อุโมงค์ปรองดอง

  • Monday, November 27, 2017 - 00:00


    วันก่อนสมาคมนักข่าวนักหนังสือพิมพ์แห่งประเทศไทย จัดมหกรรมโต๊ะกลมสาธารณะ ในหัวข้อ "ปรองดองแบบ คสช. เมื่อไรจะเจออุโมงค์"

    ฟังชื่อหัวข้อก็จั๊กจี้ดี

    แทนที่จะเป็นแสงสว่างที่ปลายอุโมงค์ กลายเป็นเมื่อไหร่จะเจออุโมงค์

    การตั้งชื่อหัวข้อแบบนี้จึงเหมือนมีบางสิ่งขาดหายไป

    ใช่ครับ...มันคือความชัดเจน

    สมาคมนักข่าวนักหนังสือพิมพ์แห่งประเทศไทยอาจมองทะลุไปถึงเนื้อหาที่จะได้รับจากการเสวนา ซึ่งมีบางอย่างขาดวิ่น จึงตั้งชื่อหัวข้อออกมาเป็นแบบนั้น

    เปล่าตบหัวแล้วลูบหลังนะครับ แค่อ่านรายละเอียดของการเสวนาแล้วรู้สึกได้ว่ามีบางสิ่งขาดหายไป

    นั่นคือความจริง!

    ที่จริง เห็นรายชื่อผู้ร่วมเสวนาก็แทบจะรู้แล้วว่า เนื้อหาจะออกมาเช่นไร เช่น "จาตุรนต์ ฉายแสง"

    "...คสช.ไม่เคยเป็นกรรมการห้ามมวยมาตั้งแต่แรก โดยผู้นำกองทัพเองอยู่ในความขัดแย้งมาตั้งแต่ต้น และยังคงสร้างความขัดแย้งต่อไปหลังเข้ามาบริหาร จากการใช้คำพูดเหน็บแนมฝ่ายต่างๆ ทำให้ความขัดแย้งขยายวงไปยังประชาชนจำนวนมาก จนกลายเป็นว่า การสร้างเงื่อนไขให้สังคมขัดแย้งเพื่อใช้เป็นข้ออ้างในการอยู่ในอำนาจ

    นายกฯ สร้างความเกลียดชังโดยการใช้คำพูดอยู่เป็นประจำ เช่นเดียวกับระบบยุติธรรมที่เป็นปัญหาที่หลายคนมองว่าเป็นส่วนสำคัญในการสร้างความปรองดอง แต่ยังคงมีกรณีเลือกปฏิบัติ ทำให้ประชาชนรู้สึกได้ว่ายังไม่มีความยุติธรรม และที่ผ่านมายังไม่เคยมีการหยิบยกเรื่องดังกล่าวมาหารือร่วมกันแต่อย่างใด และเมื่อมีการประกาศใช้รัฐธรรมนูญ ความขัดแย้งก็จะปะทุขึ้นมาอีก ทางเดียวกับที่จะแก้ปัญหาไม่ให้มีนายกฯ คนนอก หรือการให้ คสช.อยู่ในอำนาจต่อไปอีก คือ พรรคการเมืองใหญ่ทั้ง 2 พรรคต้องจับมือกัน...”

    "ณัฐวุฒิ ใสยเกื้อ"

    "...เมื่อเรามองสิ่งที่เกิดขึ้นวันนี้ ไม่มีอะไรที่ชี้ไปในทิศทางประชาธิปไตยเลย ตั้งแต่บทบัญญัติรัฐธรรมนูญ กฎหมายลูก หรือแม้กระทั่งทัศนะต่อการเลือกคนมาทำหน้าที่ในองค์กรที่เกิดขึ้นในกฎหมายลูก อาทิ การเลือกตุลาการศาลรัฐธรรมนูญ ที่มีปัญหาเพราะการเกิดมาตรฐานการลงมติที่แตกต่างกับองค์กรอิสระอื่นๆ ซึ่งสิ่งเหล่านี้กำลังอธิบายว่า เรากำลังเดินทางไปในทิศทางที่ไม่ใช่ประชาธิปไตยแน่ๆ ดังนั้นเราจะบอกว่า อนาคตข้างหน้าคือการแก้ปัญหาความขัดแย้งด้วยการสร้างความปรองดอง ผมคิดว่าเราควรพูดความจริงกันดีกว่า ว่า มันคงไปไม่ถึงตรงนั้น เพราะการที่เราจะมองหาความปรองดองบนซากปรักหักพังของประชาธิปไตยนั้นคงยากที่จะหาเจอ

    ระยะเวลากว่า 3 ปีที่ผ่านมา กระบวนการสร้างความปรองดองไม่ได้ให้หลักประกันอะไรเลย ถึงแม้ตั้งใจจริงแล้วจะสำเร็จ เพราะสิ่งสำคัญในการสร้างความปรองดองในหลายๆ ประเทศคือ คณะทำงานที่จะเข้ามาสร้างความปรองดองต้องเป็นกลางและเป็นอิสระอย่างแท้จริง เป็นที่ยอมรับของคู่ขัดแย้งทั้ง 2 ฝ่าย ซึ่งหลายประเทศใช้บุคลากรจากต่างประเทศที่ได้รับการยอมรับด้วยซ้ำไป ซึ่งสวนทางกับคณะทำงานสร้างความปรองดองในประเทศไทยอย่างสิ้นเชิง และสิ่งสำคัญคืออำนาจหลักในการทำให้เกิดกระบวนการปรองดองต้องไม่ยึดโยงกับผลประโยชน์ทางการเมืองใดๆ ด้วย...”

    เห็นมั้ยครับ...ตัดตอนประวัติศาสตร์ เอาเฉพาะสิ่งที่เป็นประโยชน์กับกลุ่มก๊วนมากล่าวอ้าง

    ละเลยที่จะพูดถึงกำพืดของตัวเอง

    ขุดให้ทะลุโลกก็หาอุโมงค์ไม่เจอหรอกครับ ตราบเท่าที่คนซึ่งก่อให้เกิดความขัดแย้งในชาติยังเอาแต่ด่าผู้อื่นว่าเป็นคนสร้างความขัดแย้ง ทั้งๆ ที่ตนเองคือตัวปัญหา

    สุดท้ายแล้วเป้าหมายหลักของคนพวกนี้คือ ต้องการอำนาจ ถึงขนาดชักชวนพรรคประชาธิปัตย์ขัดขวางไม่ให้คนนอกเป็นนายกรัฐมนตรี

    น่าขำ...รัฐบาลอภิสิทธิ์เคยชักชวนให้แกนนำแดงจับมือกันเพื่อยุติความขัดแย้ง แต่พอเสียงโทรศัพท์จากแดนไกลดังขึ้น ผลต่อ "เผาเมือง" ดีกว่า

    รัฐบาลยิ่งลักษณ์มีโอกาสมากมายที่จะสร้างความปรองดอง แต่เลือกที่จะนิรโทษกรรมให้คนโกง

    ฉะนั้น ต่อให้ขุดเจออุโมงค์ การปรองดองไม่มีทางเกิด

    เพราะจะมีคนทำลายแม้กระทั่งอุโมงค์นั่นเอง.

  • เปลว สีเงิน

    ก็เห็นใจ "อดีตนายกฯ อภิสิทธิ์"! ที่ดิ้นสู้............ ถึงขั้นเตรียมยื่นศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัย ว่าการออกคำสั่ง คสช.ที่ ๕๓/๒๕๖๐ ของนายกฯ เข้าเงื่อนไขการใช้มาตรา ๔๔ หรือไม่? ในความเห็นผมนะ.......
  • บทบรรณาธิการ

    ข้อมูลที่สำคัญในการดำเนินนโยบายแก้ไขปัญหาความไม่สงบในจังหวัดชายแดนภาคใต้กว่า 15 ปีที่ผ่านมาของรัฐบาลไทยตั้งแต่อดีตจนถึงปัจจุบัน โดยการใช้จ่ายงบประมาณสำหรับแก้ไขปัญหาในพื้นที่ ตั้งแต่ปี 2547 จนถึงปีงบประมาณ 2561 รวม 15 ปี งบประมาณ โดยรวมคือ 290,901.6 ล้านบาท
  • เอ็กซ์-ไซท์

    รพ.ตำรวจเตรียมทำวิจัยศึกษาสาเหตุการฆ่าตัวตายของตำรวจ หลังพบเพิ่มมากขึ้น
    แนะตรวจให้ละเอียด ตำรวจท้าเสกฟ้อง รอง ผบ.ตร.-ผบช.น.โต้นักร้องดัง ยันบุกจับกุมที่บ้านดำเนินการตามขั้นตอนของกฎหมาย จะใช้สิทธิฟ้องร้องก็เชิญ รองเลขาฯ อย.เตือนตรวจฉี่ซ้ำแยกแยะชนิดยา เสพติด
    จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัยร่วมกับเอกชนผลิตสารเคลือบหมวกกันน็อกกำจัดกลิ่นและฆ่าเชื้อจูงใจคนสวมหมวกวิน
  • x-cite inside

    ปัจจุบันการเรียนรู้ของเด็กได้เปลี่ยนแปลงไป เนื่องจากมีแหล่งเรียนรู้นอกห้องเรียนมากมาย โดยเฉพาะจากสื่อออนไลน์และเทคโนโลยีต่างๆ ที่สามารถเข้าไปพัฒนาการศึกษาของเยาวชนได้โดยไม่ต้องพึ่งตำราและการเรียนในห้องเพียงอย่างเดียว ที่จะทำให้เกิดความเครียดให้แก่ชีวิตพวกเขา รวมทั้งปัญหาสุขภาวะตามมาอีกด้วย
    เมื่อเทศกาลปีใหม่เวียนมาถึง ถือเป็นสัญญาณเริ่มต้นใหม่ของใครหลายๆคน ในการเปิดรับกับสิ่งต่าง ๆ ที่จะเข้ามาในชีวิต บางคนถือโอกาสบอกลาสิ่งไม่ดีในปีเก่า และบางคนใช้ปีใหม่นี้ในการเปลี่ยนแปลงนิสัยและพฤติกรรมการใช้ชีวิตบางอย่างของตัวเอง หรือการเริ่มต้นทำในสิ่งต่าง ๆ ที่ไม่เคยทำ
    โรคติดต่อไม่เรื้อรัง (NCDs) ถือเป็นกลุ่มโรคที่เกิดจากการใช้ชีวิตที่มีความเสี่ยง โดยเฉพาะการกินอาหารที่มากเกินไป รวมทั้งขาดการทำกิจกรรมทางกายที่นำมาโดยโรคอ้วน เบาหวาน หัวใจ ความดันโลหิตสูง อัมพาต อัมพฤกษ์ ที่ทำให้คนบนโลกนี้เสียชีวิตไปมากที่สุด และยิ่งนับวันคนไทยก็มีความเสี่ยงเป็นโรคเหล่านี้มากขึ้น