ครม.ประยุทธ์ 5 ลดขุนทหาร ผ่าทีมสังคม-ศก. หน้าใหม่หลายชื่อ ไม่ธรรมดา

  • Saturday, November 25, 2017 - 20:29

    4 จุดโฟกัสใหญ่ ในรายชื่อคณะรัฐมนตรี ประยุทธ์ 5 ที่มีการโปรดเกล้าฯ เมื่อช่วงค่ำวันศุกร์ที่ 24 พ.ย.ที่ผ่านมา ไล่เรียงลงลึกแบบรีวิวกันให้ชัด จะมี 4 จุดต้องขยายความ เริ่มจาก

    1.รัฐมนตรีสายอดีตขุนทหาร ที่เหลือใน ครม.ประยุทธ์ 5...

    ไม่นับพลเอกประยุทธ์ อัพเดตก็จะเหลือ 8 คน จากก่อนหน้านี้ 11 คน ขานชื่อคนที่อยู่ได้ดังนี้ พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกฯ-รมว.กลาโหม - พล.อ.อ.ประจิน จั่นตอง รองนายกฯ ควบ รมว.ยุติธรรม - พล.อ.ฉัตรชัย สาริกัลยะ รองนายกรัฐมนตรี - พล.อ.อนุพงษ์ เผ่าจินดา รมว.มหาดไทย - พล.อ.สุรศักดิ์ กาญจนรัตน์ รมว.ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม - พล.อ.อนันตพร กาญจนรัตน์ รมว.การพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ - พล.อ.สุรเชษฐ์ ชัยวงศ์ รมช.ศึกษาธิการ - พล.อ.ชัยชาญ ช้างมงคล รมช.กลาโหม

    โดยอดีตขุนทหารในรัฐบาล คสช.ที่หลุดจากเก้าอี้แบบหลายคนคาดไม่ถึง คงไม่พ้น 3 ชื่อนี้ คือ พลเอกธนะศักดิ์ ปฏิมาประกร และพลเรือเอกณรงค์ พิพัฒนาศัย ที่หลุดจากรองนายกรัฐมนตรี และพลเอกอุดมเดช สีตบุตร รมช.กลาโหม ทั้งที่ทั้ง 3 คน เคยร่วมหัวจมท้ายมาด้วยกันกับบิ๊กตู่ ตั้งแต่ 22 พ.ค.57 เมื่อมีการปรับออก หลายคนจึงคาดไม่ถึง

    แม้ก่อนหน้านี้จะมีกระแสข่าวออกมาก่อน เช่น กรณีพลเอกอุดมเดช ที่มีข่าวว่า ผู้ใหญ่บางคนไม่ปลื้มมาตลอด การที่บิ๊กโด่งไม่ได้พาสชั้นไปเป็น รมว.แรงงาน อย่างที่มีกระแสข่าวก่อนหน้านี้ แถมยังถูกปรับออก เลยไม่เป็นที่แปลกใจของวงกาแฟอดีตบิ๊กทหารเท่าใดนัก

    2.รัฐมนตรีหน้าใหม่ ป้ายแดง ที่เข้าร่วมงานกับรัฐบาลทหาร คสช. มีดีกรี จุดเด่นอะไร ทำไมบิ๊กตู่ต้องดึงมาร่วมงาน

    สำรวจรายชื่อพบปรับ ครม.รอบนี้ มีรัฐมนตรีหน้าใหม่ป้ายแดงลงเรือ คสช.ด้วยกันหลายคน ดีกรีไม่ธรรมดา เป็นระดับอดีตบิ๊กข้าราชการ บางรายชื่อก็ไม่น่าแปลกใจ เพราะทำงานเบื้องหลังช่วยงานรัฐบาลมาตลอด ที่ผ่านมาก็แค่รอเวลาเป็นรัฐมนตรี มารอบนี้ก็สมหวัง

    โดยรัฐมนตรีหน้าใหม่-ป้ายแดงแต่ละชื่อ ก็ประกอบด้วย กอบศักดิ์ ภูตระกูล รมต.สำนักนายกฯ คาดว่าคงเข้ามาทำงานสานต่อจาก สุวิทย์ เมษินทรีย์ ที่โยกไปเป็น รมว.วิทยาศาสตร์ฯ ในเรื่องการขับเคลื่อนนโยบาย Thailand 4.0 และงานปฏิรูปด้านต่างๆ การเข้ามาเป็นรัฐมนตรีของกอบศักดิ์ หลายฝ่ายโดยเฉพาะแวดวงเศรษฐกิจต่างสนับสนุน เพราะที่ผ่านมากอบศักดิ์เป็นทีมงานเศรษฐกิจของสมคิด จาตุศรีพิทักษ์ มาตลอด

    ขณะที่ บิ๊กช้าง พลเอกชัยชาญ ช้างมงคล รมช.กลาโหม ก็เข้ามาเพื่อช่วยแบ่งเบาภาระงานของบิ๊กป้อม พลเอกประวิตร วงษ์สุวรรณ ที่ระยะหลังสุขภาพออกอาการว่าเริ่มแย่ลงเรื่อยๆ ซึ่งด้วยประสบการณ์ที่อยู่ใน ก.กลาโหม มานาน จนเกษียณในเก้าอี้ปลัดกระทรวงกลาโหม การเป็น รมช.กลาโหม จึงแทบไม่ต้องเรียนรู้งานอะไร เก้าอี้ รมช.กลาโหม ของบิ๊กช้าง ดูแล้วบทบาทน่าจะมีมากกว่าสมัยพลเอกอุดมเดชแน่ๆ

    - วีระศักดิ์ โควสุรัตน์ รมว.การท่องเที่ยวและกีฬา เป็นการคัมแบ็กกลับมาเป็น รมว.การท่องเที่ยวฯ อีกรอบที่น่าจะทำให้แวดวงธุรกิจท่องเที่ยวขานรับ เพราะเคยมีผลงานด้านการท่องเที่ยวมามากมาย โดยก่อนหน้านี้ก็เป็นอดีตประธานกรรมการในคณะกรรมการบริหารพัฒนาพื้นที่พิเศษเพื่อการท่องเที่ยวอย่างยั่งยืน

    ขณะที่ใน กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ รอบนี้ปรับ ครม.แบบยกกระทรวง เพราะปรับรัฐมนตรี 2 คนเดิมคือ พลเอกฉัตรชัย สาริกัลยะ และชุติมา บุณยประภัศร ไปอยู่ที่อื่นแล้วตั้งใหม่เข้าไป 3 คน ซึ่งทั้ง 3 คน ก็เป็นรัฐมนตรีหน้าใหม่ทั้งสิ้น จุดนี้ไม่ธรรมดา

    เริ่มจากคนแรก กฤษฎา บุญราช รมว.เกษตรและสหกรณ์ เป็นการเข้ามาเป็น รมว.เกษตรฯ ที่ทำเอานักปกครอง สิงห์คลองหลอด ประหลาดใจไม่น้อยตั้งแต่เริ่มมีชื่อกฤษฎา คั่วเก้าอี้นี้ ซึ่งสาเหตุก็ไม่มีอะไรมาก เพราะเมื่อตำแหน่งรัฐมนตรีในกระทรวงมหาดไทยไม่มีการขยับ เพราะบิ๊กป๊อก พลเอกอนุพงษ์ เผ่าจินดา ไม่ยอมให้ปรับอะไรทั้งสิ้น ทำเอาบิ๊กตู่ต้องเอากฤษฎามาเป็น รมว.เกษตรฯ โดยบิ๊กตู่หวังใช้ประสบการณ์ในฐานะนักปกครอง ของอดีตปลัด มท.เข้าไปขับเคลื่อนงานด้านการเกษตรแบบประชารัฐ ลงในระดับท้องถิ่น-ภูมิภาคให้มากขึ้น ผนวกกับ ก.เกษตรฯ ก็มีลักษณะเป็นกระทรวงด้านการเมืองที่ต้องทำงานกับเกษตรกร มวลชนกลุ่มต่างๆ การได้ประสบการณ์แบบนักปกครองของกฤษฎา จึงน่าจะเป็นประโยชน์กับรัฐบาลได้ ผสมกับความนิยมชมชอบเป็นการส่วนตัว ระหว่างบิ๊กตู่กับกฤษฎา ที่มีกันมาสิบกว่าปี เก้าอี้ รมว.เกษตรฯ จึงเป็นของอดีตปลัด มท.อย่างที่เห็น
    ส่วน ลักษณ์ วจนานวัช รมช.กระทรวงเกษตรฯ ที่ก็เข้ามาแบบตรงตามสายงานเดิม เพราะก่อนหน้านี้ก็เคยเป็น ผจก.ธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตร (ธ.ก.ส.) เลยน่าจะนำประสบการณ์มาเติมเต็มในส่วนที่กฤษฎายังขาดไปได้ ส่วนอีกหนึ่ง รมช.เกษตรฯ อ.ยักษ์-วิวัฒน์ ศัลยกําธร ประธานสถาบันเศรษฐกิจพอเพียง ชื่อนี้เป็นที่รู้จักกันดีในสังคมวงกว้าง เพราะเป็นอดีต ผอ.กองประเมินผลงาน สำนักงานคณะกรรมการพิเศษเพื่อประสานงานโครงการอันเนื่องมาจากพระราชดำริ ที่ลาออกมาเป็นเกษตรกรเต็มตัวเพื่อทำเรื่องปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียง ถือเป็นรัฐมนตรีป้ายแดงที่ทำให้ภาพลักษณ์ ครม.บิ๊กตู่ ดูดีพอสมควร

    ส่วนรัฐมนตรีป้ายแดงคนอื่นๆ ก็น่าสนใจอีกเช่นกัน อาทิ ไพรินทร์ ชูโชติถาวร รมช.คมนาคม อดีตบิ๊ก ปตท.ที่ก่อนหน้านี้ก็ทำงานให้กับรัฐบาลหลายเรื่อง เช่น การเป็นกรรมการปฏิรูปการศึกษา - กรรมการดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ - กรรมการเร่งรัดนโยบายเขตพัฒนาเศรษฐกิจพิเศษในรูปแบบคลัสเตอร์ เป็นต้น หรือ นพ.อุดม คชินทร รมช.ศึกษาฯ เป็น รมต.หน้าใหม่ ที่แวดวงการศึกษาขานรับกันอื้ออึง กับดีกรีอดีตอธิการบดีมหาวิทยาลัยมหิดล-อดีตคณบดีคณะแพทยศาสตร์ศิริราชพยาบาล

    ขณะที่ สมชาย หาญหิรัญ รมช.อุตสาหกรรม ก็เป็นการกลับมา ก.อุตสาหกรรมอีกรอบ หลังเพิ่งเกษียณอายุราชการในเก้าอี้ปลัด ก.อุตสาหกรรม ไปเมื่อกันยายนที่ผ่านมา

    และปิดท้าย รมต.ป้ายแดงที่กระทรวงพลังงานกับการเข้ามาของ ดร.ศิริ จิระพงษ์พันธ์ ที่พอมีชื่อประกาศออกมา กลุ่มนักเคลื่อนไหวด้านพลังงาน-โรงไฟฟ้า ก็ส่งเสียงกันอื้ออึง หลังเห็นประวัติ แนวคิดของ รมว.พลังงานคนใหม่ สมัยเป็น ผอ.สถาบันปิโตรเลียมแห่งประเทศไทย - อดีต สปช. ในเรื่องการปฏิรูปพลังงาน ที่ไม่ตรงใจกลุ่มเอ็นจีโอที่เคลื่อนไหวเรื่องนี้

    3.กลุ่มรัฐมนตรีที่ถูกปรับออกเก็บของกลับบ้าน

    มีด้วยกัน 9 คนดังนี้ พล.อ.ธนะศักดิ์ และ พล.ร.อ.ณรงค์ 2 อดีตรองนายกฯ, นางอภิรดี ตันตราภรณ์ อดีต รมว.พาณิชย์, นางอรรชกา สีบุญเรือง อดีต รมว.วิทยาศาสตร์ฯ, ม.ล.ปนัดดา ดิศกุล อดีต รมช.ศึกษาธิการ, กอบกาญจน์ วัฒนวรางกูร อดีต รมว.การท่องเที่ยวฯ ออมสิน ชีวะพฤกษ์ อดีต รมต.สำนักนายกฯ, พล.อ.อุดมเดช สีตบุตร อดีต รมช.กลาโหม, พิชิต อัคราทิตย์ อดีต รมช.คมนาคม

    ซึ่งแต่ละคนที่ถูกปรับออก ก็มีเหตุผลแตกต่างกันไป เช่น พวกอดีต รมต.ทีมเศรษฐกิจ ก็มีข่าวว่า ที่ไม่ได้ไปต่อเพราะทำงานไม่เข้าขา ไม่ถูกใจสมคิด หัวหน้าทีม เป็นต้น

    4.รัฐมนตรีที่ถูกปรับเปลี่ยนโยกย้ายตำแหน่ง คือยังได้อยู่ต่อ แต่ถูกปรับย้ายเก้าอี้

    ก็มีหลายคน เช่น พลเอกฉัตรชัย สาริกัลยะ จาก รมว.เกษตรฯ มาเป็นรองนายกฯ ท่ามกลางกระแสข่าวบิ๊กตู่ตัดใจปลดพลเอกฉัตรชัย เพื่อนสนิทร่วมรุ่น ตท.12 ไม่ลง ยังไงก็ต้องเก็บไว้ใช้งาน เลยให้มาอยู่ทำเนียบรัฐบาลเสียเลย หรือสุวพันธ์ ตันยุวรรธนะ จาก รมว.ยุติธรรม กลับมาเป็น รมต.สำนักนายกฯ อีกรอบ เช่นเดียวกับ ชุติมา บุณยประภัศร ก็เปลี่ยนจาก รมช.เกษตรฯ ที่ไม่ถนัด กลับไปเป็น รมช.พาณิชย์ ที่ถนัดมากกว่า เพราะอยู่ ก.พาณิชย์มาทั้งชีวิต จนเกษียณในเก้าอี้ปลัดพาณิชย์ - พล.อ.อนันตพร กาญจนรัตน์ จาก รมว.พลังงาน ไปเป็น รมว.การพัฒนาสังคมฯ - พล.ต.อ.อดุลย์ แสงสิงแก้ว จาก รมว.การพัฒนาสังคมฯ ไปเป็น รมว.แรงงาน - สุวิทย์ เมษินทรีย์ จาก รมต.สำนักนายกฯ ไปเป็น รมว.วิทยาศาสตร์ฯ

    และรัฐมนตรีรอบนี้ที่ปรับแล้วตำแหน่งดีขึ้นอย่างเห็นได้ชัด คงไม่พ้น สนธิรัตน์ สนธิจิรวงศ์ ที่พาสชั้นจาก รมช.พาณิชย์ ขึ้นมาเป็น รมว.พาณิชย์ เพราะสมคิด หน.ทีมเศรษฐกิจเชื่อว่า สนธิรัตน์จะทำให้นโยบายประชารัฐ-ตัวเลขการส่งออกเปรี้ยงปร้างกว่านี้ จนสามารถเอาไปโชว์เป็นผลงานรัฐบาล คสช.หากคนของ คสช.ต้องเข้าสู่โหมดเลือกตั้งเต็มตัว และบิ๊กจิน พล.อ.อ.ประจิน จั่นตอง ที่ได้ควบ 2 เก้าอี้ รองนายกฯ และ รมว.ยุติธรรม ที่ไปคุมดีเอสไอ เพื่อสะสางคดีใหญ่บางเรื่อง แบบทะลุทะลวงมากกว่าสุวพันธ์ อดีต รมว.ยุติธรรมคนเดิม

    ครม.ประยุทธ์ 5 หลังจากนี้ ก็เตรียมตัวเข้าทำงานปฏิบัติหน้าที่อย่างเป็นทางการ ที่หากไม่มีการปรับ ครม.อีก ก็จะมีเวลาทำงานกันปีกว่าจนถึงช่วงการเป็นรัฐบาลรักษาการตอนเลือกตั้ง ซึ่งผลงานของแต่ละคน จะเป็นเครื่องพิสูจน์ได้ว่า ใครของจริง-ของปลอม

  • เปลว สีเงิน

    ก็เห็นใจ "อดีตนายกฯ อภิสิทธิ์"! ที่ดิ้นสู้............ ถึงขั้นเตรียมยื่นศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัย ว่าการออกคำสั่ง คสช.ที่ ๕๓/๒๕๖๐ ของนายกฯ เข้าเงื่อนไขการใช้มาตรา ๔๔ หรือไม่? ในความเห็นผมนะ.......
  • บทบรรณาธิการ

    ข้อมูลที่สำคัญในการดำเนินนโยบายแก้ไขปัญหาความไม่สงบในจังหวัดชายแดนภาคใต้กว่า 15 ปีที่ผ่านมาของรัฐบาลไทยตั้งแต่อดีตจนถึงปัจจุบัน โดยการใช้จ่ายงบประมาณสำหรับแก้ไขปัญหาในพื้นที่ ตั้งแต่ปี 2547 จนถึงปีงบประมาณ 2561 รวม 15 ปี งบประมาณ โดยรวมคือ 290,901.6 ล้านบาท
  • เอ็กซ์-ไซท์

    รพ.ตำรวจเตรียมทำวิจัยศึกษาสาเหตุการฆ่าตัวตายของตำรวจ หลังพบเพิ่มมากขึ้น
    แนะตรวจให้ละเอียด ตำรวจท้าเสกฟ้อง รอง ผบ.ตร.-ผบช.น.โต้นักร้องดัง ยันบุกจับกุมที่บ้านดำเนินการตามขั้นตอนของกฎหมาย จะใช้สิทธิฟ้องร้องก็เชิญ รองเลขาฯ อย.เตือนตรวจฉี่ซ้ำแยกแยะชนิดยา เสพติด
    จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัยร่วมกับเอกชนผลิตสารเคลือบหมวกกันน็อกกำจัดกลิ่นและฆ่าเชื้อจูงใจคนสวมหมวกวิน
  • x-cite inside

    ปัจจุบันการเรียนรู้ของเด็กได้เปลี่ยนแปลงไป เนื่องจากมีแหล่งเรียนรู้นอกห้องเรียนมากมาย โดยเฉพาะจากสื่อออนไลน์และเทคโนโลยีต่างๆ ที่สามารถเข้าไปพัฒนาการศึกษาของเยาวชนได้โดยไม่ต้องพึ่งตำราและการเรียนในห้องเพียงอย่างเดียว ที่จะทำให้เกิดความเครียดให้แก่ชีวิตพวกเขา รวมทั้งปัญหาสุขภาวะตามมาอีกด้วย
    เมื่อเทศกาลปีใหม่เวียนมาถึง ถือเป็นสัญญาณเริ่มต้นใหม่ของใครหลายๆคน ในการเปิดรับกับสิ่งต่าง ๆ ที่จะเข้ามาในชีวิต บางคนถือโอกาสบอกลาสิ่งไม่ดีในปีเก่า และบางคนใช้ปีใหม่นี้ในการเปลี่ยนแปลงนิสัยและพฤติกรรมการใช้ชีวิตบางอย่างของตัวเอง หรือการเริ่มต้นทำในสิ่งต่าง ๆ ที่ไม่เคยทำ
    โรคติดต่อไม่เรื้อรัง (NCDs) ถือเป็นกลุ่มโรคที่เกิดจากการใช้ชีวิตที่มีความเสี่ยง โดยเฉพาะการกินอาหารที่มากเกินไป รวมทั้งขาดการทำกิจกรรมทางกายที่นำมาโดยโรคอ้วน เบาหวาน หัวใจ ความดันโลหิตสูง อัมพาต อัมพฤกษ์ ที่ทำให้คนบนโลกนี้เสียชีวิตไปมากที่สุด และยิ่งนับวันคนไทยก็มีความเสี่ยงเป็นโรคเหล่านี้มากขึ้น