ความเสื่อมมนุษย์เลือกตั้ง

  • Friday, November 24, 2017 - 00:00


    ไม่อยากให้สับสน

    ประเด็นการซ่อม หรือการลงโทษทหาร เป็นเรื่องขี้ปะติ๋ว

    ธรรมดามาก...

    วงการทหารทั่วโลก ล้วนมีการซ่อมกันทั้งนั้น และที่เหมือนๆ กันคือ กติกาที่ว่า

    "ห้ามแตะตัว"!

    ฉะนั้นถ้าจะพูดถึงประเด็นนี้ ไม่ต้องโลกสวย

    กรรมการสิทธิมนุษยชนไม่เกี่ยว ไม่ต้องดึงมาจุ้นจ้าน

    การซ่อมจะสลบหรือเปล่าไม่รู้....ไม่ถึงตายแน่

    ส่วนการ "ซ้อม" จะเป็นอีกเรื่อง

    ฉะนั้นใครจะถาม หรือใครที่ต้องการชี้แจง ก็กรุณาแยก ๒ เรื่องนี้ออกจากกัน ไม่เช่นนั้น "มั่ว"

    แต่ประเด็นปัญหาคือ มีทหารตายในค่ายทหาร การหาสาเหตุการตายต้องเอาให้ชัด อย่าให้มีข้อสงสัยใดๆ เหมือนอย่างที่เป็นอยู่

    การซ้อมทหารจนตายในค่าย หากเป็นประเทศพัฒนาแล้ว ถือเป็นเรื่องใหญ่ ผู้เสียหายฟ้องร้อง เอาค่าชดเชยจากกองทัพอ่วมนะครับ

    ส่วนการฝึกก็เป็นอีกเรื่อง

    การฝึกทหารต้องโหด เพื่อให้ทหารมีความอดทน นั่นเป็นเรื่องที่ยอมรับกันในระดับสากล ไม่มีทหารประเทศไหนพับเพียบฝึก

    แต่การฝึกจนตายก็เป็นปัญหา

    ปัญหาแรกคือครูฝึกไร้วิจารณญาณ ปล่อยให้ฝึกจนตาย

    ปัญหาถัดมาที่อ้างกันบ่อยๆ คือ ทหารอ่อนแอ เป็นโรค

    ประเด็นหลังก็มีคำถามตามมา แล้วคนขี้โรคผ่านการตรวจมาได้อย่างไร?

    กองทัพตอบได้หรือเปล่า เพราะหลายครั้งที่มีปัญหามักโยนไปว่าเป็นเรื่องสุขภาพ

    วานนี้ นายกฯ ลุงตู่ ออกตัวให้ "บิ๊กป้อม" ว่าหลุดเพราะสื่อถามมากทำให้อารมณ์เสีย ไม่ได้ตั้งใจตอบแบบนั้น

    ที่จริงไม่อยากต่อความยาวสาวความยืด

    ความอดทนอดกลั้นต่อทุกสิ่งรอบตัว คือส่วนหนึ่งที่ชายชาติทหารทุกคน ได้จากการฝึกฝนมาอย่างหนักหน่วง

    ประเภทอารมณ์เสีย หงุดหงิดง่าย น่ากลัว

    ถามว่าพวกรุ่นพี่เจ้าอารมณ์ซ้อมรุ่นน้องจนตายมีหรือเปล่า?

    ก็เป็นหนึ่งในข้อสงสัยถึงสาเหตุการตายของ "น้องเมย" นายภคพงศ์ ตัญกาญจน์ นักเรียนเตรียมทหารชั้นปีที่ ๑

    ฉะนั้นอย่าสร้างประเพณีการหงุดหงิด

    พี่บิ๊กๆ ทั้งหลายทำอะไร อยู่ในสายตาน้องๆ ในโรงเรียนนายร้อยนะครับ อิทธิพลทั้งความคิดและการกระทำมันส่งถึงกันได้

    ก็ขอให้จบเรื่องโดยไม่มีการบิดเบือนความจริง

    ตายเพราะ ซ่อม ซ้อม หรือฝึก มันต้องชัดเจน.....

    ยังไม่ทันเลือกตั้ง...หางโผล่

    การพิจารณาคดีอาญาลับหลังจำเลย ดูจะเป็นปัญหาใหญ่ สำหรับสมุนทักษิณมากเอาการ

    ท้าทายถึงขนาด กลับมามีอำนาจเมื่อไหร่ รื้อกฎหมาย

    ยกเลิกทันที!

    ทำใจครับ....อนาคตการเมืองไทยยังสาหัส หากพรรคเพื่อไทยกลับเข้าสู่อำนาจ

    บทเรียนจาก กฎหมายนิรโทษกรรมเหมาเข่ง ไม่ได้ช่วยให้นักการเมืองพวกนี้ แยก "ดี-ชั่ว" ออกจากกันเลย

    ย้อนกลับไปช่วงกลางสัปดาห์ มีการพูดถึงการพิจารณาคดีอาญาลับหลังจำเลยกันเยอะ เพราะอัยการสูงสุดไปยื่นคำร้องขอให้ศาลฎีกาเเผนกคดีอาญาของผู้ดำรงตำเเหน่งทางการเมืองดำเนินการพิจารณาคดีที่กล่าวหานายทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี ร่วมทุจริตการปล่อยกู้ของธนาคารกรุงไทยกับกลุ่มกฤษดามหานคร

    เเละสำนวนที่กล่าวหาทุจริตการออกกฎหมาย เเปลงค่าสัมปทานกิจการโทรคมนาคม เเละมือถือ เป็นภาษีสรรพสามิต ที่ศาลสั่งจำหน่ายคดีไว้ชั่วคราว เนื่องจากไม่มีตัวจำเลย

    ซึ่งเป็นผลมาจาก พ.ร.ป.วิธีพิจารณาคดีอาญาของผู้ดำรงตำเเหน่งทางการเมือง ถูกเเก้ไขให้สามารถดำเนินกระบวนพิจารณาที่ไม่มีตัวจำเลย (ลับหลัง) ได้ เมื่อออกหมายจับ ๓ เดือนเเล้ว ยังไม่ได้ตัวจำเลยมาดำเนินคดี

    กฎหมายไม่ได้ปิดทางจำเลยที่หนีคดี

    เพราะสามารถแต่งตั้งทนายสู้คดีได้

    มาเข้าประเด็นกัน....

    คดีนายทักษิณเป็นคดีเเรกหลังกฎหมายนี้ประกาศใช้...ลิ่วล้อไม่พอใจ มองว่าเป็นการเขียนกฎหมายเพื่อเล่นงานนายใหญ่คนเดียว

    ไปดูข้ออ้างกันหน่อย....

    "วัฒนา เมืองสุข" ไปโพสต์ข้อความทางเฟซบุ๊ก เล่นกับสื่อออนไลน์ สื่อสารทางเดียวกับบรรดาสาวก ยกยูเอ็นมาเป็นพวก

    อ้างว่า...

    ...การพิจารณาคดีอาญาและสืบพยานในศาล จะต้องกระทำโดยเปิดเผยต่อหน้าจำเลย ตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา ๑๗๒

    หลักการพิจารณาคดีอาญาต้องทำต่อหน้าจำเลยดังกล่าว สมัชชาใหญ่แห่งสหประชาชาติได้รับรองโดยนำไปบัญญัติไว้ในข้อ 14 (d) ของกติการะหว่างประเทศว่าด้วยสิทธิพลเมืองและสิทธิทางการเมือง (ICCPR) ซึ่งเป็นกฎหมายเกี่ยวกับสิทธิมนุษยชนที่ประเทศไทยได้เข้าเป็นภาคีเมื่อเดือนตุลาคม ๒๕๓๙

    จากนั้นไทยได้มีการแก้ไข วิ.อาญา เพื่อให้เป็นไปตาม ICCPR เช่น แก้ไขมาตรา ๘๗ ที่เคยให้อำนาจ พงส.ควบคุมตัวผู้ถูกจับกุมได้ไม่เกิน ๗ วัน เป็นไม่เกิน ๔๘ ชั่วโมง หรือสั่งให้ผู้ต้องหาไปศาลเพื่อขอออกหมายขังโดยทันที เพื่อให้สอดคล้องกับข้อย่อย ๓ ของกติกาข้อ ๙ ที่บัญญัติให้ต้องนำตัวผู้ถูกจับกุมไปศาล “โดยพลัน” เป็นต้น

    การยึดอำนาจของ คสช.สร้างความเสียหายให้กับประเทศทั้งด้านเศรษฐกิจ สังคมและการเมือง แต่ที่สร้างความเสียหายมากที่สุดคือ การทำลายหลักนิติธรรม โดยออกกฎหมายวิธีพิจารณาคดีอาญาของผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมืองให้พิจารณาคดีอาญาลับหลังจำเลยได้

    ทั้งหมดกระทำขึ้นเพียงเพื่อกำจัดฝ่ายตรงข้าม ซึ่งนอกจากจะขัดกับหลักความยุติธรรมอาญาแล้ว ยังขัดหรือแย้งกับกฎหมายระหว่างประเทศที่เกี่ยวกับสิทธิมนุษยชน อันจะนำมาซึ่งความขัดแย้งและทำให้ประเทศสูญเสียความน่าเชื่อถือ

    ประชาชนจึงต้องอดทนรอให้มีการเลือกตั้ง เมื่ออำนาจกลับคืนมาแล้ว การยกเลิกกฎเกณฑ์หรือการกระทำต่างๆ ที่ คสช.ทำให้ประเทศชาติ “เสื่อม” หรือเสียหาย จะต้องได้รับการสะสาง ช่วยกันนับถอยหลังอีกไม่นานเกินรอ....

    อีกคนคือ "ชูศักดิ์ ศิรินิล" ประธานคณะทำงานฝ่ายกฎหมายพรรคเพื่อไทย รายนี้ใช้ความเป็นนักกฎหมายอธิบายความเอาแต่ได้

    ...การกำหนดให้ศาลมีอำนาจพิจารณาคดีลับหลังจำเลยได้เป็นการยกเว้นหลักการสำคัญในประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญาที่ใช้กับคดีอาญาทั่วไป นั้นเป็นการขัดต่อหลักการสากลที่การพิจารณาคดีอาญาจะต้องกระทำต่อหน้าจำเลย

    การพิจารณาคดีและพิพากษาไปฝ่ายเดียวนั้น โดยหลักจะนำไปใช้ในเฉพาะคดีแพ่งเท่านั้น ไม่ควรนำมาใช้ในคดีอาญาด้วย

    นอกจากไม่ได้สร้างความเป็นธรรมให้แก่จำเลยในคดีอาญาแล้ว กลับเป็นการละเมิดสิทธิขั้นพื้นฐานในกระบวนการยุติธรรมของจำเลยด้วย"

    ขัดต่อหลักนิติธรรม....

    ว่ากันมาเป็นฉากๆ

    หลักการพิจารณาคดีลับหลังจำเลยในยุโรปก็มีใช้กัน เช่น ฝรั่งเศส ไม่ใช่เรื่องใหม่ในโลกนี้

    แต่...พรรคเพื่อไทย บิดไปอีกทาง เลี่ยงที่จะพูดถึงกรณีจำเลยปฏิเสธที่จะใช้สิทธิตามกฎหมาย โดยเฉพาะพวกทำผิดแล้วเปิดตูด อย่างนายทักษิณ

    คนทำผิดไม่ยอมรับโทษ แต่อ้างกฎหมายไม่ให้ความยุติธรรม ไม่ควรมีที่ยืนในสังคม

    การยกการเลือกตั้งมาขู่ สะท้อนความเสื่อมของนักการเมือง ที่ใช้อำนาจเพื่อตัวเองและพวกพ้อง

    แล้วจะปล่อยให้มีอำนาจได้อย่างไร

    ก็รอดูกันต่อไป เพราะยังมีอีกหลายคดีรอคิวอยู่

    เช่น...

    คดีทุจริตโครงการออกสลากพิเศษเลขท้าย ๒ และ ๓ ตัว (หวยบนดิน)

    คดีปล่อยกู้เอ็กซิมแบงก์ ให้กับรัฐบาลพม่า วงเงิน ๔,๐๐๐ ล้านบาท

    คดียื่นบัญชีทรัพย์สินเท็จ

    ล้วนมีโทษจำคุกรออยู่ทั้งสิ้น.

    : ผักกาดหอม

  • เปลว สีเงิน

    ก็เห็นใจ "อดีตนายกฯ อภิสิทธิ์"! ที่ดิ้นสู้............ ถึงขั้นเตรียมยื่นศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัย ว่าการออกคำสั่ง คสช.ที่ ๕๓/๒๕๖๐ ของนายกฯ เข้าเงื่อนไขการใช้มาตรา ๔๔ หรือไม่? ในความเห็นผมนะ.......
  • บทบรรณาธิการ

    ข้อมูลที่สำคัญในการดำเนินนโยบายแก้ไขปัญหาความไม่สงบในจังหวัดชายแดนภาคใต้กว่า 15 ปีที่ผ่านมาของรัฐบาลไทยตั้งแต่อดีตจนถึงปัจจุบัน โดยการใช้จ่ายงบประมาณสำหรับแก้ไขปัญหาในพื้นที่ ตั้งแต่ปี 2547 จนถึงปีงบประมาณ 2561 รวม 15 ปี งบประมาณ โดยรวมคือ 290,901.6 ล้านบาท
  • เอ็กซ์-ไซท์

    รพ.ตำรวจเตรียมทำวิจัยศึกษาสาเหตุการฆ่าตัวตายของตำรวจ หลังพบเพิ่มมากขึ้น
    แนะตรวจให้ละเอียด ตำรวจท้าเสกฟ้อง รอง ผบ.ตร.-ผบช.น.โต้นักร้องดัง ยันบุกจับกุมที่บ้านดำเนินการตามขั้นตอนของกฎหมาย จะใช้สิทธิฟ้องร้องก็เชิญ รองเลขาฯ อย.เตือนตรวจฉี่ซ้ำแยกแยะชนิดยา เสพติด
    จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัยร่วมกับเอกชนผลิตสารเคลือบหมวกกันน็อกกำจัดกลิ่นและฆ่าเชื้อจูงใจคนสวมหมวกวิน
  • x-cite inside

    ปัจจุบันการเรียนรู้ของเด็กได้เปลี่ยนแปลงไป เนื่องจากมีแหล่งเรียนรู้นอกห้องเรียนมากมาย โดยเฉพาะจากสื่อออนไลน์และเทคโนโลยีต่างๆ ที่สามารถเข้าไปพัฒนาการศึกษาของเยาวชนได้โดยไม่ต้องพึ่งตำราและการเรียนในห้องเพียงอย่างเดียว ที่จะทำให้เกิดความเครียดให้แก่ชีวิตพวกเขา รวมทั้งปัญหาสุขภาวะตามมาอีกด้วย
    เมื่อเทศกาลปีใหม่เวียนมาถึง ถือเป็นสัญญาณเริ่มต้นใหม่ของใครหลายๆคน ในการเปิดรับกับสิ่งต่าง ๆ ที่จะเข้ามาในชีวิต บางคนถือโอกาสบอกลาสิ่งไม่ดีในปีเก่า และบางคนใช้ปีใหม่นี้ในการเปลี่ยนแปลงนิสัยและพฤติกรรมการใช้ชีวิตบางอย่างของตัวเอง หรือการเริ่มต้นทำในสิ่งต่าง ๆ ที่ไม่เคยทำ
    โรคติดต่อไม่เรื้อรัง (NCDs) ถือเป็นกลุ่มโรคที่เกิดจากการใช้ชีวิตที่มีความเสี่ยง โดยเฉพาะการกินอาหารที่มากเกินไป รวมทั้งขาดการทำกิจกรรมทางกายที่นำมาโดยโรคอ้วน เบาหวาน หัวใจ ความดันโลหิตสูง อัมพาต อัมพฤกษ์ ที่ทำให้คนบนโลกนี้เสียชีวิตไปมากที่สุด และยิ่งนับวันคนไทยก็มีความเสี่ยงเป็นโรคเหล่านี้มากขึ้น