ติดดาบ"กอ.รมน." ฝ่ายการเมืองกุมขมับ

  • Monday, November 27, 2017 - 13:38

    เมื่อไม่นานมานี้ บิ๊กตู่-พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ(คสช.) ใช้อำนาจออกคำสั่งหัวหน้า คสช.ที่ 51/2560 เพื่อแก้ไขเพิ่มเติมกฎหมายว่าด้วยการรักษาความมั่นคงภายในราชอาณาจักร ซึ่งเป็นการแก้ไขเพิ่มเติมจากฉบับเดิมที่ประกาศใช้ไป พ.ศ.2551 เมื่อพิจารณาลงไปดูสาระ พบว่า มีความน่าสนใจหลายประการ เหตุผลที่มีการแก้ไขระบุเอาไว้ว่า

    ในปัจจุบันสถานการณ์อันเป็นภัยคุกคามด้านความมั่นคงได้มีการปรับเปลี่ยนรูปแบบไปอย่างรวดเร็ว มีความซับซ้อนและกระทําได้หลากหลายรูปแบบ โดยสถานการณ์อันเป็นภัยนั้น อาจเกิดขึ้นได้ทั้งภายนอกและภายในประเทศ และอาจเกิดขึ้นได้ทั้งจากการกระทําของบุคคลหรือภัยจากธรรมชาติอันเป็นสาธารณภัย เพื่อให้การดําเนินการของภาครัฐในการติดตาม ตรวจสอบ ประเมินสถานการณ์ และอํานวยการในการรักษาความมั่นคง เป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพ แก้ไขปัญหาได้อย่างทันท่วงที สามารถดูแลความปลอดภัยและความสงบเรียบร้อยให้แก่ประชาชนได้อย่างทั่วถึง

    จึงจําเป็นต้องแก้ไขเพิ่มเติมกฎหมายว่าด้วยการรักษาความมั่นคงภายในราชอาณาจักร เพื่อให้กองอํานวยการ รักษาความมั่นคงภายในราชอาณาจักรมีอํานาจหน้าที่ในการรองรับต่อสถานการณ์อันเป็นภัยดังกล่าว อีกทั้งเพื่อให้การปฏิบัติงานด้านความมั่นคงและป้องกันบรรเทาสาธารณภัยมีการบูรณาการร่วมกัน ระหว่างหน่วยงานของรัฐในทุกระดับ เพื่อประโยชน์ต่อความมั่นคงของชาติ ความสงบเรียบร้อยในสังคม และความปลอดภัยในชีวิตทรัพย์สินของประชาชน

    “การรักษาความมั่นคงภายในราชอาณาจักร ถูกเพิ่มคำจำกัดการความใหม่ หมายความว่า การดําเนินการเพื่อป้องกัน ควบคุม แก้ไข และฟื้นฟูสถานการณ์ใดที่เป็นภัยหรืออาจเป็นภัยอันเกิดจากบุคคลหรือกลุ่มบุคคล ที่ก่อให้เกิดความไม่สงบสุข ทําลาย หรือทําความเสียหายต่อชีวิต ร่างกาย หรือทรัพย์สินของประชาชน หรือของรัฐ รวมถึงในกรณีที่เกิดหรือคาดว่าจะเกิดสาธารณภัยตามกฎหมายว่าด้วยการป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย ให้กลับสู่สภาวะปกติเพื่อให้เกิดความสงบเรียบร้อยของประชาชน หรือความมั่นคงของรัฐ”

    ที่น่าสนใจและมีการวิพากษ์วิจารณ์กัน คงเป็นการ เพิ่มอำนาจกองทัพ หน่วยความมั่นคง ที่ถูกเพิ่มลงไปให้มีอำนาจมากขึ้น ยกตัวอย่าง กฎหมายเดิม การปฏิบัติการ กำหนดให้ กอ.รมน.ภาคใช้บุคลากร งบประมาณจากกองทัพ สำหรับเนื้อหาใหม่ ได้ประสานความร่วมมือจากภาคส่วนต่างๆ เข้ามาด้วย ไม่ว่าจะเป็น อธิบดีอัยการภาค ผู้บัญชาการตำรวจภูธรภาค มาอยู่ในโครงสร้าง กอ.รมน.ภาค ที่ระบุให้แม่ทัพภาคเป็นหัวหน้า ในฐานะ ผอ.รมน.ภาค

    นอกจากนี้ กอ.รมน.จังหวัด ในมาตรา 13/1 สาระสำคัญของเนื้อหา ทำให้เกิดการประสานความร่วมมือจากภาคส่วนต่างๆ เข้ามาร่วมทำงานให้มีประสิทธิภาพมากขึ้น

    ไม่ว่าจะเป็น กอ.รมน.ภาค หรือ กอ.รมน.จังหวัด ต่างมีอำนาจในการจัดทำแผนป้องกันแก้ไขปัญหาภัยคุกคามทุกรูปแบบ งานด้านการรักษาความสงบเรียบร้อย ด้านเศรษฐกิจและสังคมของทุกส่วนราชการในจังหวัดที่เชื่อมโยงกับความมั่นคงภายในจังหวัดทั้งหมด ขณะที่มาตรา 13/2 ระบุถึงอำนาจหน้าที่ไว้อย่างน่าสนใจเช่นกัน เช่น (3) กําหนดแนวทางหรือมาตรการในการป้องกันและแก้ไขปัญหาเกี่ยวกับความมั่นคงภายในจังหวัด เพื่อเสนอต่อผู้อํานวยการพิจารณา (4) พิจารณาให้ความเห็นต่อการดําเนินการตามแผนงานโครงการของทุกภาคส่วนที่มีผลกระทบ หรืออาจมีผลกระทบต่อความมั่นคงภายในจังหวัด โดยเสนอให้หน่วยงานของรัฐที่เกี่ยวข้องรับไปประกอบ การพิจารณา (5) ให้คําปรึกษาแนะนําหรือสนับสนุนการปฏิบัติหน้าที่รักษาความมั่นคงภายในจังหวัด

    แม้การแก้ไข เพิ่มเติมกฎหมายใน พ.ร.บ.ดังกล่าว ฝ่ายผู้ปฏิบัติ โดยเฉพาะหน่วยงานความมั่นคง เหล่าทัพ จะเป็นที่พอใจ ขยายขอบเขตอำนาจ ให้ครอบคลุม ลงลึกไปในรายละเอียดมากขึ้น แต่ทว่าฝ่ายที่ได้รับผลกระทบ และไม่ค่อยพอใจเท่าไหร่ หนีไม่พ้นภาคประชาชน ฝ่ายการเมือง

    โดยเฉพาะประชาชน ที่หวั่นใจว่า หากเป็นการรวมตัวเพื่อเรียกร้องในเรื่องเกี่ยวกับปากท้อง ความเป็นอยู่ที่เดือดร้อนอย่างแท้จริง และเข้าข่ายเงื่อนไขตามคำนิยามด้านความมั่นคง ‘…อาจเป็นภัยอันเกิดจากบุคคลหรือกลุ่มบุคคล ที่ก่อให้เกิดความไม่สงบสุข ทําลาย หรือทําความเสียหายต่อชีวิต ร่างกาย หรือทรัพย์สินของประชาชน หรือของรัฐ’ หรือไม่

    ในส่วนของฟากฝั่งการเมือง กลุ่มมวลชน ที่แน่นอนเป็นการปิดช่องทางไม่ให้เคลื่อนไหว จัดตั้งม็อบได้อย่างแน่นอน ก่อนหน้านี้ก็มี พ.ร.บ.ชุมนุมในที่สาธารณะคอยสกัดไว้เป็นด่านแรกแล้ว อีกส่วนหนึ่งคือ กฎหมายฉบับนี้ ที่เป็นอีกด่าน พร้อมจะถูกงัดมาใช้บังคับจัดการอีกต่อหนึ่ง

    ไม่เท่านั้น ฝ่ายการเมืองต่างหวั่นใจ โดยนิยามที่กว้างขวาง การกระทำ การเคลื่อนไหวของนักการเมือง ฝ่ายการเมืองที่ลงพื้นที่พบกับประชาชน ในบางเรื่อง หากไปขัดหูขัดตาฝ่ายผู้มีอำนาจ จะถูกลากเข้าเงื่อนไขเกี่ยวกับความมั่นคงจนทำอะไรไม่ได้ ยิ่งในห้วงเวลาที่สำคัญยิ่งในช่วงการหาเสียงเลือกตั้ง จะถูกใช้เป็นข้ออ้างเพื่อกลั่นแกล้งทางการเมืองหรือไม่.

  • เปลว สีเงิน

    ก็เห็นใจ "อดีตนายกฯ อภิสิทธิ์"! ที่ดิ้นสู้............ ถึงขั้นเตรียมยื่นศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัย ว่าการออกคำสั่ง คสช.ที่ ๕๓/๒๕๖๐ ของนายกฯ เข้าเงื่อนไขการใช้มาตรา ๔๔ หรือไม่? ในความเห็นผมนะ.......
  • บทบรรณาธิการ

    ข้อมูลที่สำคัญในการดำเนินนโยบายแก้ไขปัญหาความไม่สงบในจังหวัดชายแดนภาคใต้กว่า 15 ปีที่ผ่านมาของรัฐบาลไทยตั้งแต่อดีตจนถึงปัจจุบัน โดยการใช้จ่ายงบประมาณสำหรับแก้ไขปัญหาในพื้นที่ ตั้งแต่ปี 2547 จนถึงปีงบประมาณ 2561 รวม 15 ปี งบประมาณ โดยรวมคือ 290,901.6 ล้านบาท
  • เอ็กซ์-ไซท์

    รพ.ตำรวจเตรียมทำวิจัยศึกษาสาเหตุการฆ่าตัวตายของตำรวจ หลังพบเพิ่มมากขึ้น
    แนะตรวจให้ละเอียด ตำรวจท้าเสกฟ้อง รอง ผบ.ตร.-ผบช.น.โต้นักร้องดัง ยันบุกจับกุมที่บ้านดำเนินการตามขั้นตอนของกฎหมาย จะใช้สิทธิฟ้องร้องก็เชิญ รองเลขาฯ อย.เตือนตรวจฉี่ซ้ำแยกแยะชนิดยา เสพติด
    จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัยร่วมกับเอกชนผลิตสารเคลือบหมวกกันน็อกกำจัดกลิ่นและฆ่าเชื้อจูงใจคนสวมหมวกวิน
  • x-cite inside

    ปัจจุบันการเรียนรู้ของเด็กได้เปลี่ยนแปลงไป เนื่องจากมีแหล่งเรียนรู้นอกห้องเรียนมากมาย โดยเฉพาะจากสื่อออนไลน์และเทคโนโลยีต่างๆ ที่สามารถเข้าไปพัฒนาการศึกษาของเยาวชนได้โดยไม่ต้องพึ่งตำราและการเรียนในห้องเพียงอย่างเดียว ที่จะทำให้เกิดความเครียดให้แก่ชีวิตพวกเขา รวมทั้งปัญหาสุขภาวะตามมาอีกด้วย
    เมื่อเทศกาลปีใหม่เวียนมาถึง ถือเป็นสัญญาณเริ่มต้นใหม่ของใครหลายๆคน ในการเปิดรับกับสิ่งต่าง ๆ ที่จะเข้ามาในชีวิต บางคนถือโอกาสบอกลาสิ่งไม่ดีในปีเก่า และบางคนใช้ปีใหม่นี้ในการเปลี่ยนแปลงนิสัยและพฤติกรรมการใช้ชีวิตบางอย่างของตัวเอง หรือการเริ่มต้นทำในสิ่งต่าง ๆ ที่ไม่เคยทำ
    โรคติดต่อไม่เรื้อรัง (NCDs) ถือเป็นกลุ่มโรคที่เกิดจากการใช้ชีวิตที่มีความเสี่ยง โดยเฉพาะการกินอาหารที่มากเกินไป รวมทั้งขาดการทำกิจกรรมทางกายที่นำมาโดยโรคอ้วน เบาหวาน หัวใจ ความดันโลหิตสูง อัมพาต อัมพฤกษ์ ที่ทำให้คนบนโลกนี้เสียชีวิตไปมากที่สุด และยิ่งนับวันคนไทยก็มีความเสี่ยงเป็นโรคเหล่านี้มากขึ้น