รีเซต-ไม่รีเซตศาลรธน. โหวต23พ.ย.ใครได้อยู่ต่อ?

  • Thursday, November 23, 2017 - 10:11

    ท่าทีของ ”มีชัย ฤชุพันธ์ ประธานคณะกรรมการร่างรัฐธรรมนูญ” (กรธ.) ผิดความคาดหมายพอสมควร กับการที่บอกว่า กรธ.ไม่ติดใจ กับมติของที่ประชุมคณะกรรมาธิการวิสามัญพิจารณาร่าง พ.ร.บ.ประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยวิธีพิจารณาของศาลรัฐธรรมนูญ สภานิติบัญญัติแห่งชาติ ที่แก้ไขบทเฉพาะกาลในร่างฯ ดังกล่าว ที่เดิม กรธ.เสนอให้ “รีเซตตุลาการศาลรัฐธรรมนูญ ชุดปัจจุบัน คนไหนที่ขาดคุณสมบัติตามรัฐธรรมนูญและตามร่าง พ.ร.บ.ดังกล่าวที่เขียนให้สอดคล้องกับ รธน. ต้องให้พ้นจากตำแหน่ง” แต่ กมธ.ที่มีสมคิด เลิศไพฑูรย์ เป็นประธาน กลับมีมติด้วยเสียงข้างมาก 9 ต่อ 6 แก้ไข ไม่ให้มีการรีเซตดังกล่าว อันเป็นการเปลี่ยนหลักการเดิมของ กรธ.  

    “กรธ.คงไม่ติดใจเรื่องนี้ ถือว่าเป็นอำนาจของ สนช.ที่จะดำเนินการได้ และถ้าไม่ได้เป็นการแก้ไขเพื่อเป็นการขยายเวลา ก็คงไม่มีปัญหาแต่อย่างใด” (มีชัย ฤชุพันธุ์)    

    แต่หากไปดูตัวร่าง พ.ร.บ.ดังกล่าว ก็จะพบว่า กรธ.ที่อยู่ใน กมธ.ชุดนี้ 3 คน คือ สุพจน์ ไข่มุกด์ อดีตตุลาการศาล รธน., อุดม รัฐอมฤต, ธนาวัฒน์ สังข์ทอง ก็ได้ขอสงวนความเห็นในเรื่องนี้ ในฐานะ กมธ.เสียงข้างน้อย ที่แพ้โหวตเรื่องรีเซตศาล รธน. แต่ฝ่ายมีชัย ประธาน กรธ.กลับบอกว่าไม่ได้ติดใจเรื่องนี้ เลยทำให้หลายคนฉงนกับท่าทีของ กรธ.ไม่น้อย ว่าสุดท้ายจะเอาอย่างไร หาก สนช.มีมติไม่เอาด้วยกับการรีเซตตุลาการศาล รธน. แล้ว กรธ.จะทำความเห็นแย้ง เพื่อนำไปสู่การตั้ง กมธ.ร่วม 3 ฝ่าย หรือไม่ ตรงนี้ต้องรอดูท่าที กรธ.ต่อไป

    ก่อนจะไปถึงจุดนั้น ต้องดูกันว่าสุดท้ายแล้ว สนช.ที่จะพิจารณาร่าง พ.ร.บ.ดังกล่าว ในวันพฤหัสบดีที่ 23 พ.ย. จะมีมติอย่างไร จะเอาด้วยกับ กมธ.หรือไม่ หรือจะโหวตกลับไปเป็นแบบเดิมที่ กรธ.ส่งมา ที่พบว่า สนช.หลายคนก็มีท่าทีก่อนจะมีการลงมติว่า เห็นด้วยกับหลักการที่ กมธ.ปรับแก้ไข แต่สุดท้าย ก็ต้องรอมติที่จะออกมาอย่างเป็นทางการ

    ฝ่าย กมธ.ของ สนช.พบว่า ให้เหตุผลในโทนเดียวกันว่า ศาลรัฐธรรมนูญไม่ใช่องค์กรอิสระแบบกรรมการการเลือกตั้ง กรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ หรือคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ ที่ กรธ.เคยเสนอให้ทั้งรีเซตและเซตซีโร เพราะ รธน.บัญญัติให้เป็น ”องค์กรศาล” ดังนั้น หลักคิดในเรื่องการให้ตุลาการศาล รธน.ที่ขาดคุณสมบัติต้องพ้นจากตำแหน่งหลังการใช้กฎหมาย จึงไม่สามารถใช้ได้กับตุลาการศาล รธน. ที่ต้องให้ความเป็นอิสระในการพิจารณาคดี

    เช่น คำอธิบายจาก "สมคิด เลิศไพฑูรย์” ประธานกมธ.วิสามัญพิจารณาร่าง พ.ร.บ.ดังกล่าว ที่บอกเหตุผลการที่ไม่รีเซตศาล รธน.ว่า การปลดตุลาการศาล รธน.ออกจากตำแหน่ง ย่อมเท่ากับการปลดศาลและเอาศาลออกจากตำแหน่ง ซึ่งเป็นเรื่องใหญ่ ต่างประเทศจะวิพากษ์วิจารณ์ทันที เพราะศาลต้องมีอิสระ กรณีนี้ไม่เหมือนกับการเซตซีโรองค์กรอื่น ศาลรัฐธรรมนูญเป็นศาลที่อยู่ในหมวดว่าด้วยศาลในรัฐธรรมนูญ ไม่เคยเป็นองค์กรอิสระแต่อย่างใด
        
    สอดคล้องกับคำอธิบายจาก “ดร.บรรเจิด สิงคะเนติ กมธ.ชุดดังกล่าว” ที่เป็นนักกฎหมายมหาชน ก็ย้ำเช่นกันว่า ตามรัฐธรรมนูญบัญญัติให้เป็นองค์กรตุลาการที่จะมีหลักอิสระของศาลรัฐธรรมนูญ การที่จะทำอะไรแล้วไปกระทบกับหลักอิสระและหลักการคุ้มครองความสุจริตของบุคคลและหลักความเป็นอิสระของตุลาการ เป็นเรื่องที่ทำไม่ได้
         
    หากสุดท้ายที่ประชุม สนช.เอาด้วยกับการไม่รีเซตตุลาการศาล รธน. และแม้ กรธ.จะทำความเห็นแย้งมติของสนช. จนนำไปสู่การตั้ง กมธ.ร่วมสามฝ่าย แต่โอกาสพลิกก็อาจเกิดขึ้นได้ยาก ซึ่งหากสุดท้ายร่าง พ.ร.บ.ฉบับดังกล่าว ประกาศใช้เป็นกฎหมายโดยไม่มีการรีเซตศาล รธน. ก็จะทำให้ตุลาการศาล รธน.ที่มีด้วยกัน 9 คน โดยในจำนวนดังกล่าว ก่อนหน้านี้มีการตรวจคุณสมบัติเบื้องต้น พบว่า ในกลุ่มตุลาการฯ  4 คน ที่ไม่ได้เป็นตุลาการที่รักษาการคือ ทวีเกียรติ มีนะกนิษฐ, นครินทร์ เมฆไตรรัตน์, ปัญญา อุดชาชน, วรวิทย์ กังศศิเทียม อาจจะมี 3 คน มีโอกาสต้องพ้นจากตำแหน่งเพราะคุณสมบัติไม่ครบ คือ นายทวีเกียรติ, นายนครินทร์ และนายปัญญา สุดท้ายก็จะได้อยู่ต่อจนครบวาระของตัวเอง

    ขณะที่ตุลาการศาล รธน.อีก 5 คน คือ นุรักษ์ มาประณีต รักษาการประธานศาล รธน., จรัญ ภักดีธนากุล, ชัช ชลวร, บุญส่ง กุลบุปผา, อุดมศักดิ์ นิติมนตรี ปัจจุบันอยู่ครบ 9 ปีแล้วตาม รธน.ปี 50 แต่ได้มีการออกคำสั่งหัวหน้า คสช.เมื่อช่วงเดือนเมษายนที่ผ่านมา ดังนั้น ทั้ง 5 คนอยู่รักษาการจนกว่าจะมีการสรรหาตุลาการศาล รธน.ชุดใหม่เข้ามาทำหน้าที่

    เท่ากับจะมีการรับสมัครและสรรหาตุลาการศาลรธน.เข้ามาใหม่ จำนวน 5 คน ไม่ใช่ 8 คน หากมีการรีเซตศาล รธน.

  • เปลว สีเงิน

    ก็เห็นใจ "อดีตนายกฯ อภิสิทธิ์"! ที่ดิ้นสู้............ ถึงขั้นเตรียมยื่นศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัย ว่าการออกคำสั่ง คสช.ที่ ๕๓/๒๕๖๐ ของนายกฯ เข้าเงื่อนไขการใช้มาตรา ๔๔ หรือไม่? ในความเห็นผมนะ.......
  • บทบรรณาธิการ

    ข้อมูลที่สำคัญในการดำเนินนโยบายแก้ไขปัญหาความไม่สงบในจังหวัดชายแดนภาคใต้กว่า 15 ปีที่ผ่านมาของรัฐบาลไทยตั้งแต่อดีตจนถึงปัจจุบัน โดยการใช้จ่ายงบประมาณสำหรับแก้ไขปัญหาในพื้นที่ ตั้งแต่ปี 2547 จนถึงปีงบประมาณ 2561 รวม 15 ปี งบประมาณ โดยรวมคือ 290,901.6 ล้านบาท
  • เอ็กซ์-ไซท์

    รพ.ตำรวจเตรียมทำวิจัยศึกษาสาเหตุการฆ่าตัวตายของตำรวจ หลังพบเพิ่มมากขึ้น
    แนะตรวจให้ละเอียด ตำรวจท้าเสกฟ้อง รอง ผบ.ตร.-ผบช.น.โต้นักร้องดัง ยันบุกจับกุมที่บ้านดำเนินการตามขั้นตอนของกฎหมาย จะใช้สิทธิฟ้องร้องก็เชิญ รองเลขาฯ อย.เตือนตรวจฉี่ซ้ำแยกแยะชนิดยา เสพติด
    จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัยร่วมกับเอกชนผลิตสารเคลือบหมวกกันน็อกกำจัดกลิ่นและฆ่าเชื้อจูงใจคนสวมหมวกวิน
  • x-cite inside

    ปัจจุบันการเรียนรู้ของเด็กได้เปลี่ยนแปลงไป เนื่องจากมีแหล่งเรียนรู้นอกห้องเรียนมากมาย โดยเฉพาะจากสื่อออนไลน์และเทคโนโลยีต่างๆ ที่สามารถเข้าไปพัฒนาการศึกษาของเยาวชนได้โดยไม่ต้องพึ่งตำราและการเรียนในห้องเพียงอย่างเดียว ที่จะทำให้เกิดความเครียดให้แก่ชีวิตพวกเขา รวมทั้งปัญหาสุขภาวะตามมาอีกด้วย
    เมื่อเทศกาลปีใหม่เวียนมาถึง ถือเป็นสัญญาณเริ่มต้นใหม่ของใครหลายๆคน ในการเปิดรับกับสิ่งต่าง ๆ ที่จะเข้ามาในชีวิต บางคนถือโอกาสบอกลาสิ่งไม่ดีในปีเก่า และบางคนใช้ปีใหม่นี้ในการเปลี่ยนแปลงนิสัยและพฤติกรรมการใช้ชีวิตบางอย่างของตัวเอง หรือการเริ่มต้นทำในสิ่งต่าง ๆ ที่ไม่เคยทำ
    โรคติดต่อไม่เรื้อรัง (NCDs) ถือเป็นกลุ่มโรคที่เกิดจากการใช้ชีวิตที่มีความเสี่ยง โดยเฉพาะการกินอาหารที่มากเกินไป รวมทั้งขาดการทำกิจกรรมทางกายที่นำมาโดยโรคอ้วน เบาหวาน หัวใจ ความดันโลหิตสูง อัมพาต อัมพฤกษ์ ที่ทำให้คนบนโลกนี้เสียชีวิตไปมากที่สุด และยิ่งนับวันคนไทยก็มีความเสี่ยงเป็นโรคเหล่านี้มากขึ้น