เพื่อไทย-ปชป. "ทำการบ้านผิด"

  • Tuesday, November 28, 2017 - 00:00


    "หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์"

    "นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ".............

    อรรถาธิบายผ่านไลน์ เมื่อวาน (๒๗ พ.ย.๖๐) ประเด็น "นายนิพิฏฐ์" ไปพูดคล้ายตกลงนอกรอบกับ "เพื่อไทย"

    จะ "จับมือกัน" เซตซีโร ระบบ คสช.และทหาร

    ไม่ให้ "พลเอกประยุทธ์" กลับเข้ามาเป็น "นายกฯ คนนอก" หลังเลือกตั้ง เมื่อวันก่อนนั้น

    ข้อความในไลน์มีว่า.......

    "ทุกคนในพรรครวมทั้งคุณนิพิฏฐ์ยืนยันตรงกันว่า อุดมการณ์ไม่ตรงกันก็ร่วมกันไม่ได้

    สิ่งที่พูด เป็นการตอบคำถามสมมติ ซึ่งทางคณิตศาสตร์ก็เป็นอย่างอื่นไม่ได้

    ขอบคุณทุกท่านที่สะท้อนความรู้สึกมาครับ"

    ฮื่อ............

    -"เป็นการตอบคำถามสมมติ"

    -"ทางคณิตศาสตร์เป็นอย่างอื่นไม่ได้"

    นักการเมืองนี่ แต่ละคนเหมือนมี "ไพ่โจ๊กเกอร์" ติดตัวคนละใบ พร้อม "หงายกิน" ได้ทันที ที่อยากกิน

    กับเรื่องสมมตินั้น ใครจะสมมติถาม-สมมติตอบอย่างไรก็ได้ นั่นก็จริงอยู่

    แต่อย่าลืม "เรื่องสมมติ"

    เป็นอาการสะท้อนภาวะ "จิตซ่อน" ของพวกขลาด แล้วใช้ลีลาแห่งโวหารเป็นน้ำกลิ้งบนใบบอนชอนไปตามทางลาด

    ส่วนเรื่อง "คณิตศาสตร์" ที่กลายเป็นสูตรค้นหาอำนาจทางการเมือง ชนิด "ตายตัว" ในทัศนะนายอภิสิทธิ์นั้น

    ขอโทษ...ผมจบ ป.๔ ดอนหอยหลอด เรียนไม่ถึง

    ส่วนท่านจบออกซ์ฟอร์ด เรียนจนเลย ผมจึงมิบังอาจแย้งท่าน!

    ความจริงนั้น "การเลือกตั้ง" ยังเป็นแค่ "เงาเนื้อในน้ำ"

    แต่ขนาดยังไม่ทันเลือกตั้ง พรรคเพื่อไทย-ประชาธิปัตย์ ไปถึงขั้นติดสัด "ข้ามสายพันธุ์" นอกฤดูกาลกันแล้ว

    ก็อยากบอกว่า........

    การสมมติ "ระบบ คสช.-ทหาร" เป็นพรรคหนึ่ง พลเอกประยุทธ์เป็นหัวหน้าพรรค

    แล้ว ๒ พรรคใหญ่ ก็เริ่มสัตยาบันนอกรอบ "รวมตีน" ไล่สกัดนั้น

    ปากก็ว่า "สมมติ"

    แต่ในใจนั้น มี คสช.-ประยุทธ์ กดทับแน่นอก จนเกิดภาวะจิตหลอน ด้วยกลัว "ตกอำนาจ"

    การทึกทักในอำนาจเอาเองล่วงหน้านั่นแหละ ทำให้เข้าใจว่า "ไม่มีทางเลือกเป็นอื่น"

    นอกจากสูตรคณิตศาสตร์ผสม "ข้ามสายพันธุ์" เท่านั้น

    จึงจะสามารถทำให้สภาพ "หมาในรางหญ้า"

    ได้ "กินหญ้า" ในราง!?

    อะไรก็ตาม ทุกการละเล่น การกีฬา หรืองานการทุกชนิด ถ้าต้องการเข้าไปสู่กระบวนการนั้นๆ สิ่งแรกที่ควรรู้-ควรเข้าใจก่อนคือ

    "กฎระเบียบ-กฎกติกา" ในที่นั้นๆ

    การเข้าไปสู่อำนาจบริหารระบบเลือกตั้งในปลายปี ๖๑ นั่นเช่นกัน ทุกพรรค-ทุกคน

    ถ้าต้องการเข้าไปเป็นผู้เล่นอยู่ในเกมนั้น ต้องศึกษาให้เข้าใจกฎกติกา-กฎระเบียบ ตามรัฐธรรมนูญ ฉบับปี ๒๕๖๐ ก่อน

    ทั้งประชาธิปัตย์-เพื่อไทย ล้วน "สังฆราชรัฐธรรมนูญ" รู้กฎกติกากันดีอยู่แล้ว

    เมื่อรู้ จะแสดงอาการ "ฮั้วการเมือง" โจ่งแจ้งให้เสียฟอร์มนักเรียกร้องประชาธิปไตยไปทำไม?

    รัฐบาลประชาธิปไตยที่จะเกิดหลังเลือกตั้งปี ๖๑

    รู้ใช่มั้ย ...?

    ใน ๕ ปีแรก เป็นรัฐบาลตามเงื่อนไข "บทเฉพาะกาล" ของรัฐธรรมนูญ

    มาตรา ๒๗๒ ที่ระบุว่า.........

    "มาตรา ๒๗๒ ในระหว่างห้าปีแรกนับแต่วันที่มีรัฐสภาชุดแรกตามรัฐธรรมนูญนี้ การให้ความเห็นชอบบุคคลซึ่งสมควรได้รับแต่งตั้งเป็นนายกรัฐมนตรีให้ดำเนินการตามมาตรา ๑๕๙ เว้นแต่การพิจารณาให้ความเห็นชอบตามมาตรา ๑๕๙ วรรคหนึ่ง ให้กระทำในที่ประชุมร่วมกันของรัฐสภา และมติที่เห็นชอบการแต่งตั้งบุคคลใดให้เป็นนายกรัฐมนตรีตามมาตรา ๑๕๙ วรรคสาม ต้องมีคะแนนเสียงมากกว่ากึ่งหนึ่งของจำนวนสมาชิกทั้งหมดเท่าที่มีอยู่ของทั้งสองสภา

    ในระหว่างเวลาตามวรรคหนึ่ง หากมีกรณีที่ไม่อาจแต่งตั้งนายกรัฐมนตรีจากผู้มีชื่ออยู่ในบัญชีรายชื่อที่พรรคการเมืองแจ้งไว้ตามมาตรา ๘๘ ไม่ว่าด้วยเหตุใด และสมาชิกของทั้งสองสภารวมกันจำนวนไม่น้อยกว่ากึ่งหนึ่งของจำนวนสมาชิกทั้งหมดเท่าที่มีอยู่ของทั้งสองสภาเข้าชื่อเสนอต่อประธานรัฐสภา ขอให้รัฐสภามีมติยกเว้นเพื่อไม่ต้องเสนอชื่อนายกรัฐมนตรีจากผู้มีชื่ออยู่ในบัญชีรายชื่อที่พรรคการเมืองแจ้งไว้ตามมาตรา ๘๘ ในกรณีเช่นนั้น ให้ประธานรัฐสภาจัดให้มีการประชุมร่วมกันของรัฐสภาโดยพลัน

    และในกรณีที่รัฐสภามีมติด้วยคะแนนเสียงไม่น้อยกว่าสองในสามของจำนวนสมาชิกทั้งหมดเท่าที่มีอยู่ของทั้งสองสภาให้ยกเว้นได้ ให้ดำเนินการตามวรรคหนึ่งต่อไป โดยจะเสนอชื่อผู้อยู่ในบัญชีรายชื่อที่พรรคการเมืองแจ้งไว้ตามมาตรา ๘๘ หรือไม่ก็ได้"

    และมาตรา ๒๖๙ ในวรรคแรก บอกว่า.........

    "ในวาระเริ่มแรก ให้วุฒิสภาประกอบด้วยสมาชิกจำนวนสองร้อยห้าสิบคนซึ่งพระมหากษัตริย์ทรงแต่งตั้งตามที่คณะรักษาความสงบแห่งชาติถวายคำแนะนำ โดยในการสรรหาและแต่งตั้งให้ดำเนินการตามหลักเกณฑ์และวิธีการ ดังต่อไปนี้........."

    นี่คือ "กติกาการเมืองระบบรัฐสภา" ในระยะ ๕ ปีแรก ตามบทเฉพาะกาล

    ที่เป็นเช่นนี้...........

    เจตนาให้มี "รัฐบาลใหม่" ที่ต้องบริหารสืบสานงานสร้างบ้าน-สร้างเมืองตามยุทธศาสตร์ที่ คสช.ริเริ่มและลงมือค้างไว้ให้ไปต่อเนื่อง

    ไม่ใช่ใครเข้ามา ก็จะล้มงานที่ คสช.เริ่มไว้

    แล้วตั้งหน้า-ตั้งตาแก้แต่รัฐธรรมนูญ ไปตามที่พวกกูชอบจะกอบ-จะโกย!

    เหตุนั้น ใครต้องการเข้ามาแข่งขันฟุตบอลการเมืองสนามนี้ ในปี ๖๑ ก็ต้องยอมรับกฎกติกานี้ ใน ๕ ปีแรก

    อยากเล่น ก็อย่าโวย..........

    ถ้าเห็นว่ากติกาเฮงซวย รับไม่ได้ ก็บายไป ยังไม่ต้องลงมาเล่นในฤดูกาลนี้ ไม่มีใครว่าอะไรนี่

    และจริงๆ แล้ว ตามกติกาไม่ได้ปิด-เปิดประตูให้ใครเป็นการพิเศษ

    เพียงแต่นักกินเมืองเก่า "ต้มยำประชาธิปไตย" ซดกันไม่คล่องคอเหมือนเดิมเท่านั้น

    ในทางเป็นจริง พรรคไหน-คนไหน "เจ๋งจริง-ดีจริง" ประชาชนเชื่อถือศรัทธา ลงคะแนนให้มากๆ ตอนเลือกตั้ง

    เข้ามาเป็นรัฐบาล-เป็นนายกฯ ได้ทั้งนั้น!

    เพียงแต่ ๕ ปีแรก การโหวตเอาใครเป็นนายกฯ ต้องใช้เสียงข้างมาก จากทั้ง ๒ สภา "ส.ส.-วุฒิฯ" รวมกัน

    ซึ่ง "มากกว่า" ปกติ เดิมๆ เอาเฉพาะเสียง ส.ส.เท่านั้น!

    ปกติ ส.ส.มี ๕๐๐ ส.ว.มี ๒๐๐ รวม ๗๐๐ เสียง แต่ในบทเฉพาะกาล ๕ ปีแรกนี้

    ส.ว.มี ๒๕๐ คน!

    ๒ สภารวมกัน คือ ๗๕๐ กึ่งหนึ่งของทั้งสองสภา คือ ๓๗๕

    การโหวตเลือกนายกฯ ต้องได้เสียง "เกินกึ่งหนึ่ง"

    นั่นคือ เมื่อพรรคแกนนำเสนอชื่อนายกฯ ต่อที่ประชุมรัฐสภาแล้ว

    ต้องได้เสียงสนับสนุน มากกว่า ๓๗๕ เสียงขึ้นไป!

    ทีนี้ ประชาธิปัตย์-เพื่อไทย เขามั่นใจว่าเลือกตั้งเมื่อไหร่ พวกเขา ๒ พรรค จะต้องได้ ส.ส.มากกว่าพรรคอื่นๆ

    แต่ด้วยระบบจัดสรรปันส่วน ส.ส.ตามมาตรา ๙๑ ยากที่พรรคเดียวจะมีเสียงเกินครึ่ง

    ยึดตามฐานคะแนนเลือกตั้งปี ๕๔ ต้องเพื่อไทยกับประชาธิปัตย์ผสมพันธุ์กัน ๒๖๕+๑๕๙=๔๒๕

    นั่นแหละจึงจะชนะ.........

    พรรคที่เหลือ บวก ๒๕๐ วุฒิสมาชิก หมดความหมาย!

    ในการโหวตหาตัวนายกฯ สมมติคนที่พรรคเสนอชื่อ เสียง ส.ส.สนับสนุนไม่ถึง ๓๗๖ คน

    ถ้าคนนั้น "ดีจริง" เป็นที่ประจักษ์ มหาชนยอมรับ...ผมเชื่อ

    "วุฒิสมาชิก" ก็ต้องโหวตให้

    ไม่อย่างนั้น "วุฒิ" จะแปลว่า "เสียหมา"!

    ประเด็นที่พรรคการเมืองต้องตระหนักก็คือ ในการเลือกตั้งครั้งหน้า ต้องตักน้ำใส่กะโหลกชะโงกดูเงาตัวเองให้ถ่องแท้ว่า

    ดีจริง-ดีพร้อมและดีกว่า "พลเอกประยุทธ์" จนมั่นใจได้ว่า

    เข้าสภาฯ แล้ว เสียงส่วนใหญ่ "ยอมรับ" และโหวตให้!?

    ก็เพราะตัวเองก็ยังไม่มั่นใจว่า "ดีจริง" หรือไม่นั่นแหละ จึงต้องผสมข้ามสายพันธุ์

    หวังกำจัดระบบ คสช.-ทหาร ให้ออกไปจากเส้นทางอำนาจ!

    และกวาดตาทั่วระบบ คสช.-ทหาร ป๊อกไม่ใช่ ป้อมไม่ใช่ ฉัตรไม่ใช่ ที่จะมาเป็น "นายกฯ คนนอก"

    เมื่อหา "คนใน" ที่ดีขึ้นเป็นนายกฯ ไม่ได้ ก็มีแต่ "ประยุทธ์" สุดสวิงริงโก้หนึ่งเดียวคนนี้ ชื่อถึง-ชั้นถึง-ฝีมือถึง

    เสียอย่างเดียว "เงินไม่ถึง-พึ่งยาก"!

    คณิตศาสตร์นั้น ถึงแม้จะมีคำตอบ "หนึ่งเดียว"

    แต่สูตรไปสู่คำตอบหนึ่งเดียวนั้น มีร้อยวิธีการ-พันยักเยื้อง

    เหมือนรัฐบาลประชาธิปไตยระบบเลือกตั้ง

    คำตอบหนึ่งเดียวคือ "เสียงข้างมาก"

    แต่ "เสียงข้างมาก" ไม่ได้ผูกขาดเฉพาะพรรคเพื่อไทย-ประชาธิปัตย์ หากแต่ขึ้นอยู่กับ "คนดี-มีผลงาน-มหาชนยอมรับ" ตะหาก

    ดังนั้น เมื่อตีโจทย์ การเมือง ๕ ปีแรกตามบทเฉพาะกาล "ผิด"

    "เพื่อไทย-ประชาธิปัตย์" ก็พลาด ตั้งแต่บันไดขั้นแรกแล้ว.

  • เปลว สีเงิน

    ก็เห็นใจ "อดีตนายกฯ อภิสิทธิ์"! ที่ดิ้นสู้............ ถึงขั้นเตรียมยื่นศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัย ว่าการออกคำสั่ง คสช.ที่ ๕๓/๒๕๖๐ ของนายกฯ เข้าเงื่อนไขการใช้มาตรา ๔๔ หรือไม่? ในความเห็นผมนะ.......
  • บทบรรณาธิการ

    ข้อมูลที่สำคัญในการดำเนินนโยบายแก้ไขปัญหาความไม่สงบในจังหวัดชายแดนภาคใต้กว่า 15 ปีที่ผ่านมาของรัฐบาลไทยตั้งแต่อดีตจนถึงปัจจุบัน โดยการใช้จ่ายงบประมาณสำหรับแก้ไขปัญหาในพื้นที่ ตั้งแต่ปี 2547 จนถึงปีงบประมาณ 2561 รวม 15 ปี งบประมาณ โดยรวมคือ 290,901.6 ล้านบาท
  • เอ็กซ์-ไซท์

    รพ.ตำรวจเตรียมทำวิจัยศึกษาสาเหตุการฆ่าตัวตายของตำรวจ หลังพบเพิ่มมากขึ้น
    แนะตรวจให้ละเอียด ตำรวจท้าเสกฟ้อง รอง ผบ.ตร.-ผบช.น.โต้นักร้องดัง ยันบุกจับกุมที่บ้านดำเนินการตามขั้นตอนของกฎหมาย จะใช้สิทธิฟ้องร้องก็เชิญ รองเลขาฯ อย.เตือนตรวจฉี่ซ้ำแยกแยะชนิดยา เสพติด
    จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัยร่วมกับเอกชนผลิตสารเคลือบหมวกกันน็อกกำจัดกลิ่นและฆ่าเชื้อจูงใจคนสวมหมวกวิน
  • x-cite inside

    ปัจจุบันการเรียนรู้ของเด็กได้เปลี่ยนแปลงไป เนื่องจากมีแหล่งเรียนรู้นอกห้องเรียนมากมาย โดยเฉพาะจากสื่อออนไลน์และเทคโนโลยีต่างๆ ที่สามารถเข้าไปพัฒนาการศึกษาของเยาวชนได้โดยไม่ต้องพึ่งตำราและการเรียนในห้องเพียงอย่างเดียว ที่จะทำให้เกิดความเครียดให้แก่ชีวิตพวกเขา รวมทั้งปัญหาสุขภาวะตามมาอีกด้วย
    เมื่อเทศกาลปีใหม่เวียนมาถึง ถือเป็นสัญญาณเริ่มต้นใหม่ของใครหลายๆคน ในการเปิดรับกับสิ่งต่าง ๆ ที่จะเข้ามาในชีวิต บางคนถือโอกาสบอกลาสิ่งไม่ดีในปีเก่า และบางคนใช้ปีใหม่นี้ในการเปลี่ยนแปลงนิสัยและพฤติกรรมการใช้ชีวิตบางอย่างของตัวเอง หรือการเริ่มต้นทำในสิ่งต่าง ๆ ที่ไม่เคยทำ
    โรคติดต่อไม่เรื้อรัง (NCDs) ถือเป็นกลุ่มโรคที่เกิดจากการใช้ชีวิตที่มีความเสี่ยง โดยเฉพาะการกินอาหารที่มากเกินไป รวมทั้งขาดการทำกิจกรรมทางกายที่นำมาโดยโรคอ้วน เบาหวาน หัวใจ ความดันโลหิตสูง อัมพาต อัมพฤกษ์ ที่ทำให้คนบนโลกนี้เสียชีวิตไปมากที่สุด และยิ่งนับวันคนไทยก็มีความเสี่ยงเป็นโรคเหล่านี้มากขึ้น