ความรับผิดชอบจากกรณี "น้องเมย"

  • Saturday, November 25, 2017 - 00:01


    การนำเสนอข้อมูล แสดงความเห็น และการวิพากษ์วิจารณ์กรณี นายภคพงศ์ ตัญกาญจน์ หรือน้องเมย นักเรียนเตรียมทหารชั้นปีที่ 1 เสียชีวิต เมื่อวันที่ 17 ตุลาคม 2560 ที่โรงเรียนเตรียมทหาร ไม่ได้เป็นเรื่องต้องห้าม เพราะการยิ่งพูด ยิ่งนำเสนอข้อมูลอย่างรอบด้าน คือประโยชน์ที่คนในสังคมในภาพรวมจะได้นำไปคิดพิจารณาอย่างรอบด้าน เพราะในเรื่องดังกล่าวมีองค์ประกอบของเรื่องราวตามข้อเท็จจริงหลายประเด็นที่ยังไม่ได้รับการคลี่คลาย สร้างความกระจ่าง ในส่วนการวิจารณ์โดยฉวยโอกาสนำประเด็นดังกล่าวมาโจมตีทางการเมือง ก็ไม่ต้องให้ความสำคัญ

    ในเรื่องที่เกิดขึ้นอาจต้องแยกแยะเป็น 2 มุม คือ ระเบียบข้อบังคับ ธรรมเนียมปฏิบัติของสถาบัน และข้อเท็จจริงอันเป็นผลทำให้นักเรียนเตรียมทหารคนดังกล่าวเสียชีวิต ซึ่งส่วนนี้รวมถึงขั้นตอนกระบวนการหลังจากนั้นด้วย โดยทั้ง 2 เรื่องแม้จะมีบางส่วนที่เกี่ยวพันกัน แต่ไม่น่าจะนำมาเหมารวมเพื่อโยนความผิดให้กับเหตุใดเหตุหนึ่ง เพราะสิ่งเหล่านั้นไม่สามารถแก้ไขข้อบกพร่องผิดพลาดที่เกิดขึ้น เพื่อใช้เป็นบทเรียนป้องกันไม่ให้เกิดความสูญเสียขึ้นในอนาคตต่อไปได้ ซึ่งการหาแนวทางป้องกันนั้นถือว่าเป็นเรื่องสำคัญ และเป็นเรื่องที่องค์กรต้องริเริ่มทำ

    ในประเด็นแรกคือ ข้อวิพากษ์วิจารณ์ที่พูดกันมากคือเรื่อง ระเบียบข้อบังคับ ธรรมเนียม ที่บุคลากรนำไปใช้ปฏิบัติ ต้องมีการทบทวนใหม่หรือไม่ โดยใช้เรียกเหมารวมว่าต้องมีการปรับปรุงหลักสูตรการฝึกหรือไม่ แต่หากตีกรอบมาแค่เรื่องการลงโทษ การปรับปรุงวินัย การธำรงวินัย หรือการถูกครูฝึก รุ่นพี่แดก ตามคำเรียนของสังคมทหารแล้ว จะมีข้อจำกัดหรือการควบคุมไม่ให้เกิดอันตรายถึงชีวิตได้อย่างไร ซึ่งน่าจะเป็นประเด็นที่ถกเถียง เพื่อหาข้อสรุปว่าข้อผิดพลาดบกพร่องกรณีการเสียชีวิตที่เกิดขึ้นมาจากคำสั่งแดกที่ไม่มีใครควบคุมให้อยู่ในกรอบที่เหมาะสม

    แต่หากเป็นกรณีที่การแดก หรือการปรับปรุงวินัยดังกล่าว ได้กระทำไปตามแบบฉบับปกติ อยู่ในความเข้มข้น อยู่ในปริมาณที่ทำกันมา แต่นักเรียนเตรียมทหารคนดังกล่าวมีอาการทางร่างกายที่ตรวจไม่พบเมื่อเข้ามารับการศึกษา ก็เป็นเรื่องที่สถาบันหรือองค์กร ต้องไปดูเรื่องของการคัดกรอง การเพิ่มการตรวจเช็กสุขภาพให้มากขึ้นหรือไม่ นอกจากนั้นยังมีปัญหาอื่นๆ ที่ทำให้การกลั่นกรองผู้เข้ารับการศึกษา โดยเฉพาะเรื่องเด็กเส้น ลูกผู้ใหญ่ ที่จับเด็กยัดเข้ามาเพื่ออยากให้ลูกเป็นทหารก็เป็นอีกประเด็นหนึ่งที่เกิดจากตัวผู้ปกครอง หรือแม้กระทั่งความต้องการของครอบครัวที่ต้องการให้ลูกเป็นทหาร แต่ลูกไม่อยากเป็น ซึ่งที่กล่าวนี้คือภาพรวม ไม่ใช่กรณีเฉพาะน้องเมยเท่านั้น

    ในทางตรงกันข้าม หากเกิดจากการแดกจากรุ่นพี่ ที่ใช้วิจารณญาณว่ารุ่นน้องคนดังกล่าวแข็งข้อ ไม่ยอมลงให้ ผสมกับความรู้สึกส่วนตัวก็จะเป็นอันตรายอย่างยิ่ง เพราะด้วยวัยวุฒิของคนที่เข้ามารับการศึกษาในสถาบันดังกล่าว คือ วัยรุ่นที่มีอารมณ์ตามวัย แม้จะถูกฝึกให้มีระเบียบวินัยแค่ไหน แต่การพิเคราะห์ว่าสิ่งที่ตนได้ตัดสินใจทำลงไปนั้นยังไม่รอบคอบ รอบด้าน ครูฝึก ผู้คุมเองก็ปล่อยปละละเลย ไม่สอดส่องดูแล ปล่อยให้เป็นเรื่องของรุ่นพี่ไปเสียทั้งหมด ก็ถือเป็นความบกพร่องของครูฝึกอยู่เหมือนกัน

    ประเด็นที่สำคัญที่สุดจึงเป็นเรื่องสาเหตุของการเสียชีวิตที่ออกมา และความไม่ชอบมาพากล หลังจากญาตินำศพไปชันสูตรใหม่ เพราะไม่มั่นใจถึงสาเหตุการเสียชีวิตตั้งแต่แรก และก็พบว่าศพของผู้เสียชีวิตถูกควักเอาอวัยวะสำคัญในการตรวจพิสูจน์สาเหตุการตายไปทั้งหมด ไม่ได้นำไปบางส่วนตามหลักปกติที่โรงพยาบาลส่วนใหญ่ทำกัน อีกทั้งขั้นตอนในการส่งคืออวัยวะที่พนักงานสอบสวนไม่ได้ติดต่อญาติให้มารับคืน ทำให้มีการมองได้หลายประเด็นว่า แท้จริงเป็นความผิดพลาดเรื่องการสื่อสารระหว่างกัน หรือแท้ที่จริงเป็นการอำพรางคดีที่ร่วมมือกันระหว่างหน่วยงานกันแน่

    เมื่อทุกอย่างยังไม่ชัดเจน แต่อวัยวะของผู้เสียชีวิตยังสามารถนำไปผ่าพิสูจน์ได้ ก็ไม่ยากที่จะมีการตรวจสอบข้อเท็จจริงต่อไป แต่ที่ยิ่งซ้ำเติมให้เรื่องดังกล่าวที่ทุกฝ่ายควรร่วมหาข้อเท็จจริงให้เกิดความกระจ่าง นั่นก็คือ การให้สัมภาษณ์ของผู้บังคับบัญชาระดับสูงในรัฐบาลและกองทัพ ที่ฟังรายงานจากหน่วยที่เกี่ยวข้องกับเรื่องนี้ แล้วออกมากระต่ายขาเดียวเรื่องแบบธรรมเนียมการฝึก ความชอบธรรมของรุ่นพี่ที่จะซ่อมรุ่นน้อง ตามแบบฉบับของทหารที่ทำกันมารุ่นต่อรุ่น แล้วท้าทายคนที่ไม่พร้อมรับภาพ ก็ไม่ต้องเข้ามาศึกษา ยิ่งทำให้บรรยากาศที่เกิดขึ้นเลวร้ายไปกว่าเดิม

    น่าสนใจว่า เมื่อสถานการณ์เลยจากจุดเล็กๆ จนส่งผลกระทบกับวงกว้างในที่สุดแล้ว การตรวจสอบข้อมูลเพื่อเปิดเผยต่อสาธารณชนจะเป็นไปอย่างตรงไปตรงมาหรือไม่ แต่กระนั้นก็เชื่อว่าเมื่อสังคมกำลังจับตามองแล้ว คงไม่มีใครกล้าบิดเบือน หรือหาคำตอบแบบลูบหน้าปะจมูกต่อไปในที่สุด ขั้นตอนการสอบสวนจากคณะกรรมการที่ตั้งขึ้น และอาจจะต้องมีคนกลางเข้ามาเกี่ยวข้อง จะนำไปสู่ข้อสรุปที่สังคมยอมรับ และได้ข้อสรุปที่เป็นบทเรียนเพื่อใช้แก้ไขปัญหา พร้อมทั้งสร้างมาตรการป้องกัน ไม่ให้เกิดความสูญเสียในอนาคต

    เราเชื่อว่าจากเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น ไม่ว่าใครที่เกี่ยวข้องในเรื่องนี้ เมื่อหันกลับไปมองก็จะพบเห็นถึงข้อบกพร่องผิดพลาดที่เกิดขึ้น ซึ่งเป็นเรื่องความประมาท หรือข้อผิดพลาดบกพร่องที่ย่อมเกิดขึ้นได้ แต่เหนืออื่นใดในสถาบันครอบครัว สถาบันการศึกษาทางด้านการทหาร สถาบันกองทัพ ล้วนเป็นสถาบันที่มีเกียรติ ถ้าทุกฝ่ายพร้อมยอมรับในสิ่งที่ตัวเองผิดพลาด และแก้ไขสิ่งเหล่านี้ โดยไม่ต้องอุ้ม หรือคำนึงถึงภาพลักษณ์ขององค์กร มากกว่าความจริง ความรับผิดชอบร่วมกันเพื่อนำไปสู่ทางออกที่เหมาะสมคือความคาดหวังที่สังคมต้องการ มากกว่าการยกเหตุผลเพื่อผดุงเกียรติของตนไว้ฝ่ายเดียวอย่างไม่คำนึงถึงชีวิตคน.

  • เปลว สีเงิน

    ก็เห็นใจ "อดีตนายกฯ อภิสิทธิ์"! ที่ดิ้นสู้............ ถึงขั้นเตรียมยื่นศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัย ว่าการออกคำสั่ง คสช.ที่ ๕๓/๒๕๖๐ ของนายกฯ เข้าเงื่อนไขการใช้มาตรา ๔๔ หรือไม่? ในความเห็นผมนะ.......
  • บทบรรณาธิการ

    ข้อมูลที่สำคัญในการดำเนินนโยบายแก้ไขปัญหาความไม่สงบในจังหวัดชายแดนภาคใต้กว่า 15 ปีที่ผ่านมาของรัฐบาลไทยตั้งแต่อดีตจนถึงปัจจุบัน โดยการใช้จ่ายงบประมาณสำหรับแก้ไขปัญหาในพื้นที่ ตั้งแต่ปี 2547 จนถึงปีงบประมาณ 2561 รวม 15 ปี งบประมาณ โดยรวมคือ 290,901.6 ล้านบาท
  • เอ็กซ์-ไซท์

    รพ.ตำรวจเตรียมทำวิจัยศึกษาสาเหตุการฆ่าตัวตายของตำรวจ หลังพบเพิ่มมากขึ้น
    แนะตรวจให้ละเอียด ตำรวจท้าเสกฟ้อง รอง ผบ.ตร.-ผบช.น.โต้นักร้องดัง ยันบุกจับกุมที่บ้านดำเนินการตามขั้นตอนของกฎหมาย จะใช้สิทธิฟ้องร้องก็เชิญ รองเลขาฯ อย.เตือนตรวจฉี่ซ้ำแยกแยะชนิดยา เสพติด
    จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัยร่วมกับเอกชนผลิตสารเคลือบหมวกกันน็อกกำจัดกลิ่นและฆ่าเชื้อจูงใจคนสวมหมวกวิน
  • x-cite inside

    ปัจจุบันการเรียนรู้ของเด็กได้เปลี่ยนแปลงไป เนื่องจากมีแหล่งเรียนรู้นอกห้องเรียนมากมาย โดยเฉพาะจากสื่อออนไลน์และเทคโนโลยีต่างๆ ที่สามารถเข้าไปพัฒนาการศึกษาของเยาวชนได้โดยไม่ต้องพึ่งตำราและการเรียนในห้องเพียงอย่างเดียว ที่จะทำให้เกิดความเครียดให้แก่ชีวิตพวกเขา รวมทั้งปัญหาสุขภาวะตามมาอีกด้วย
    เมื่อเทศกาลปีใหม่เวียนมาถึง ถือเป็นสัญญาณเริ่มต้นใหม่ของใครหลายๆคน ในการเปิดรับกับสิ่งต่าง ๆ ที่จะเข้ามาในชีวิต บางคนถือโอกาสบอกลาสิ่งไม่ดีในปีเก่า และบางคนใช้ปีใหม่นี้ในการเปลี่ยนแปลงนิสัยและพฤติกรรมการใช้ชีวิตบางอย่างของตัวเอง หรือการเริ่มต้นทำในสิ่งต่าง ๆ ที่ไม่เคยทำ
    โรคติดต่อไม่เรื้อรัง (NCDs) ถือเป็นกลุ่มโรคที่เกิดจากการใช้ชีวิตที่มีความเสี่ยง โดยเฉพาะการกินอาหารที่มากเกินไป รวมทั้งขาดการทำกิจกรรมทางกายที่นำมาโดยโรคอ้วน เบาหวาน หัวใจ ความดันโลหิตสูง อัมพาต อัมพฤกษ์ ที่ทำให้คนบนโลกนี้เสียชีวิตไปมากที่สุด และยิ่งนับวันคนไทยก็มีความเสี่ยงเป็นโรคเหล่านี้มากขึ้น