สืบสาน ประเพณีผูกเสี่ยว เที่ยวงานไหมสากลขอนแก่น

  • Sunday, November 26, 2017 - 00:00


    ในดินแดนใจกลางภาคอีสานอย่างเช่นจังหวัดขอนแก่น นอกจากมีแหล่งท่องเที่ยวหลากหลายประเภทแล้ว ยังถือเป็นแหล่งสืบสานวิถีวัฒนธรรมประเพณีที่น่าศึกษา โดยเฉพาะงานด้านหัตถกรรมผ้าไหมลายพื้นเมือง ที่มีเป็นเอกลักษณ์เฉพาะถิ่น ที่ผู้คนในภูมิภาคนี้ร่วมสืบสานภูมิปัญญาพร้อมยกระดับสู่เวทีสากลเป็นที่เรียบร้อยแล้ว

    นายชาญยุทธ เศวตสุวรรณ ผู้อำนวยการสำนักงานการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) สำนักงานขอนแก่น (รับผิดชอบพื้นที่ขอนแก่น ร้อยเอ็ด กาฬสินธุ์ มหาสารคาม) กล่าวว่า ททท.ได้ร่วมกับจังหวัดขอนแก่น หน่วยงานภาครัฐและเอกชน กำหนดจัดงานเทศกาลไหมสากล ประเพณีผูกเสี่ยว และงานกาชาดจังหวัดขอนแก่น ประจำปี 2560 ในระหว่างวันที่ 29 พฤศจิกายน-10 ธันวาคม 2560 บริเวณสนามหน้าศาลากลางจังหวัดขอนแก่น เพื่อยกระดับการจัดงานเทศกาลไหมขอนแก่นสู่ความเป็นสากล ซึ่งได้มีการดำเนินการมาอย่างต่อเนื่องตั้งแต่ปี พ.ศ.2556 ที่ประเทศไทยเตรียมความพร้อมรองรับการเข้าสู่ประชาคมอาเซียน

    ทั้งนี้ ภายในงานจะมีการแสดงนิทรรศการและจำหน่ายผ้าไหมและผลิตภัณฑ์จากประเทศสมาชิกลุ่มน้ำโขง (GMS) การแสดงแลกเปลี่ยนศิลปวัฒนธรรมระหว่างประเทศและเดินแฟชั่นผ้าไหม และจัดให้มีการประกวดผ้าไหมเพื่อส่งเสริมการอนุรักษ์ภูมิปัญญาการผลิตผ้าไหม การประกวดนางงามไหมขอนแก่น

    นอกจากนี้ ภายในคุ้มวัฒนธรรมยังจัดให้มีพิธีผูกเสี่ยว ซึ่งคำว่า “เสี่ยว” หมายถึง มิตรแท้ ที่มีความซื่อสัตย์จริงใจต่อกัน การผูกเป็นมิตรกันของคู่เสี่ยวจึงเป็นพิธีที่ดีงาม ก่อให้เกิดความรักความสามัคคีขึ้นในชุมชน รวมทั้งการออกร้านธารากาชาดและสลากกาชาดสมนาคุณ เพื่อจัดหารายได้สำหรับการจัดกิจกรรมสาธารณประโยชน์ของกาชาดจังหวัดขอนแก่น

    ผู้อำนวยการ ททท. สำนักงานขอนแก่น กล่าวเพิ่มเติมว่า การจัดกิจกรรมในครั้งนี้ ททท.ได้ร่วมจัดนิทรรศการ “เส้นทางสายไหมขอนแก่น ไหมแห่งวิถี 12 บุญราศีฮีตอีสาน” นำเสนอเรื่องราวของผ้าไหมที่มีความผูกพันกับวิถีปฏิบัติของชาวอีสาน หรือ ฮีตสิบสองคองสิบสี่ อันเป็นภูมิปัญญาที่ยิ่งใหญ่ของชาวอีสาน ซึ่งใช้ชีวิตอย่างสอดคล้องกับฤดูกาลธรรมชาติ มีความเคารพรู้คุณต่อผืนดินและสรรพสิ่งรอบตัว ที่จะถูกถ่ายทอดในแง่มุมของการท่องเที่ยวผ่านสื่อผสมผสานที่มีความร่วมสมัย

    เช่น การสแกน QR CODE สำหรับข้อมูลเพิ่มเติม การนำเสนอข้อมูลด้วยภาพวิดีโอ และจัดนำรถ VR Truck นำเสนอเส้นทางท่องเที่ยวแบบ 360 องศา มาไว้ภายในงานเทศกาลไหมสากลในครั้งนี้ โดยผู้เข้าร่วมกิจกรรมจะได้สัมผัสกับความรู้สึกเหมือนได้ไปท่องเที่ยวในสถานที่จริงๆ ด้วยอุปกรณ์แว่นตา VR (Virtual Reality) เพื่อสร้างประสบการณ์ท่องเที่ยวรูปแบบใหม่อันจะกระตุ้นให้เกิดการออกเดินทางท่องเที่ยวไปยังสถานที่จริง

    ผู้อำนวยการ ททท. สำนักงานขอนแก่น กล่าวต่อว่า นอกจากนี้สำหรับผู้ที่มาร่วมงานดังกล่าว และคิดว่ายังสัมผัสมนต์เสน่ห์เมืองหมอแคนไม่จุใจ ขอแนะนำให้ไปสัมผัสลมหนาวและดื่มด่ำกับแหล่งท่องเที่ยวธรรมชาติในจังหวัดขอนแก่นและจังหวัดใกล้เคียงกัน ดังนี้

    เริ่มต้นที่ อุทยานแห่งชาติภูผาม่าน จังหวัดขอนแก่น ด้วยระยะทางประมาณ 117 กิโลเมตรจากตัวเมือง นักท่องเที่ยวจะได้สัมผัสกับความมหัศจรรย์กับทะเลหมอก หรือจะเลือกตื่นตาตื่นใจกับฝูงค้างคาวนับล้านที่บินออกหากินยามเย็น และชมความงดงามของหินงอกหินย้อยในถ้ำพญานาคราชและถ้ำภูตาหลอ พร้อมสัมผัสความฉ่ำเย็นของสายน้ำที่น้ำตกตาดใหญ่ ตาดฟ้า ตาดร้อง และพลาญทอง

    สถานที่ต่อมาคือ อุทยานแห่งชาติน้ำพอง จังหวัดขอนแก่น เพลิดเพลินและดื่มด่ำกับทัศนียภาพของจุดชมวิวหินช้างสี จุดชมวิวพลาญชาด จุดชมวิวหินหัวกะโหลกและผาสวรรค์ สามารถมองเห็นผืนน้ำในอ่างเก็บน้ำเขื่อนอุบลรัตน์ ที่บรรจบกับแผ่นฟ้ากว้างและสายหมอกหน้าฤดูหนาวได้อย่างงดงาม ด้วยระยะทางเพียง 46 กิโลเมตรจากตัวเมืองเท่านั้น

    ถัดมาคือ อุทยานแห่งชาติภูเวียง จังหวัดขอนแก่น ตั้งอยู่ห่างจากอำเภอเมืองฯ ประมาณ 85 กิโลเมตร ย้อนอดีตชมร่องรอยของไดโนเสาร์ สัตว์โลกล้านปี บริเวณหลุมขุดค้นภายในเขตอุทยาน และสัมผัสกับสายน้ำตกตาดฟ้า ตาดกลาง ทับพญาเสือ พร้อมกับเติมเต็มคุณค่าแห่งการท่องเที่ยวเชิงเรียนรู้ด้วยเรื่องราวของไดโนเสาร์ ที่พิพิธภัณฑ์ไดโนเสาร์ภูเวียง และอุทยานไดโนเสาร์ศรีเวียง

    ต่อด้วย อุทยานแห่งชาติภูเก้า - ภูพานคำ จังหวัดขอนแก่น สัมผัสความงดงามของทะเลสาบเหนือเขื่อนอุบลรัตน์ในยามพระอาทิตย์ตกดินที่จุดชมวิวช่องเขาขาด ตั้งค่ายพักแรมสัมผัสบรรยากาศหน้าหนาว และดูดาวให้สุขใจ ด้วยระยะทางจากตัวเมืองขอนแก่นถึงที่ทำการอุทยานฯ ประมาณ 60 กิโลเมตร

    ปิดท้ายด้วยการไปเขตห้ามล่าสัตว์ป่าถ้ำผาน้ำทิพย์ จังหวัดร้อยเอ็ด อยู่ห่างจากตัวเมืองร้อยเอ็ดประมาณ 95 กิโลเมตร เป็นจุดที่เหมาะสำหรับกิจกรรมวาดรูป ถ่ายภาพ สัมผัสทะเลหมอก และชมพระอาทิตย์ขึ้นที่ผาภูไท หรือจะเลือกดูพระอาทิตย์ตกดินที่ผาหมอกมิวาย พร้อมเดินป่าตามเส้นทางศึกษาธรรมชาติ อีกทั้งยังสามารถแวะกราบพระมหาเจดีย์ชัยมงคล ที่วัดเจดีย์ชัยมงคลเสริม เพื่อเสริมสิริมงคลให้แก่ชีวิตอีกด้วย

    ในฤดูกาลท่องเที่ยวเช่นนี้ คนที่กำลังมองหากิจกรรมเชิงวัฒนธรรมประเพณี ควบคู่การสัมผัสธรรมชาติอันสวยงาม แผ่นดินใจกลางอีสานอย่างเมืองขอนแก่นและเมืองใกล้เคียงนับเป็นตัวเลือกสำคัญที่สร้างความสุข ความประทับใจ และความรู้อย่างลึกซึ้งให้แก่ผู้มาเยือนได้อย่างแน่นอน

    สอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ ททท.สำนักงานขอนแก่น (รับผิดชอบพื้นที่ ขอนแก่น ร้อยเอ็ด กาฬสินธุ์ มหาสารคาม) โทร. 0-4322 7714-6 และ facebook.com/TAT.KhonkaenOffice หรือโทร.1672 เบอร์เดียวเที่ยวทั่วไทย

    สรณะ รายงาน

    LEAVE A REPLY

    0 Comments

  • เปลว สีเงิน

    ก็เห็นใจ "อดีตนายกฯ อภิสิทธิ์"! ที่ดิ้นสู้............ ถึงขั้นเตรียมยื่นศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัย ว่าการออกคำสั่ง คสช.ที่ ๕๓/๒๕๖๐ ของนายกฯ เข้าเงื่อนไขการใช้มาตรา ๔๔ หรือไม่? ในความเห็นผมนะ.......
  • บทบรรณาธิการ

    ข้อมูลที่สำคัญในการดำเนินนโยบายแก้ไขปัญหาความไม่สงบในจังหวัดชายแดนภาคใต้กว่า 15 ปีที่ผ่านมาของรัฐบาลไทยตั้งแต่อดีตจนถึงปัจจุบัน โดยการใช้จ่ายงบประมาณสำหรับแก้ไขปัญหาในพื้นที่ ตั้งแต่ปี 2547 จนถึงปีงบประมาณ 2561 รวม 15 ปี งบประมาณ โดยรวมคือ 290,901.6 ล้านบาท
  • เอ็กซ์-ไซท์

    รพ.ตำรวจเตรียมทำวิจัยศึกษาสาเหตุการฆ่าตัวตายของตำรวจ หลังพบเพิ่มมากขึ้น
    แนะตรวจให้ละเอียด ตำรวจท้าเสกฟ้อง รอง ผบ.ตร.-ผบช.น.โต้นักร้องดัง ยันบุกจับกุมที่บ้านดำเนินการตามขั้นตอนของกฎหมาย จะใช้สิทธิฟ้องร้องก็เชิญ รองเลขาฯ อย.เตือนตรวจฉี่ซ้ำแยกแยะชนิดยา เสพติด
    จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัยร่วมกับเอกชนผลิตสารเคลือบหมวกกันน็อกกำจัดกลิ่นและฆ่าเชื้อจูงใจคนสวมหมวกวิน
  • x-cite inside

    ปัจจุบันการเรียนรู้ของเด็กได้เปลี่ยนแปลงไป เนื่องจากมีแหล่งเรียนรู้นอกห้องเรียนมากมาย โดยเฉพาะจากสื่อออนไลน์และเทคโนโลยีต่างๆ ที่สามารถเข้าไปพัฒนาการศึกษาของเยาวชนได้โดยไม่ต้องพึ่งตำราและการเรียนในห้องเพียงอย่างเดียว ที่จะทำให้เกิดความเครียดให้แก่ชีวิตพวกเขา รวมทั้งปัญหาสุขภาวะตามมาอีกด้วย
    เมื่อเทศกาลปีใหม่เวียนมาถึง ถือเป็นสัญญาณเริ่มต้นใหม่ของใครหลายๆคน ในการเปิดรับกับสิ่งต่าง ๆ ที่จะเข้ามาในชีวิต บางคนถือโอกาสบอกลาสิ่งไม่ดีในปีเก่า และบางคนใช้ปีใหม่นี้ในการเปลี่ยนแปลงนิสัยและพฤติกรรมการใช้ชีวิตบางอย่างของตัวเอง หรือการเริ่มต้นทำในสิ่งต่าง ๆ ที่ไม่เคยทำ
    โรคติดต่อไม่เรื้อรัง (NCDs) ถือเป็นกลุ่มโรคที่เกิดจากการใช้ชีวิตที่มีความเสี่ยง โดยเฉพาะการกินอาหารที่มากเกินไป รวมทั้งขาดการทำกิจกรรมทางกายที่นำมาโดยโรคอ้วน เบาหวาน หัวใจ ความดันโลหิตสูง อัมพาต อัมพฤกษ์ ที่ทำให้คนบนโลกนี้เสียชีวิตไปมากที่สุด และยิ่งนับวันคนไทยก็มีความเสี่ยงเป็นโรคเหล่านี้มากขึ้น