"แก้วสรร"ถาม-ตอบภาค2 "กฎหมาย"กับความตายของ"น้องเมย"

  • Saturday, November 25, 2017 - 11:17


    “โฆษกรัฐบาลเผยนายกฯ เสียใจต่อครอบครัว “นตท.เมย” ขอโทษแทนทุกฝ่ายหากทำให้ไม่สบายใจ ปัดปกป้องใคร กำลังหาข้อเท็จจริงทั้งทางลับและเปิดเผย ยันไม่มีใครอยากให้เกิด สั่งทุกกองทัพดูแลหน่วยฝึกให้ดีอย่าเกินเลย พร้อมฟังข้อมูลรอบด้าน ขอให้เวลาเจ้าหน้าที่ ขณะนี้ได้โยกคนรับผิดชอบไปทำงานอื่นเพื่อความโปร่งใสแล้ว”
    ๒๔ พฤศจิกายน ๒๕๖๐

    ถาม อาจารย์พอใจหรือไม่ ที่ท่านนายกฯ ขอโทษแทนทุกฝ่ายแล้วอย่างนี้
    ตอบ ในบทความตอนที่ ๑ ผมยืนตรงจุดที่ขอให้ใช้กระบวนการทางกฎหมายมายุติคดีน้องเมยเท่านั้น

    เมื่อเห็นว่ากองทัพรวมทั้งนายกฯไม่เข้าใจขอบเขตหน้าที่ของตน ผมจึงติติงว่าเรื่องนี้กองทัพยุ่งไม่ได้ ต้องให้พนักงานกับอัยการเขาสอบสวนทำสำนวนเสนอต่อศาล ให้วินิจฉัยว่าน้องเมยตายจากการกระทำผิดของผู้ใดหรือไม่ ใครก็อย่าเข้าไปแทรกแซงกระบวนการชันสูตรพลิกศพที่กฎหมายกำหนดไว้แล้ว

    ผมก็เสนอไปอย่างนี้ มาวันนี้กองทัพบกหรือนายกฯจะขอโทษ จะสั่งให้กองทัพสอบสวนกันอย่างไร ก็เป็นเรื่องทางบริหารภายในกองทัพ ไม่เกี่ยวกับกฎหมาย ผมต้องการเห็นกฎหมายทำงานเท่านั้น

    ถาม ใครต้องทำอะไร?
    ตอบ ตำรวจใน สน.นครนายก โดยพนักงานสอบสวนต้องโผล่ขึ้นมารับผิดชอบรวบรวมหลักฐานแล้วเรียกสอบปากคำพยานบุคคลและรายงานในโรงเรียนเตรียมทหาร สอบปากคำพ่อแม่เขามาเข้าสำนวนได้เลย ส่วนผลการตรวจศพของหมอ ทั้งที่โรงพยาบาล จปร.,พระมกุฎฯ และธรรมศาสตร์ ตอนนี้ควรจะต้องอยู่ในมือพนักงานแล้ว

    สำหรับอวัยวะภายในของน้องเมย ต้องถูกเรียกให้นำมาตรวจเพิ่มเติมยังสถาบันนิติวิทยาศาสตร์ เรียกโดยอำนาจของพนักงานสอบสวนเอง ไม่ใช่ใส่กล่องโฟมให้พ่อแม่เขาดิ้นรนไปรับเอาเอง ราวกับซื้ออาหารทะเลที่ตลาดมหาชัยอย่างที่เห็น

    ถาม ตามข่าว...เรายังไม่เห็นหัวพนักงานสอบสวนโผล่มาเลย
    ตอบ ผมเห็นอยู่แวบๆนะครับ ผมว่าเขาอาจยังเข้าใจว่าเป็นเรื่องในอำนาจกฎหมายทหารก็ได้ ซึ่งอย่าง

    ที่บอกไปแล้วว่าผมไม่เห็นด้วย น้องเมยยังเป็นเด็กและยังมิใช่ทหารประจำการ เป็นแค่นักเรียน เตรียมเป็นทหารเท่านั้น

    ถาม เห็นเขาบอกว่านักเรียนทหารทุกคนต้องทำสัญญาไว้ว่าจะไม่เอาผิดจากใครในความเสียหายที่เกิดจากการฝึกไม่ใช่หรือ
    ตอบ เรายังไม่รู้ทั้งสิ้นว่าน้องเมยเขาเสียไปเพราะอะไร มาช่วยกันยืนตรงนี้เสียก่อนว่า เรื่องนี้ต้องมีการไต่สวนหาความจริงตามกระบวนการในกฎหมาย

    ถาม ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ เขาให้สัมภาษณ์ว่าเรื่องซ่อมในเตรียมทหารนี่ เป็นเรื่องธรรมดา
    ตอบ ท่านควรต้องรู้หน้าที่ ต้องสั่งให้พนักงานสอบสวนทำหน้าที่หาความจริงให้ชัดเจนเสียก่อน

    ถาม สรุปแล้ว ทั้งกองทัพและตำรวจต้องให้กฎหมายทำงานเดี๋ยวนี้
    ตอบ ใช่ครับ...ต้องให้ตำรวจสอบสวนแล้วส่งอัยการ แล้วไปถึงศาล ครอบครัวน้องเมยข้องใจผลการชันสูตรตรงไหนอีกหรือไม่ ก็ไปร้องอัยการ หรือไปซักในการไต่สวนของศาลได้ นี่คือระบบหาความจริงที่กฎหมายวางไว้แล้ว คนรับผิดชอบต้องลงมือ คนไม่เกี่ยวต้องเงียบ ต้องไม่แทรกแซง ต้องสนับสนุน ทำอย่างนี้ถึงจะยุติโดยเป็นธรรม และสังคมก็จะหยุดไต่สวนไปเองได้

    หมายเหตุ:ชื่อบทความ "กฎหมาย" กับ "น้องเมย" (๒) เขียนโดย แก้วสรร อติโพธิ

  • เปลว สีเงิน

    ก็เห็นใจ "อดีตนายกฯ อภิสิทธิ์"! ที่ดิ้นสู้............ ถึงขั้นเตรียมยื่นศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัย ว่าการออกคำสั่ง คสช.ที่ ๕๓/๒๕๖๐ ของนายกฯ เข้าเงื่อนไขการใช้มาตรา ๔๔ หรือไม่? ในความเห็นผมนะ.......
  • บทบรรณาธิการ

    ข้อมูลที่สำคัญในการดำเนินนโยบายแก้ไขปัญหาความไม่สงบในจังหวัดชายแดนภาคใต้กว่า 15 ปีที่ผ่านมาของรัฐบาลไทยตั้งแต่อดีตจนถึงปัจจุบัน โดยการใช้จ่ายงบประมาณสำหรับแก้ไขปัญหาในพื้นที่ ตั้งแต่ปี 2547 จนถึงปีงบประมาณ 2561 รวม 15 ปี งบประมาณ โดยรวมคือ 290,901.6 ล้านบาท
  • เอ็กซ์-ไซท์

    รพ.ตำรวจเตรียมทำวิจัยศึกษาสาเหตุการฆ่าตัวตายของตำรวจ หลังพบเพิ่มมากขึ้น
    แนะตรวจให้ละเอียด ตำรวจท้าเสกฟ้อง รอง ผบ.ตร.-ผบช.น.โต้นักร้องดัง ยันบุกจับกุมที่บ้านดำเนินการตามขั้นตอนของกฎหมาย จะใช้สิทธิฟ้องร้องก็เชิญ รองเลขาฯ อย.เตือนตรวจฉี่ซ้ำแยกแยะชนิดยา เสพติด
    จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัยร่วมกับเอกชนผลิตสารเคลือบหมวกกันน็อกกำจัดกลิ่นและฆ่าเชื้อจูงใจคนสวมหมวกวิน
  • x-cite inside

    ปัจจุบันการเรียนรู้ของเด็กได้เปลี่ยนแปลงไป เนื่องจากมีแหล่งเรียนรู้นอกห้องเรียนมากมาย โดยเฉพาะจากสื่อออนไลน์และเทคโนโลยีต่างๆ ที่สามารถเข้าไปพัฒนาการศึกษาของเยาวชนได้โดยไม่ต้องพึ่งตำราและการเรียนในห้องเพียงอย่างเดียว ที่จะทำให้เกิดความเครียดให้แก่ชีวิตพวกเขา รวมทั้งปัญหาสุขภาวะตามมาอีกด้วย
    เมื่อเทศกาลปีใหม่เวียนมาถึง ถือเป็นสัญญาณเริ่มต้นใหม่ของใครหลายๆคน ในการเปิดรับกับสิ่งต่าง ๆ ที่จะเข้ามาในชีวิต บางคนถือโอกาสบอกลาสิ่งไม่ดีในปีเก่า และบางคนใช้ปีใหม่นี้ในการเปลี่ยนแปลงนิสัยและพฤติกรรมการใช้ชีวิตบางอย่างของตัวเอง หรือการเริ่มต้นทำในสิ่งต่าง ๆ ที่ไม่เคยทำ
    โรคติดต่อไม่เรื้อรัง (NCDs) ถือเป็นกลุ่มโรคที่เกิดจากการใช้ชีวิตที่มีความเสี่ยง โดยเฉพาะการกินอาหารที่มากเกินไป รวมทั้งขาดการทำกิจกรรมทางกายที่นำมาโดยโรคอ้วน เบาหวาน หัวใจ ความดันโลหิตสูง อัมพาต อัมพฤกษ์ ที่ทำให้คนบนโลกนี้เสียชีวิตไปมากที่สุด และยิ่งนับวันคนไทยก็มีความเสี่ยงเป็นโรคเหล่านี้มากขึ้น