สธ.ชื่นชมรร.วัดสุทธิฯ "ควบคุมวัณโรค"ได้ดี คาดเด็กติดเชื้อคนใกล้ชิด

  • Friday, November 24, 2017 - 00:00


    สธ.ชื่นชม รร.วัดสุทธิวราราม มีมาตรการควบคุมวัณโรคอย่างเต็มที่ ชี้พร้อมให้ความช่วยเหลือเต็มที่ ส่วนเด็กที่ป่วยให้พักการเรียนไปแล้ว โดยจะติดตามสาเหตุต่อไป คาดติดจากคนใกล้ชิดที่คลุกคลีอยู่ด้วยกันนานเกิน 8 ชั่วโมง

    นพ.ภานุมาศ ญาณเวทย์สกุล รองอธิบดีกรมควบคุมโรค กระทรวงสาธารณสุข (สธ.) กล่าวว่า ขณะนี้ทางโรงเรียนวัดสุทธิวราราม ได้ร่วมกับกรุงเทพฯ ทำการตรวจคัดกรองเด็กนักเรียนทั้งโรงเรียน ส่วนเด็กที่ป่วยโรควัณโรคได้ให้หยุดเรียนไปแล้ว ซึ่งหากเด็กรายใดมีอาการเข้าข่ายกับโรค เช่น มีไข้ ไอ เป็นต้น ก็จะทำการส่งเอกซเรย์ปอดทันที สำหรับการตรวจร่างกายนักเรียนจำนวนมากนั้นทางโรงเรียนได้ให้ความสำคัญควบคุมอย่างเต็มที่ ซึ่งหากโรงเรียน หรือ กทม.ต้องการให้ช่วยเหลือด้านใด สธ.ก็พร้อมช่วยเต็มที่ ซึ่งที่ผ่านมาก็มีการประสานการทำงานร่วมกันอยู่แล้ว ทั้งนี้ ทางโรงเรียนก็พยายามปิดจุดการแพร่เชื้อให้ดีทีสุด

    "สำหรับอาการป่วยส่วนใหญ่นั้น หากรับประทานยาเพียง 2 สัปดาห์เชื้อก็จะไม่มีการแพร่กระจาย ซึ่งเรื่องนี้ต้องชื่นชมเพราะโรงเรียนมีมาตรการดูแลที่ดีในการดำเนินการควบคุมเต็มที่ ส่วนการป่วยของเด็กนั้นก็ต้องติดตามซักประวัติต่อไปว่าติดมาจากที่ใด เพราะส่วนใหญ่จะติดจากคนใกล้ชิดที่อยู่ด้วยกันนานเกิน 8 ชั่วโมง"

    รองอธิบดีกรมควบคุมโรค กล่าวต่อว่า โรควัณโรคนั้น สามารถติดต่อกันได้ทางการไอหรือจาม โดยจะมีอาการไข้ ไอเรื้อรังเกิน 2 สัปดาห์ น้ำหนักลด เป็นต้น สำหรับการรักษาสามารถรักษาให้หายขาดได้ โดยการรับประทานยาต่อเนื่องประมาณ 6 เดือน ก็จะหายขาดประมาณ 98-100% วัณโรคยังเป็นปัญหาที่สำคัญในระดับนานาชาติส่วนสถานการณ์การป่วยในประเทศไทยพบว่า มีผู้ป่วยวัณโรคอยู่ที่ 171 ต่อ 1 แสนประชากร หรือค่าเฉลี่ยคือพบผู้ป่วยประมาณหลักแสนรายต่อปี แต่คนไทยยังคิดว่าวัณโรคไม่มีแล้ว

    “วัณโรคมีการติดเชื้อกันได้แต่ไม่ได้ป่วยง่าย โดยจากการสำรวจล่าสุดเมื่อ 5 ปี ที่ผ่านมา พบว่า คนไทย 1 ใน 3 มีการติดเชื้อวัณโรคในร่างกาย แต่ผู้ที่ติดเชื้อไม่จำเป็นต้องป่วยทุกราย หากติดเชื้อ 100 คน ก็จะป่วยประมาณ 10 คน โดยอาการที่เราต้องสังเกตคือไอเกิน 2 สัปดาห์ และหากใครมีอาการดังกล่าวต้องไปตรวจหาเชื้อวัณโรค เพราะหากพบเชื้อกินยาต่อเนื่อง 6 เดือน ก็จะหายจากโรคได้"

    สำหรับประเทศไทยมีมาตรการควบคุมป้องกันและกำจัดวัณโรคอย่างจริงจัง ตั้งแต่ลงไปตรวจในกลุ่มเสี่ยง อาทิ ผู้ต้องขัง หากพบเชื้อก็จะให้รับประทานยา เพื่อตัดวงจรการแพร่กระจายทันที ซึ่งหากทำต่อเนื่องก็จะช่วยกำจัดเชื้อโรคได้ นอกจากนี้ยังมีกลุ่มเสี่ยงในกลุ่มผู้ป่วยเรื้อรัง ผู้สูงอายุ เป็นต้น และขอย้ำว่าทุกคน ทุกกลุ่มอายุ สามารถป่วยเป็นวัณโรคได้หมด.

  • เปลว สีเงิน

    ก็เห็นใจ "อดีตนายกฯ อภิสิทธิ์"! ที่ดิ้นสู้............ ถึงขั้นเตรียมยื่นศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัย ว่าการออกคำสั่ง คสช.ที่ ๕๓/๒๕๖๐ ของนายกฯ เข้าเงื่อนไขการใช้มาตรา ๔๔ หรือไม่? ในความเห็นผมนะ.......
  • บทบรรณาธิการ

    ข้อมูลที่สำคัญในการดำเนินนโยบายแก้ไขปัญหาความไม่สงบในจังหวัดชายแดนภาคใต้กว่า 15 ปีที่ผ่านมาของรัฐบาลไทยตั้งแต่อดีตจนถึงปัจจุบัน โดยการใช้จ่ายงบประมาณสำหรับแก้ไขปัญหาในพื้นที่ ตั้งแต่ปี 2547 จนถึงปีงบประมาณ 2561 รวม 15 ปี งบประมาณ โดยรวมคือ 290,901.6 ล้านบาท
  • เอ็กซ์-ไซท์

    รพ.ตำรวจเตรียมทำวิจัยศึกษาสาเหตุการฆ่าตัวตายของตำรวจ หลังพบเพิ่มมากขึ้น
    แนะตรวจให้ละเอียด ตำรวจท้าเสกฟ้อง รอง ผบ.ตร.-ผบช.น.โต้นักร้องดัง ยันบุกจับกุมที่บ้านดำเนินการตามขั้นตอนของกฎหมาย จะใช้สิทธิฟ้องร้องก็เชิญ รองเลขาฯ อย.เตือนตรวจฉี่ซ้ำแยกแยะชนิดยา เสพติด
    จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัยร่วมกับเอกชนผลิตสารเคลือบหมวกกันน็อกกำจัดกลิ่นและฆ่าเชื้อจูงใจคนสวมหมวกวิน
  • x-cite inside

    ปัจจุบันการเรียนรู้ของเด็กได้เปลี่ยนแปลงไป เนื่องจากมีแหล่งเรียนรู้นอกห้องเรียนมากมาย โดยเฉพาะจากสื่อออนไลน์และเทคโนโลยีต่างๆ ที่สามารถเข้าไปพัฒนาการศึกษาของเยาวชนได้โดยไม่ต้องพึ่งตำราและการเรียนในห้องเพียงอย่างเดียว ที่จะทำให้เกิดความเครียดให้แก่ชีวิตพวกเขา รวมทั้งปัญหาสุขภาวะตามมาอีกด้วย
    เมื่อเทศกาลปีใหม่เวียนมาถึง ถือเป็นสัญญาณเริ่มต้นใหม่ของใครหลายๆคน ในการเปิดรับกับสิ่งต่าง ๆ ที่จะเข้ามาในชีวิต บางคนถือโอกาสบอกลาสิ่งไม่ดีในปีเก่า และบางคนใช้ปีใหม่นี้ในการเปลี่ยนแปลงนิสัยและพฤติกรรมการใช้ชีวิตบางอย่างของตัวเอง หรือการเริ่มต้นทำในสิ่งต่าง ๆ ที่ไม่เคยทำ
    โรคติดต่อไม่เรื้อรัง (NCDs) ถือเป็นกลุ่มโรคที่เกิดจากการใช้ชีวิตที่มีความเสี่ยง โดยเฉพาะการกินอาหารที่มากเกินไป รวมทั้งขาดการทำกิจกรรมทางกายที่นำมาโดยโรคอ้วน เบาหวาน หัวใจ ความดันโลหิตสูง อัมพาต อัมพฤกษ์ ที่ทำให้คนบนโลกนี้เสียชีวิตไปมากที่สุด และยิ่งนับวันคนไทยก็มีความเสี่ยงเป็นโรคเหล่านี้มากขึ้น