ปรับปรุง ประกอบด้วย 1.ปรับปรุงฐานข้อมูล 2.ปรับปรุงกฎหมายให้เหมาะสม 3.ปรับปรุงทัศนคติเข้าหน้าที่ของรัฐ ให้เข้าใจเรื่องสิทธิมนุษยชน

    ส่วน 2 ขับเคลื่อน คือ 1.ขับเคลื่อนไปสู่การปฏิบัติ 2.หาองค์กรหรือกลุ่มจังหวัดที่เป็นต้นแบบ เพื่อเป็นแรงจูงใจให้ทำตาม เมื่อมีความสำเร็จเกิดขึ้น และ 1 ลด คือการลดสถิติการละเมิดสิทธิมนุษยชน หมายความว่า ทุกกระทรวง ทบวง กรม จะต้องจัดทำแผนงานให้สอดคล้องกับหลักการนี้ แล้วดูผลสัมฤทธิ์ท้ายปีที่เกี่ยวข้องกับเรื่องนี้ เช่น การค้าแรงงาน ค้าประเวณี ลักลอบแรงงานต่างด้าว ว่าลดลงเพียงใด โดยจะให้ทุกกระทรวงรายงานเข้ามา

    อย่างไรก็ตาม ในช่วงระยะเวลาที่ผ่านมา รัฐบาลของ พล.อ.ประยุทธ์ถูกตั้งคำถามเรื่องของการละเมิดสิทธิมนุษยชนอย่างต่อเนื่อง โดยเฉพาะการใช้อำนาจของหน่วยงานมั่นคงอย่างกองทัพ รวมทั้งการดำเนินการในการใช้กระบวนการศาลทหารพิจารณาคดีพลเรือน ซึ่งเป็นจุดอ่อนที่สำคัญ และความเป็นอิสระ เป็นกลาง และความโปร่งใส

    ขณะเดียวกัน ยังมีหลายกรณีที่อยู่ในความสนใจของนานาชาติ เช่นกรณีของไผ่ ดาวดิน ซึ่งล่าสุดมีข้อมูลจากศูนย์ทนายความเพื่อสิทธิมนุษยชน รายงานถึงการถูกละเมิดสิทธิมนุษยชนในระหว่างที่ถูกกักขังอยู่ที่ทัณฑสถานฯ ขอนแก่น

    โดยเขาระบุว่า เหตุการณ์ในวันที่เขาย้ายมาเรือนจำอำเภอภูเขียววันแรก เขาถูกผู้คุมคนหนึ่งตบหัวแรงๆ 3 ครั้ง และถามว่าเมื่อไหร่ญาติจะมาเอาของ ซึ่งหมายถึงของใช้ รวมถึงจดหมายและการ์ดที่ไผ่เอามาจากทัณฑสถานฯ ขอนแก่น ผู้คุมคนเดิมกล่าวอีกว่า ถ้าญาติไผ่ไม่มา เขาจะเอาของทิ้ง

    ขณะที่ในการตรวจรับเข้าเรือนจำภูเขียว เจ้าหน้าที่ได้ทำการตรวจค้นยาเสพติด โดยให้เขาถอดเสื้อผ้า แหวกทวาร ชักอวัยวะเพศขึ้นลง 5 ครั้ง และลุกนั่ง รวมทั้งเมื่อถูกเบิกตัวมาศาลเช่นในวันนี้ ก่อนออกจากเรือนจำเจ้าหน้าที่ก็ให้เขาถอดเสื้อผ้าเพื่อตรวจหายาเสพติด

    ซึ่งไผ่ได้ตั้งข้อสังเกตกับสิ่งที่เขาถูกกระทำว่า ทำไมเจ้าหน้าที่ต้องตรวจค้นร่างกายอย่างละเอียดเหมือนเขาเป็นนักโทษคดียาเสพติด และเขาก็ถูกย้ายมาจากอีกเรือนจำหนึ่ง ไม่ใช่ผู้ต้องขังที่เข้าเรือนจำใหม่ รวมทั้งในเวลาที่ถูกเบิกตัวมาศาลทำไมต้องตรวจหายาเสพติดอีก ในเมื่อเขาก็ถูกขังอยู่ในเรือนจำตลอดเวลา

    นี่เป็นภาพสะท้อนในภาพการละเมิดสิทธมนุษยชนที่ฉายชัดออกมาเป็นรูปธรรม ท่ามกลางการประกาศวาระแห่งชาติของรัฐบาล รวมทั้งประเด็นล่าสุด ที่ต้องรอคำอธิบายต่อสังคม กรณีของนายภคพงศ์ ตัญกาญจน์ นักเรียนโรงเรียนเตรียมทหารชั้นปีที่ 1 เสียชีวิตเมื่อวันที่ 17 ตุลาคม 2560 ซึ่งครอบครัวผู้เสียชีวิตได้นำศพบุตรชายไปชันสูตรและพบว่าอวัยวะภายในหายไป

    ซึ่งเรื่องดังกล่าวโรงเรียนเตรียมทหารที่อยู่ในสังกัดของกองบัญชาการกองทัพไทย จะต้องเร่งสืบสวนข้อเท็จจริงให้กระจ่างโดยเร็วที่สุด รวมทั้งข้อเท็จจริงทางการแพทย์ ซึ่งควรมีหน่วยงานแพทย์ที่เป็นกลางอย่างแพทยยสภาออกมาเข้าร่วมตรวจสอบ ชี้แจงทำความเข้าใจ เพื่อความโปร่งใส และมีความชอบธรรม รวมทั้งเกิดความยุติธรรมกับครอบครัวของผู้เสียชีวิต

    ประเทศไทยในฐานะที่เป็นสมาชิกขององค์การสหประชาชาติ ผูกพันตามพันธกรณีแห่งกฎบัตรสหประชาชาติ และที่สำคัญเรื่องของสิทธิมนุษยชนยังได้ถูกนำไปใช้ในทางการเมือง เศรษฐกิจระหว่างประเทศ และการละเมิดสิทธิมนุษยชน หรือละเลย เมินเฉย ย่อมส่งผลกระทบต่อประเทศอย่างไม่อาจหลีกเลี่ยงได้ต่อสังคมไทย

    แต่กรณีการเสียชีวิตของนักเรียนเตรียมทหารครั้งนี้ กลับฉายภาพของผู้มีอำนาจ ที่สวนทางกับการพยายามเดินไปข้างหน้าในกระบวนการสิทธิมนุษยชนของประเทศ โดยเฉพาะกับท่าทีของ พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ และท่าทีของ พล.ต.อ.จักรทิพย์ ชัยจินดา

    น่าพิจารณาว่า นี่คือท่าทีของผู้มีอำนาจที่ออกมาพูดต่อสาธารณะจากกรณีการเสียชีวิตของนักศึกษาเตรียมทหารคนนี้ เหมือนกับเรื่องความรุนแรงที่เกิดขึ้นในกองทัพ เป็นความรุนแรงอย่างปกติของการส่งต่อระบบสร้างคนในกองทัพ แต่สิ่งที่เกิดขึ้นและต้องปรับเปลี่ยน สะสาง ทัศนคติ ความเชื่อ

    เพราะนี่คือความตายจากสาเหตุความรุนแรงของวัฒนธรรมในการใช้อำนาจในกองทัพอย่างเกินขอบเขตหรือไม่ และตราบใดที่ยังไม่เปลี่ยนแปลงวิธีการ หรือการกระทำในสถาบันกองทัพ ความตายของนักศึกษาเตรียมทหารครั้งนี้คงไม่ใช่ครั้งสุดท้าย

    และหากยังมีบรรยากาศการใช้อำนาจเกินขอบเขตและไร้การตรวจสอบได้ ปกคลุมอยู่ในสังคมไทย โดยเฉพาะหน่วยงานอย่างกองทัพ ที่น่าจะเป็นอันดับแรกๆ ที่รัฐบาล คสช.ต้องกลับไปปัดกวาดวาระสิทธิมนุษยชน ซึ่งเป็นสิ่งที่รัฐบาล คสช.ต้องหันหลังกลับไปดำเนินการควบคู่กับการเริ่มต้นปฏิรูปกองทัพอย่างเร่งด่วน เพื่อเดินไปสู่เป้าหมายไทยแลนด์ 4.0?.

  • เปลว สีเงิน

    ก็เห็นใจ "อดีตนายกฯ อภิสิทธิ์"! ที่ดิ้นสู้............ ถึงขั้นเตรียมยื่นศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัย ว่าการออกคำสั่ง คสช.ที่ ๕๓/๒๕๖๐ ของนายกฯ เข้าเงื่อนไขการใช้มาตรา ๔๔ หรือไม่? ในความเห็นผมนะ.......
  • บทบรรณาธิการ

    ข้อมูลที่สำคัญในการดำเนินนโยบายแก้ไขปัญหาความไม่สงบในจังหวัดชายแดนภาคใต้กว่า 15 ปีที่ผ่านมาของรัฐบาลไทยตั้งแต่อดีตจนถึงปัจจุบัน โดยการใช้จ่ายงบประมาณสำหรับแก้ไขปัญหาในพื้นที่ ตั้งแต่ปี 2547 จนถึงปีงบประมาณ 2561 รวม 15 ปี งบประมาณ โดยรวมคือ 290,901.6 ล้านบาท
  • เอ็กซ์-ไซท์

    รพ.ตำรวจเตรียมทำวิจัยศึกษาสาเหตุการฆ่าตัวตายของตำรวจ หลังพบเพิ่มมากขึ้น
    แนะตรวจให้ละเอียด ตำรวจท้าเสกฟ้อง รอง ผบ.ตร.-ผบช.น.โต้นักร้องดัง ยันบุกจับกุมที่บ้านดำเนินการตามขั้นตอนของกฎหมาย จะใช้สิทธิฟ้องร้องก็เชิญ รองเลขาฯ อย.เตือนตรวจฉี่ซ้ำแยกแยะชนิดยา เสพติด
    จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัยร่วมกับเอกชนผลิตสารเคลือบหมวกกันน็อกกำจัดกลิ่นและฆ่าเชื้อจูงใจคนสวมหมวกวิน
  • x-cite inside

    ปัจจุบันการเรียนรู้ของเด็กได้เปลี่ยนแปลงไป เนื่องจากมีแหล่งเรียนรู้นอกห้องเรียนมากมาย โดยเฉพาะจากสื่อออนไลน์และเทคโนโลยีต่างๆ ที่สามารถเข้าไปพัฒนาการศึกษาของเยาวชนได้โดยไม่ต้องพึ่งตำราและการเรียนในห้องเพียงอย่างเดียว ที่จะทำให้เกิดความเครียดให้แก่ชีวิตพวกเขา รวมทั้งปัญหาสุขภาวะตามมาอีกด้วย
    เมื่อเทศกาลปีใหม่เวียนมาถึง ถือเป็นสัญญาณเริ่มต้นใหม่ของใครหลายๆคน ในการเปิดรับกับสิ่งต่าง ๆ ที่จะเข้ามาในชีวิต บางคนถือโอกาสบอกลาสิ่งไม่ดีในปีเก่า และบางคนใช้ปีใหม่นี้ในการเปลี่ยนแปลงนิสัยและพฤติกรรมการใช้ชีวิตบางอย่างของตัวเอง หรือการเริ่มต้นทำในสิ่งต่าง ๆ ที่ไม่เคยทำ
    โรคติดต่อไม่เรื้อรัง (NCDs) ถือเป็นกลุ่มโรคที่เกิดจากการใช้ชีวิตที่มีความเสี่ยง โดยเฉพาะการกินอาหารที่มากเกินไป รวมทั้งขาดการทำกิจกรรมทางกายที่นำมาโดยโรคอ้วน เบาหวาน หัวใจ ความดันโลหิตสูง อัมพาต อัมพฤกษ์ ที่ทำให้คนบนโลกนี้เสียชีวิตไปมากที่สุด และยิ่งนับวันคนไทยก็มีความเสี่ยงเป็นโรคเหล่านี้มากขึ้น