หนังสือพิมพ์วันนี้และพรุ่งนี้

  • Tuesday, November 28, 2017 - 00:00


    วันสองวันที่ผ่านมา...เผอิญไปอ่านเจอข้อเขียน บทความ ในเว็บไซต์ กรุงเทพธุรกิจ ของผู้ที่เป็นนักข่าว หรือนักเขียน หรือไม่ อย่างไร ก็มิอาจทราบได้ ใช้ชื่อว่าคุณ ชญานิน ศาลายา ที่อุตส่าห์ ทำการบ้าน ไปค้นคว้าเอาตัวเลข ข้อมูล สถิติมาแจกแจงให้เห็นถึงสภาวะความเป็นไปของ หนังสือพิมพ์วันพรุ่งนี้ อันเป็นชื่อบทความของท่าน ซึ่งแม้ว่าตัวเองแทบไม่ได้เกี่ยวอะไรกับหนังสือพิมพ์ในวันนี้ พรุ่งนี้ แต่ต้องยอมรับว่า...อ่านแล้ว ใจหายวูบลงไปอยู่ที่ตาตุ่ม อยู่ที่หัวแม่เท้าเอาง่ายๆ...
    --------------------------------------------------
    คือแม้จะเป็นที่รู้ๆ กันอยู่แล้ว...ว่าการมาถึงของเทคโนโลยีคอมพิวเตอร์ อินเทอร์เน็ต ตั้งแต่ปีมะโว้ มันจะกลายเป็นตัวก่อกวน สร้างความยุ่งยาก หรือเป็นตัว Disruptive ให้กับวงการนิตยสาร หนังสือพิมพ์ อย่างมิอาจหลีกเลี่ยงและปฏิเสธได้ แต่ก็ยังไม่ถึงกับมีใครนำเอาตัวเลข ข้อมูล สถิติ มาแจกแจงให้เห็นกันแบบชัดๆ จะจะ โดยเฉพาะตัวเลขรายได้จากเม็ดเงินโฆษณาและจัดจำหน่าย ในช่วงจังหวะที่เทคโนโลยีอินเทอร์เน็ตมันกำลังมาแรง แซงโค้ง หรือในช่วงประมาณ 4-5 ปีให้หลัง ที่ทำให้นิตยสาร หนังสือพิมพ์ จำนวนไม่น้อย ต้องร่วงผล็อยๆ ล้มระเนระนาด ไม่ต่างไปจาก ลิ่วล้อในหนังจีน อะไรประมาณนั้น...
    ---------------------------------------------------
    ตามข้อมูล สถิติ ของคุณ ชญานิน ท่านว่าไว้ว่า...ระหว่างช่วงปี พ.ศ.2545-2555 ยังไม่ถึงกับหนักหนา สาหัส มากมายซักเท่าไหร่ เพราะตัวเลขเม็ดเงินโฆษณา อันถือเป็นรายได้หลัก หรือรายได้ประมาณ 80 เปอร์เซ็นต์ของบรรดาสิ่งพิมพ์ทั้งหลาย ยังคงขยับขึ้นตามแนวโน้มโดยปกติ ที่บรรดาสินค้า ธุรกิจ จะต้องหาช่องทางโฆษณาสินค้าของตัวเองไม่ว่าทางใด ทางหนึ่ง ไปตามสภาพ แต่ระหว่างปี พ.ศ.2556-2560 หรือช่วงจังหวะที่อินเทอร์เน็ตเริ่มมาแรง แซงโค้ง เริ่มได้รับการยอมรับในฐานะช่องทางของการโฆษณาสินค้าอย่างเป็นหลัก เป็นฐาน ตัวเลขเม็ดเงินโฆษณาของบรรดาสื่อสิ่งพิมพ์ หรือหนังสือพิมพ์ทั้งหลาย จึงเริ่มออกอาการ หัวทิ่ม อย่างเห็นได้ชัด...
    -------------------------------------------------------
    โดยปี พ.ศ.2556 เม็ดเงินโฆษณาโดยรวมลดลงเหลือ 15,256 ล้านบาท พอหมดปี พ.ศ.2557 ก็หล่นฮวบลงไปเหลือแค่ 13,182 ล้านบาท หรือหายไปเกือบ 2,000 ล้านบาท พอปี พ.ศ.2558 ก็ยิ่งกอดเสา เข่าทรุด หนักขึ้นไปอีก เพราะเม็ดเงินโฆษณาโดยรวม มันหดลงไปอีกเกือบพันล้าน เหลืออยู่แค่ 12,332 ล้านบาท จนเมื่อปี พ.ศ.2559 คราวนี้ถึงขั้นหัวทิ่มดิน เม็ดเงินโฆษณาโดยรวมวูบหายเหลืออยู่แค่ 9,843 ล้านบาท หรือถ้านับตั้งแต่ปี พ.ศ.2556 มาจนถึงปี พ.ศ.2559 ช่วงระยะประมาณ 4 ปีที่ผ่านมา เม็ดเงินอันเป็นรายได้หลัก หรือรายได้ประมาณ 80 เปอร์เซ็นต์ของหนังสือพิมพ์ หายไปถึง 5,412 ล้านบาท หรือหายไปถึง 35 เปอร์เซ็นต์ และคงหายไปอีกยิ่งกว่านี้เมื่อหมดปีพ.ศ.2560 ในอีกไม่กี่วันข้างหน้า...
    ---------------------------------------------------------
    ยิ่งไปกว่านั้น...รายได้จากการ จัดจำหน่าย หรือการวางขายหนังสือพิมพ์ตามแผง ตามตลาด ที่ถือเป็นสัดส่วนประมาณ 20 เปอร์เซ็นต์ของรายได้ ยังต้องเจอกับอุปสรรคอันเนื่องมาจากบรรดาแผง บรรดาตลาด ที่ใช้วางหนังสือ นิตยสาร สิ่งพิมพ์ ต่างเปิดตูด เลิกอาชีพขายหนังสือ ขายสิ่งพิมพ์ ไปแล้วประมาณ 30 เปอร์เซ็นต์เป็นอย่างน้อย ส่งผลให้บรรดาสื่อสิ่งพิมพ์ทั้งหลาย ตกอยู่ในสภาพ เท่...แต่ไม่มีจะแ-ก ไปตามๆ กันอย่างมิอาจหลีกเลี่ยงได้เลย ไม่ว่าจะดูจากสื่อฯ ค่ายใหญ่ๆ ที่สามารถระดมหุ้นในตลาดหุ้นได้แบบลื่นไหลมาก่อนหน้านั้น มาถึง ณ บัดนี้ ไม่ว่า บางกอกโพสต์, เนชั่น, มติชน ฯลฯ โดยผลประกอบการต่างแสดงให้เห็นถึงภาวะ ขาดทุน ต่อเนื่องมาโดยตลอด หรือถ้าพอมีกำไรอยู่บ้างในบางไตรมาส แต่เมื่อหัก-ลบ-กลบ-หนี้โดยรวมแล้ว ก็ออกไปทาง ทุนหาย-กำไรหด ไปด้วยกันทั้งสิ้น ทั้งปวง นั่นแล...
    ----------------------------------------------------------
    แต่ก็นั่นแหละ...แม้ยึดหลักว่าเงินทองเป็นของนอกกาย ตามแบบฉบับ นกน้อยในไร่ส้ม...เราไม่ปรารมภ์กับสิ่งใดๆ มีกินมีใช้เป็นพอ...กับแกล้มไม่ต้อง เป็นของไม่ดี ฯลฯ แต่สิ่งที่ทำท่าว่าจะหดหายไปจากสื่อสิ่งพิมพ์นับจากนี้ คงไม่ใช่แค่เงินๆ ทองๆ เท่านั้น ความ Disruptive ของเทคโนโลยีอินเทอร์เน็ต มันยังกลายเป็นตัวปรับเปลี่ยนพฤติกรรม ทัศนคติ หลักคิด วิธีคิด ของผู้บริโภคทั้งหลาย ชนิดไม่ว่านกน้อย นกใหญ่ หรือกระทั่งอีแร้ง มีแต่จะลำบากยิ่งขึ้นเรื่อยๆ คือมันได้ แยกย่อย สิ่งต่างๆ ให้กระจัดกระจายไปตาม รสนิยม ของใคร-ของมัน อะไรก็ตามที่ไม่ตรงกับ รสนิยม ของตัวเอง ไม่ว่าจะมีเหตุมีผล มีหลักคิด วิธีคิด แบบใดก็แล้วแต่ ย่อมมีสิทธิ์ชิดซ้าย ตกคู ตกคลอง ตกเวทีประวัติศาสตร์ชนิดโดดขึ้นเวทีรำวงแทบไม่ทันเอาเลยก็ไม่แน่!!! หรือมันได้ทำให้บทบาท อิทธิพล ที่ไม่ได้เกี่ยวกับเงินๆ ทองๆ ไม่ได้เกี่ยวกับขนาดความใหญ่ ความเล็ก ความมีชื่อ มีเสียง อันเคยเป็นที่ยอมรับ มีสิทธิ์หดหายตามไปด้วย ไม่ต่างไปจากบรรดารายได้ทั้งหลาย...
    ------------------------------------------------------------
    พูดง่ายๆ ว่า...ไม่ว่า เงิน ไม่ว่า กล่อง ต่างมีสิทธิ์โดน Disrupt ไปด้วยกันทั้งสิ้น ด้วยเหตุนี้...ไม่ว่าสื่อค่ายใด สำนักใด ตลอดไปจนตัวบุคคล คงต้องพยายามเหลียวหน้า เหลียวหลัง หันมองซ้าย มองขวา มองบน มองล่าง ให้ถ้วนถี่ เจอเข้ากับ Disruptive Technology ที่มันมีทั้งพลังในการ สร้างสรรค์, ทำลาย ร้ายกาจ หนักหน่วง รุนแรง ไปด้วยกันทั้งคู่ ไม่ใช่แค่หาทางประคับประคองธุรกิจสื่อให้พออยู่รอด อยู่ได้ แต่เพียงเท่านั้น ยังอาจถึงขั้นต้องประคับประคองตัวเอง ให้พอขยับปีก ขยับหาง ดำรงความเป็นนกน้อย นกใหญ่ ต่อไปให้จงได้ ไม่งั้น...เผลอเมื่อไหร่ อาจถูกจับเอามาย่าง เอามาปิ้ง ให้กลายเป็นนกน้อยทอดกรอบ นกพิราบน้ำแดง เอาง่ายๆ...
    ---------------------------------------------------------------
    ปิดท้ายด้วยวาทะวันนี้ จาก “Michael Cibenko”... “One problem with gazing too frequently into the past is that we may turn around to find the future has run out on us.- ปัญหาของการมัวแต่เหลียวหลังมองอดีตก็คือ พอหันกลับมาอาจพบว่า...อนาคตได้ผ่านเลยเราไปแล้ว...”
    ---------------------------------------------------------------

  • เปลว สีเงิน

    ก็เห็นใจ "อดีตนายกฯ อภิสิทธิ์"! ที่ดิ้นสู้............ ถึงขั้นเตรียมยื่นศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัย ว่าการออกคำสั่ง คสช.ที่ ๕๓/๒๕๖๐ ของนายกฯ เข้าเงื่อนไขการใช้มาตรา ๔๔ หรือไม่? ในความเห็นผมนะ.......
  • บทบรรณาธิการ

    ข้อมูลที่สำคัญในการดำเนินนโยบายแก้ไขปัญหาความไม่สงบในจังหวัดชายแดนภาคใต้กว่า 15 ปีที่ผ่านมาของรัฐบาลไทยตั้งแต่อดีตจนถึงปัจจุบัน โดยการใช้จ่ายงบประมาณสำหรับแก้ไขปัญหาในพื้นที่ ตั้งแต่ปี 2547 จนถึงปีงบประมาณ 2561 รวม 15 ปี งบประมาณ โดยรวมคือ 290,901.6 ล้านบาท
  • เอ็กซ์-ไซท์

    รพ.ตำรวจเตรียมทำวิจัยศึกษาสาเหตุการฆ่าตัวตายของตำรวจ หลังพบเพิ่มมากขึ้น
    แนะตรวจให้ละเอียด ตำรวจท้าเสกฟ้อง รอง ผบ.ตร.-ผบช.น.โต้นักร้องดัง ยันบุกจับกุมที่บ้านดำเนินการตามขั้นตอนของกฎหมาย จะใช้สิทธิฟ้องร้องก็เชิญ รองเลขาฯ อย.เตือนตรวจฉี่ซ้ำแยกแยะชนิดยา เสพติด
    จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัยร่วมกับเอกชนผลิตสารเคลือบหมวกกันน็อกกำจัดกลิ่นและฆ่าเชื้อจูงใจคนสวมหมวกวิน
  • x-cite inside

    ปัจจุบันการเรียนรู้ของเด็กได้เปลี่ยนแปลงไป เนื่องจากมีแหล่งเรียนรู้นอกห้องเรียนมากมาย โดยเฉพาะจากสื่อออนไลน์และเทคโนโลยีต่างๆ ที่สามารถเข้าไปพัฒนาการศึกษาของเยาวชนได้โดยไม่ต้องพึ่งตำราและการเรียนในห้องเพียงอย่างเดียว ที่จะทำให้เกิดความเครียดให้แก่ชีวิตพวกเขา รวมทั้งปัญหาสุขภาวะตามมาอีกด้วย
    เมื่อเทศกาลปีใหม่เวียนมาถึง ถือเป็นสัญญาณเริ่มต้นใหม่ของใครหลายๆคน ในการเปิดรับกับสิ่งต่าง ๆ ที่จะเข้ามาในชีวิต บางคนถือโอกาสบอกลาสิ่งไม่ดีในปีเก่า และบางคนใช้ปีใหม่นี้ในการเปลี่ยนแปลงนิสัยและพฤติกรรมการใช้ชีวิตบางอย่างของตัวเอง หรือการเริ่มต้นทำในสิ่งต่าง ๆ ที่ไม่เคยทำ
    โรคติดต่อไม่เรื้อรัง (NCDs) ถือเป็นกลุ่มโรคที่เกิดจากการใช้ชีวิตที่มีความเสี่ยง โดยเฉพาะการกินอาหารที่มากเกินไป รวมทั้งขาดการทำกิจกรรมทางกายที่นำมาโดยโรคอ้วน เบาหวาน หัวใจ ความดันโลหิตสูง อัมพาต อัมพฤกษ์ ที่ทำให้คนบนโลกนี้เสียชีวิตไปมากที่สุด และยิ่งนับวันคนไทยก็มีความเสี่ยงเป็นโรคเหล่านี้มากขึ้น