เมื่อ ๒ วัว "เขียนเสือ" ขู่ตัวเอง

  • Monday, November 27, 2017 - 00:00


    เป็นครั้งแรกในรอบ ๒๐ ปีเลยมั้ง?

    ปรับ ครม.แล้ว.............

    ประกาศรายชื่อ "ออกมา" ไม่มีเสียง "ยี้"!

    คนเป็นหัวหน้ารัฐบาลที่ชื่อ "ประยุทธ์" คงถอนใจหายโล่งอก นอนละเมอยิ้มได้อีกหลายคืน

    ผมก็ยิ้ม ..............

    แต่คนละเรื่องเดียวกันกับนายกฯ คือผมยิ้มจาก "หัวข้อข่าว" ที่หลายจอมยุทธ์ อ่านเว็บข่าวจากสำนักต่างๆแล้วนำมาโพสต์เมื่อวันอาทิตย์

    นี่ไง... ลองอ่านกันดูก็ได้ อ่านแล้วจะยิ้มเหมือนผม

    -"เสี่ยตือ" ชม ครม.บิ๊กตู่ "ถูกฝาถูกตัว"!!!!!! (เดลินิวส์ออนไลน์)

    -อดีต สส.ประชาธิปัตย์ซัดนายกฯ ขาลง ปรับ ครม.ให้ตัวเองอยู่รอด (ไทยรัฐออนไลน์)

    -เพื่อไทยจวก สนช.ออก กม.ขัด รธน.เลือกข้าง ซัดสมคบคิดรับใบสั่งผู้มีอำนาจ (ไทยรัฐออนไลน์)

    -"ชัยเกษม" เชื่อปรับ ครม.ไม่มีอะไรดีขึ้น ชี้ ๓ ปียังไร้ผล!!! (เดลินิวส์ออนไลน์)

    -"ประยุทธ์" การันตี ปรับ ครม.ครั้งนี้ เพิ่มประสิทธิภาพ ทำงานเร็ว ฉับไว ประสบความสำเร็จ!!!!!(มติชนออนไลน์)

    เป็นไงล่ะ..........?

    ก็จะเห็น ว่ามีแต่นักเลือกตั้งเท่านั้นที่ซวย องุ่นทั้งพวง ชาวบ้านร้านตลาด ชิมแล้ว ต่างชมว่าหวานบ้าง พยักหน้าหงึกๆ เชิงยอมรับ แต่ไม่พูดบ้าง

    แต่คนประชาธิปัตย์กับเพื่อไทย กลับบอก...เปรี้ยว!

    คือ "ซวย" เอง..........

    ทั้งพวง ลูกหวานๆ ไม่หยิบ ดันไปหยิบลูกเปรี้ยวมาชิม

    ในภาพรวม ครม.ประยุทธ์ ๕ นี้

    เท่าที่สดับตรับฟัง ทั้งมิตรและศัตรูรัฐบาล คสช.เมื่อประกาศรายชื่อ ครม.ใหม่ ๑๐ คน

    ต่าง อึ้ง-ทึ่ง-เสียว ประมาณนั้น

    ประยุทธ์ "จัดเต็ม" ได้เหนือความคาดหมายเลย ใครก็ตาม ที่สามารถทำอะไรอันคนอื่นคาดเดาไม่ถึง

    คนนั้น ถ้าใครคิดจะสู้รบด้วย ต้องชั่งทั้งใจ-ทั้งน้ำหนักให้ดี!

    ในทางการเมือง........

    เมื่อเข้าสู่โหมดเลือกตั้ง นายกฯ ประยุทธ์ เมื่อเทียบน้ำหนักกับเพื่อไทย-ประชาธิปัตย์

    มวยคนละชั้น!

    แต่ด้วยโมหะแห่งริษยาของคนพรรคประชาธิปัตย์-เพื่อไทย ทำให้นายกฯ ประยุทธ์สูงขึ้นเรื่อยๆ ในสนามการเมือง

    ส่วนหนึ่ง สูงเพราะคนเพื่อไทย-ประชาธิปัตย์ เป็นขอนรองตีนให้นายกฯ เอง

    อีกส่วน การก่นด่าไปทุกเรื่อง ทำให้ฐานเสียง-ฐานคะแนน ๒ พรรคใหญ่นั้น เกิดความฉงน และคิดเปรียบเทียบ

    ผลงาน รัฐบาลเพื่อไทย-ประชาธิปัตย์ ในรอบ ๒๐ ปี เมื่อเทียบกับผลงานรัฐบาลประยุทธ์ แค่ ๓ ปี

    "สังคม-เศรษฐกิจ-การเมือง" ที่เสถียรตำตาในวันนี้-ขณะนี้ มาจากรัฐบาลเลือกตั้ง ๒๐ ปี

    หรือจากรัฐบาลทหาร ๓ ปี?

    นี่แค่ในส่วนเฉพาะหน้า ในส่วนเพื่ออนาคต ที่รัฐบาล คสช.ริเริ่ม-ลงหลักปักฐานด้วยโครงการใหญ่ๆ ขณะนี้

    คนตาไม่บอด-หูไม่หนวก สติสัมปชัญญะพอมี จะรับรู้ได้ว่า แปลงนาแห่งอนาคตสังคมชาติ .........

    รัฐบาลทหาร ๓ ปี ได้ ไถ-หว่าน-ปักดำ นำทางอนาคตไว้แล้ว

    การทำเพื่ออนาคตที่ยั่งยืนของรัฐบาล คสช.......

    คนละเรื่อง-คนละแบบ กับการ "เพาะถั่วงอก" ในเข่งไปวันๆ ของรัฐบาลนักเลือกตั้ง!

    เนี่ย...ยิ่ง ๒ พรรคใหญ่ สำคัญผิดในตัวเอง คิดว่าจับมือกันถล่มประยุทธ์แต่ตอนนี้ เท่ากับขจัดเสี้ยนหนามอำนาจแต่ต้นมือ นั้น

    ถ้าส่องกระจกจะเห็น...........

    เสี้ยน มันกำลัง "ตำตูด" ตัวเอง!

    ประยุทธ์ นับวันจะสูงขึ้นในตลาดการเมือง ด้วยคน ๒ พรรครองตีน และด้วยแรงริษยา ทำให้ฐานเสียง-ฐานคะแนน หันไปเพ่งพิศ "ทิศทางใหม่" ผ่านการทำงานของนายกฯ ประยุทธ์มากขึ้น

    อย่างเมื่อวาน (๒๖ พ.ย.๖๐)...........

    สมาคมนักข่าวนักหนังสือพิมพ์แห่งประเทศไทย คณะกรรมการญาติวีรชนพฤษภา ๓๕ และเครือข่ายองค์กรภาคประชาชน

    จัดเสวนาโต๊ะกลมสาธารณะ ในหัวข้อ “ปรองดองแบบ คสช.เมื่อไรจะเจออุโมงค์?”

    ขึ้นชื่อว่าโต๊ะกลม คงใช้หลายคนช่วยกันเจาะ แต่ที่เป็นนิมิตอวมงคลทางการเมือง เห็นจะอยู่ที่ ๒ คน ๒ พรรค เขาเจาะ

    คนหนึ่งชื่อ "นายจาตุรนต์ ฉายแสง" พรรคเพื่อไทย

    อีกคนชื่อ "นายนิพิฏฐ์ อินทรสมบัติ ประชาธิปัตย์

    ผมไม่ได้ฟังเอง แต่อ่านจากข่าว นายจาตุรนต์ พูดตอนหนึ่ง ว่า.......

    “.......เราต้องยอมรับกติกาที่กำหนดในรัฐธรรมนูญไม่ว่าจะต้องการรัฐบาลแบบไหน ถ้าคนนอกต้องการเป็นรัฐบาล ก็ต้องหาคนมาร่วมให้ได้ ๒๘๐ เสียง

    ถ้ามีพรรคใดพรรคหนึ่งได้ ๒๐๐ เสียงก็อยู่ยาก รัฐบาลต้องมีเสียงเกินครึ่งหนึ่งในสภาฯ ไม่อย่างนั้น ออกกฎหมายไม่ได้ หรือถูกอภิปรายไม่ไว้วางใจ รัฐบาลก็ล้มแล้ว

    ส่วนพรรคการเมืองที่จะรวมกัน ก็ต้องได้ ๓๗๖ เสียงขึ้นไป ซึ่งโอกาสยากมาก เพราะพลเอกประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกฯ เป็นคนตั้ง ส.ว.ก็ต้องคัดเลือกคนที่เชื่อฟังตัวเอง

    ดังนั้น พรรคใหญ่ ๒ พรรค ต้องจับมือเกือบจะเป็นคณิตศาสตร์แบบนั้น แต่ก็เกิดขึ้นได้ และไม่ควรปิดโอกาสในการร่วมมือกันของ ๒ พรรคใหญ่

    ถ้าจะไม่ให้คนนอกหรือ พล.อ.ประยุทธ์ เป็นนายกฯ อีก”

    ครับ.....นั่น ลีลาวาทะนายจาตุรนต์ "เพื่อไทย"

    ความจริง นายจาตุรนต์พูดเป็นประเด็นน่าสนใจตั้งแต่ประโยคแรกที่เริ่ม ด้วยวลีว่า.......

    "หน้าที่สำคัญที่ คสช.บอกว่า จะทำหลังเข้ามายึดอำนาจคือเรื่องการปรองดอง แต่ก็ล้มเหลว ......."

    ทีนี้มาฟังวาทกรรม "นายนิพิฏฐ์" ประชาธิปัตย์" บ้าง

    "...........วันนี้ เราอยู่ในอุโมงค์ที่ไม่มีแสงสว่าง และไม่รู้ต้องเดินไปอีกไกลแค่ไหน หวังที่จะให้ คสช.ให้แสงสว่างเดินไปสู่ปลายอุโมงค์คงจะยาก

    นอกจากนี้ ที่ความปรองดองยังไม่เกิดเพราะเนื้อหารัฐธรรมนูญไม่ได้เอื้อต่อการปรองดอง ไม่เป็นธรรม ทั้งนี้คิดว่า สิ่งความขัดแย้งจะเกิดขึ้นจริงๆ หลังการเลือกตั้ง

    เพราะไม่มีทางที่จะตั้งรัฐบาลได้ เนื่องจากต้องดู ส.ว.ว่าจะไปทางไหน ถ้า ส.ว.ไม่ยืนข้างประชาชน รัฐบาลก็ไม่เกิด ถ้าตั้งรัฐบาลได้ก็เป็นรัฐบาลเสียงข้างน้อย ไม่มีทางที่ ส.ว.จะยกเสียงข้างมากให้

    ถ้าโชคดี พรรคเพื่อไทย รวมเสียงกับพรรคประชาธิปัตย์ ซึ่งก็ต้องดูในอนาคต แต่ความยาก สมมติเราเลือกตั้งเสร็จแล้ว แต่ตั้งรัฐบาลไม่ได้ ผ่านมา ๑ เดือน ๒ เดือน แล้วก็ตั้งรัฐบาลไม่ได้ เพราะรัฐธรรมนูญค้ำอยู่

    เมื่อตั้งรัฐบาลไม่ได้ ก็ให้ทหารอยู่ต่อก็แล้วกัน ดังนั้น ถึงเวลาแล้วที่เราต้องทบทวน

    ส่วนโอกาสที่ ๒ พรรคจะจับมือกันได้หรือไม่นั้น เชื่อว่าการเมืองต้องมีความหวัง แม้จะริบหรี่

    ถ้าเราจะเซตซีโรระบบ คสช.และทหาร ถึงเวลานั้น ก็ไม่มีทางออกอะไร ทุกอย่างก็เกิดขึ้นได้ ความคิดสุดขั้วของแต่ละฝ่ายต้องออกไปก่อน"

    ฟัง ๒ คน ๒ พรรค พูด.........

    เห็นสัจธรรมอำนาจในการเมืองว่าด้วยการเลือกตั้ง ชนิดสิ้นสงสัย

    นายจาตุรนต์พูด

    เท่ากับทักษิณพูด และเท่ากับ มติพรรคเพื่อไทย

    ส่วนนายนิพิฏฐ์พูด

    ไม่แน่ใจว่าเท่ากับมติพรรคประชาธิปัตย์หรือไม่ เพราะประชาธิปัตย์ มติจะมาจากสมาชิก ไม่ได้มาจากตัวบุคคลคนใด-คนหนึ่ง?

    แต่ด้วยตำแหน่ง "รองหัวหน้าพรรค" ของนายนิพิฏฐ์ มีน้ำหนักพอรับฟังในทิศทางปฏิบัติได้

    ดังนั้น ที่เพื่อไทย โดยจาตุรนต์บอกว่า........

    "พรรคใหญ่ ๒ พรรค ต้องจับมือเกือบจะเป็นคณิตศาสตร์แบบนั้น แต่ก็เกิดขึ้นได้ และไม่ควรปิดโอกาสในการร่วมมือกันของ ๒ พรรคใหญ่ ถ้าจะไม่ให้คนนอก หรือ พล.อ.ประยุทธ์ เป็นนายกฯ อีก”

    และที่ประชาธิปัตย์ โดยนายนิพิฏฐ์บอกว่า........

    "ถ้าโชคดี พรรคเพื่อไทย รวมเสียงกับพรรคประชาธิปัตย์ ซึ่งก็ต้องดูในอนาคต .............."

    กับอีกตอนที่ว่า...........

    "โอกาสที่ ๒ พรรคจะจับมือกันได้หรือไม่นั้น เชื่อว่าการเมืองต้องมีความหวัง แม้จะริบหรี่

    ถ้าเราจะเซตซีโรระบบ คสช.และทหาร ถึงเวลานั้น ก็ไม่มีทางออกอะไร ทุกอย่างก็เกิดขึ้นได้ ความคิดสุดขั้วของแต่ละฝ่ายต้องออกไปก่อน"

    ก็ยืนยันถึง "สัจธรรมอำนาจ" ของนักเลือกตั้ง บรรลุกันชนิดทะลุถึงดากเลยทีเดียว

    เพื่อผลประโยชน์ทางอำนาจร่วมกัน

    "ประชาธิปัตย์-เพื่อไทย"..........

    ทีท่าตกลงผสมเป็น "พันธุ์มังเกี้ย" ในสนามเลือกตั้งปีหน้า เป้าหมาย ฆ่ามัน...ฆ่ามัน ระบบทหารและ คสช.

    ถีบมันออกไป อย่าให้ประยุทธ์เข้ามาเป็น "นายกฯคนนอก"!

    ก็ไหนจาตุรนต์ว่า เรื่องปรองดอง "คสช.ทำล้มเหลว"

    แล้วที่เพื่อไทย-ประชาธิปัตย์ จะกลายพันธุ์เป็น "มังเกี้ย"

    นี่ไม่เพราะผลงาน "ประยุทธ์-คสช." ดอกหรือ.....

    ที่สามารถทำให้สัตว์ต่างสปีชีส์ผสมพันธุ์กันได้สุดมโหฬาร-พันลึกขนาดนี้?

    ทั้งเพื่อไทย-ประชาธิปัตย์ ต่างวาดประยุทธ์เป็นเสือใส่หน้าผากตัวเอง แล้วดูจากหน้าผากกันเอง ก็กลัวกันเอง

    เนี่ยนะ...การเมืองประชาธิปไตย?

  • เปลว สีเงิน

    ก็เห็นใจ "อดีตนายกฯ อภิสิทธิ์"! ที่ดิ้นสู้............ ถึงขั้นเตรียมยื่นศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัย ว่าการออกคำสั่ง คสช.ที่ ๕๓/๒๕๖๐ ของนายกฯ เข้าเงื่อนไขการใช้มาตรา ๔๔ หรือไม่? ในความเห็นผมนะ.......
  • บทบรรณาธิการ

    ข้อมูลที่สำคัญในการดำเนินนโยบายแก้ไขปัญหาความไม่สงบในจังหวัดชายแดนภาคใต้กว่า 15 ปีที่ผ่านมาของรัฐบาลไทยตั้งแต่อดีตจนถึงปัจจุบัน โดยการใช้จ่ายงบประมาณสำหรับแก้ไขปัญหาในพื้นที่ ตั้งแต่ปี 2547 จนถึงปีงบประมาณ 2561 รวม 15 ปี งบประมาณ โดยรวมคือ 290,901.6 ล้านบาท
  • เอ็กซ์-ไซท์

    รพ.ตำรวจเตรียมทำวิจัยศึกษาสาเหตุการฆ่าตัวตายของตำรวจ หลังพบเพิ่มมากขึ้น
    แนะตรวจให้ละเอียด ตำรวจท้าเสกฟ้อง รอง ผบ.ตร.-ผบช.น.โต้นักร้องดัง ยันบุกจับกุมที่บ้านดำเนินการตามขั้นตอนของกฎหมาย จะใช้สิทธิฟ้องร้องก็เชิญ รองเลขาฯ อย.เตือนตรวจฉี่ซ้ำแยกแยะชนิดยา เสพติด
    จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัยร่วมกับเอกชนผลิตสารเคลือบหมวกกันน็อกกำจัดกลิ่นและฆ่าเชื้อจูงใจคนสวมหมวกวิน
  • x-cite inside

    ปัจจุบันการเรียนรู้ของเด็กได้เปลี่ยนแปลงไป เนื่องจากมีแหล่งเรียนรู้นอกห้องเรียนมากมาย โดยเฉพาะจากสื่อออนไลน์และเทคโนโลยีต่างๆ ที่สามารถเข้าไปพัฒนาการศึกษาของเยาวชนได้โดยไม่ต้องพึ่งตำราและการเรียนในห้องเพียงอย่างเดียว ที่จะทำให้เกิดความเครียดให้แก่ชีวิตพวกเขา รวมทั้งปัญหาสุขภาวะตามมาอีกด้วย
    เมื่อเทศกาลปีใหม่เวียนมาถึง ถือเป็นสัญญาณเริ่มต้นใหม่ของใครหลายๆคน ในการเปิดรับกับสิ่งต่าง ๆ ที่จะเข้ามาในชีวิต บางคนถือโอกาสบอกลาสิ่งไม่ดีในปีเก่า และบางคนใช้ปีใหม่นี้ในการเปลี่ยนแปลงนิสัยและพฤติกรรมการใช้ชีวิตบางอย่างของตัวเอง หรือการเริ่มต้นทำในสิ่งต่าง ๆ ที่ไม่เคยทำ
    โรคติดต่อไม่เรื้อรัง (NCDs) ถือเป็นกลุ่มโรคที่เกิดจากการใช้ชีวิตที่มีความเสี่ยง โดยเฉพาะการกินอาหารที่มากเกินไป รวมทั้งขาดการทำกิจกรรมทางกายที่นำมาโดยโรคอ้วน เบาหวาน หัวใจ ความดันโลหิตสูง อัมพาต อัมพฤกษ์ ที่ทำให้คนบนโลกนี้เสียชีวิตไปมากที่สุด และยิ่งนับวันคนไทยก็มีความเสี่ยงเป็นโรคเหล่านี้มากขึ้น