มินิ "ครม.สัญจร" ด้ามขวาน ตามงานร้อน "น้ำท่วม–ยาง"

  • Tuesday, November 28, 2017 - 11:48

    พื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้ถือเป็นการประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) อย่างเป็นทางการนอกสถานที่ หรือ “ครม.สัญจร” ครั้งที่ 5 ของรัฐบาล พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชาแล้ว

    หลังก่อนหน้านี้ “บิ๊กตู่” พล.อ.ประยุทธ์ นำ ครม.ลงพื้นที่ไปทั่วทุกภาคแล้ว นับตั้งแต่ครั้งแรกที่ อ.หัวหิน จ.ประจวบคีรีขันธ์ ก่อนจะล่องเหนือไปประชุมครั้งที่ 2 กันที่จ.เชียงใหม่ จากนั้นว่างเว้นมาร่วม 2 ปี

    ก่อนจะมีการปัดฝุ่น “ครม.สัญจร” ขึ้นมาอีกครั้ง ในช่วงโค้งสุดท้ายของรัฐบาล โดยในปี 2560 นี้ มีการประชุม ครม.สัญจรไปแล้ว 3 ครั้ง ประเดิมกันที่ภาคอีสาน บ้านเกิด “บิ๊กตู่” จ.นครราชสีมา ก่อนจะกลับมาภาคกลางที่ “เมืองกรุงเก่า” จ.พระนครศรีอยุธยา กระทั่งครั้งนี้ ลงใต้สุดกันที่ จ.สงขลา

    แต่ละจังหวัดที่ใช้จัดเป็นสถานที่การประชุม ครม.สัญจร ล้วนแล้วแต่เป็น “หัวเมืองใหญ่” แทบทั้งสิ้น รวมถึงในครั้งล่าสุดนี้ ถือว่า “บิ๊กตู่” พา ครม.ทัวร์เหนือสุดยันใต้สุดเป็นที่เรียบร้อย

    ในขณะที่สมัยรัฐบาล น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร จังหวัดชายแดนภาคใต้ถือเป็นหนึ่งในเป้าหมายที่จะนำขบวนลงพื้นที่ก่อนสิ้นเทอมรัฐบาล ทว่าดันเกิด “รัฐประหาร” เสียก่อน

    สำหรับการเลือกจังหวัดที่ใช้ในการประชุม ครม.สัญจรแต่ละครั้ง เหตุที่มักจะเลือกจังหวัดใหญ่ๆ มากกว่าจังหวัดเล็กๆ เหตุผลหนึ่งเป็นเพราะทีมงานคำนึงถึงเรื่องความสะดวกเป็นอันดับแรก ไม่ว่าจะเป็นสถานที่ใช้การประชุม ครม. ที่พักที่สามารถรองรับเจ้าหน้าที่ ข้าราชการ สื่อมวลชน ตลอดจนผู้เกี่ยวข้องต่างๆ

    ทีมงานของรัฐบาลที่ทำหน้าที่เลือกจังหวัดแต่ละครั้ง เคยชี้แจงว่า ใจจริงแล้วอยากลงพื้นจังหวัดเล็กๆ เพื่อให้ถ้วนทั่ว แต่ต้องคำนึงเรื่องความสะดวกเป็นสำคัญ จึงต้องเน้น “หัวเมืองใหญ่” เอาไว้ก่อน

    ขณะที่ “เมือง 2 เล 3 น้ำ” จ.สงขลา ถือเป็น “หัวเมืองใหญ่” ในจังหวัดชายแดนภาคใต้ ที่มีความสำคัญในหลายมิติ ทั้งความมั่นคง สังคม และเศรษฐกิจ

    โดยเฉพาะเรื่องเศรษฐกิจที่ อ.หาดใหญ่ สามารถโกยรายได้จากการท่องเที่ยวเป็นกอบเป็นกำในแต่ละปี เปรียบดัง “เกตเวย์” การค้าขายกับประเทศเพื่อนบ้านในอาเซียน ไม่ว่าจะเป็นประเทศมาเลเซีย สิงคโปร์ อินโดนีเซีย และยังเป็นเมืองเศรษฐกิจหลักกับพื้นที่ 3 จังหวัดชายแดนใต้ อันประกอบด้วย ปัตตานี สตูล ยะลา และนราธิวาส

    ขณะเดียวกัน ตลอดแนวชายแดนภาคใต้ระหว่างไทย–มาเลเซีย ที่ จ.สงขลา มีด่านชายแดนที่สำคัญทางบกถึง 3 แห่ง คือ 1.ด่านสะเดา อ.สะเดา 2.ด่านปาดังเบซาร์ อ.สะเดา และ 3.ด่านบ้านประกอบ อ.นาทวี โดยเฉพาะอย่างยิ่งด่านสะเดาและด่านปาดังเบซาร์ที่สามารถโกยรายได้เข้าประเทศได้เป็นอันดับต้นๆ

    นอกจากนี้ ยังมีการผลักดันการจัดตั้งเขตเศรษฐกิจพิเศษสะเดา–ปาดังเบซาร์ ที่เป็นเขตเศรษฐกิจพิเศษที่จะสามารถสร้างรายได้ให้กับประเทศได้อย่างมาก เพราะสงขลาเป็นพื้นที่ที่ติดกับประเทศมาเลเซีย ซึ่งมีความเจริญมากกว่าเมืองไทย

    การมาจังหวัดชายแดนภาคใต้ ยังทำให้ “บิ๊กตู่” สามารถติดตามความคืบหน้าในการแก้ไขปัญหาหลักๆ ของประเทศได้อีกอย่างเรื่องความไม่สงบในจังหวัดชายแดนภาคใต้ เขตเศรษฐกิจ รวมทั้งปัญหาราคายางพารา

    อย่างไรก็ดี การประชุม ครม.สัญจรครั้งนี้ อาจจะมีความแตกต่างจากครั้งก่อนๆ ที่ผ่านมา เพราะเหลือรัฐมนตรีที่สามารถเข้าร่วมประชุมได้เพียง 19 คนเท่านั้น หลังเมื่อวันศุกร์ที่ผ่านสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวได้ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ “ครม.ประยุทธ์ 5”

    รัฐมนตรีใหม่ยังไม่สามารถประชุมได้ เพราะยังไม่ได้มีการถวายสัตย์ปฏิญาณตนก่อนเข้ารับตำแหน่ง ในขณะที่รัฐมนตรีเก่าไม่สามารถทำหน้าที่ได้ เพราะพ้นจากตำแหน่งไปแล้วโดยบริบูรณ์ จึงมีการแซวกันเล่นๆ ว่า “มินิ ครม.สัญจร”

    ทำให้การลงพื้นที่ครั้งนี้ของรัฐมนตรีต่างๆ ไม่ค่อยหวือหวา ไฮไลต์สำคัญจึงเหมือนการลงตรวจพื้นที่ของ “บิ๊กตู่” ทั้งการพูดจากับประชาชน ตลอดจนการอารักขาระหว่างการลงพื้นที่ จ.ปัตตานี ที่มีความเข้มข้นขั้นสูงสุดอย่างไม่เคยปรากฏมาก่อนในพื้นที่ต่างๆ เช่น มีการปิดถนน มีเจ้าหน้าที่ยืนตลอดเส้นทาง เป็นต้น

    ขณะที่วาระการประชุมยังเป็นการอนุมัติแผนโครงการต่างๆ ดังที่เคยปฏิบัติมาทุกครั้ง

    แต่ที่เหมือนจะแก้วิกฤติเป็นโอกาสคือ แม้จะไม่สามารถพา ครม.มาได้เต็มคณะ แต่การลงพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้ของ “บิ๊กตู่” เที่ยวนี้ ประจวบเหมาะพอดีกับที่ภาคใต้กำลังอยู่ในฤดูฝน หลายพื้นที่ประสบภัยน้ำท่วม เช่นเดียวกับเรื่องปัญหาราคายางพาราที่ก่อนหน้านี้รัฐบาลถูกกดดันมาตลอด จึงใช้โอกาสนี้ในการติดตามแก้ปัญหา

    ภาพออกมาเลยเหมือนลงพื้นที่มาช่วยชาวบ้านในปัญหาเร่งด่วน.

  • เปลว สีเงิน

    ก็เห็นใจ "อดีตนายกฯ อภิสิทธิ์"! ที่ดิ้นสู้............ ถึงขั้นเตรียมยื่นศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัย ว่าการออกคำสั่ง คสช.ที่ ๕๓/๒๕๖๐ ของนายกฯ เข้าเงื่อนไขการใช้มาตรา ๔๔ หรือไม่? ในความเห็นผมนะ.......
  • บทบรรณาธิการ

    ข้อมูลที่สำคัญในการดำเนินนโยบายแก้ไขปัญหาความไม่สงบในจังหวัดชายแดนภาคใต้กว่า 15 ปีที่ผ่านมาของรัฐบาลไทยตั้งแต่อดีตจนถึงปัจจุบัน โดยการใช้จ่ายงบประมาณสำหรับแก้ไขปัญหาในพื้นที่ ตั้งแต่ปี 2547 จนถึงปีงบประมาณ 2561 รวม 15 ปี งบประมาณ โดยรวมคือ 290,901.6 ล้านบาท
  • เอ็กซ์-ไซท์

    รพ.ตำรวจเตรียมทำวิจัยศึกษาสาเหตุการฆ่าตัวตายของตำรวจ หลังพบเพิ่มมากขึ้น
    แนะตรวจให้ละเอียด ตำรวจท้าเสกฟ้อง รอง ผบ.ตร.-ผบช.น.โต้นักร้องดัง ยันบุกจับกุมที่บ้านดำเนินการตามขั้นตอนของกฎหมาย จะใช้สิทธิฟ้องร้องก็เชิญ รองเลขาฯ อย.เตือนตรวจฉี่ซ้ำแยกแยะชนิดยา เสพติด
    จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัยร่วมกับเอกชนผลิตสารเคลือบหมวกกันน็อกกำจัดกลิ่นและฆ่าเชื้อจูงใจคนสวมหมวกวิน
  • x-cite inside

    ปัจจุบันการเรียนรู้ของเด็กได้เปลี่ยนแปลงไป เนื่องจากมีแหล่งเรียนรู้นอกห้องเรียนมากมาย โดยเฉพาะจากสื่อออนไลน์และเทคโนโลยีต่างๆ ที่สามารถเข้าไปพัฒนาการศึกษาของเยาวชนได้โดยไม่ต้องพึ่งตำราและการเรียนในห้องเพียงอย่างเดียว ที่จะทำให้เกิดความเครียดให้แก่ชีวิตพวกเขา รวมทั้งปัญหาสุขภาวะตามมาอีกด้วย
    เมื่อเทศกาลปีใหม่เวียนมาถึง ถือเป็นสัญญาณเริ่มต้นใหม่ของใครหลายๆคน ในการเปิดรับกับสิ่งต่าง ๆ ที่จะเข้ามาในชีวิต บางคนถือโอกาสบอกลาสิ่งไม่ดีในปีเก่า และบางคนใช้ปีใหม่นี้ในการเปลี่ยนแปลงนิสัยและพฤติกรรมการใช้ชีวิตบางอย่างของตัวเอง หรือการเริ่มต้นทำในสิ่งต่าง ๆ ที่ไม่เคยทำ
    โรคติดต่อไม่เรื้อรัง (NCDs) ถือเป็นกลุ่มโรคที่เกิดจากการใช้ชีวิตที่มีความเสี่ยง โดยเฉพาะการกินอาหารที่มากเกินไป รวมทั้งขาดการทำกิจกรรมทางกายที่นำมาโดยโรคอ้วน เบาหวาน หัวใจ ความดันโลหิตสูง อัมพาต อัมพฤกษ์ ที่ทำให้คนบนโลกนี้เสียชีวิตไปมากที่สุด และยิ่งนับวันคนไทยก็มีความเสี่ยงเป็นโรคเหล่านี้มากขึ้น