พลังด้านบวกของสังคม

  • Wednesday, November 29, 2017 - 00:00


    ฮื่ออ์อ์อ์...ท่าทางคงไม่ต้องเสียเวลาให้ 2 วัว คือ วัวประชาธิปัตย์ กับวัวเผาไทย นั่งคิดสูตรคณิตศาสตร์ทางการเมืองจับมือต้าน ป.ประยุทธ์ ให้ต้องเมื่อยเนื้อ เมื่อยตัว อะไรมากมายซักเท่าไหร่ เพราะเสืออย่าง บิ๊กตู่ ดูๆ ใกล้จะ ไปเอง เต็มที ไม่ว่า ขาเชียร์ จะพยายามตะโกนเชียร์แบบคอแหบ คอแห้ง ไปถึงขั้นไหน...
    -------------------------------------------------
    อย่างที่อาจารย์ ธีรยุทธ บุญมี ผู้ซี้แหง ย่ำปึ้ก กับ ป๋าเปลว สีเงิน ของเราอยู่พอสมควร ท่านเขียนเอาไว้ในบทความเรื่อง ข้อสังเกตประเทศไทยและสังคมไทย 4.0 เมื่อไม่กี่วันที่ผ่านมานี้นั่นแหละว่า แม้ว่าผู้คนในสังคมในช่วง 3-4 ปีมานี้ จะไม่ได้ออกมาต่อต้าน วิพากษ์ วิจารณ์รัฐบาลทหารอย่างเป็นเรื่อง เป็นราว เป็นกิจการ เหมือนอย่างยุครัฐบาลพลเรือน หรือรัฐบาลนักการเมืองโดยทั่วไป แต่นั่นก็ไม่ได้หมายความว่า พลังด้านบวกของสังคม ที่เคยแสดงให้เห็นจากปรากฏการณ์ต่างๆ ไม่ว่าจากครั้งการออกมาชุมนุมในท้องถนนมากถึง 1.5 ล้านคนเมื่อ 3 ปีที่แล้ว การแสดงออกถึงความรัก ความศรัทธา ต่อ ความดี ทั้งทางคำพูด การปฏิบัติ และลึกลงไปถึงหัวจิต หัวใจ ในช่วงพระราชพิธีพระบรมศพล้นเกล้าฯ รัชกาลที่ 9 ไปจนถึงการตอบรับต่อพฤติกรรม กิจกรรม ของบุคคลเพียงรายเดียว อย่างคุณน้อง ตูน บอดี้สแลม บรรดาพลังด้านบวกเหล่านี้ใช่ว่าจะสมัครใจเงียบๆ เฉยๆ ก็หาไม่ แต่อยู่ภายใต้สภาพ ไม่ว่าการกระทำของทหาร หรือของพรรคการเมือง จะถูกสังคมประเมินตัดสินอยู่ตลอดเวลา...
    -------------------------------------------------
    และการประเมินวัดตัดสินที่ว่า...ก็คงต้องนำเอาทุกแนวคิด ทุกการปฏิบัติ ทุกพฤติกรรม ทุกอากัปกิริยา เข้าไปผนวกรวมไว้ด้วย ไม่ว่ากิริยาอาการ ว้าก ใส่ชาวบ้าน ชาวช่อง ที่พยายามตะโกนแข่งกับเสียงไมโครโฟน แบบห้วนๆ ตรงไป-ตรงมา ตามแบบฉบับลีลาของคนใต้ มาชั่งน้ำหนักกับการแสดงออกถึงความ เสียใจ ของผู้ที่ว้ากในภายหลัง ว่าพอจะหัก-ลบ-กลบหนี้กันได้ขนาดไหน การไล่ทุบ ไล่ตี ผู้ที่คิดจะมายื่นหนังสือเรียกร้อง คัดค้าน การสร้างโรงไฟฟ้าถ่านหินที่อำเภอเทพา จังหวัดสงขลา ชนิดสะบักสะบอมกันไปมิใช่น้อย ไม่ว่าฝ่ายตำรวจหรือชาวบ้าน จนแม้แต่เยาวชนอายุแค่ไม่ถึง 18 ปี ต้องถูกดำเนินคดี ไม่รู้ว่าจะได้ประกันตัว-ไม่ประกันตัว หรือไม่ อย่างไร ที่คงต้องนำมาเปรียบเทียบ อุปมาอุปไมย กับบรรดาชาวบ้านฝ่ายที่สนับสนุนโรงไฟฟ้า ซึ่งได้รับการดูแลต้อนรับ เป็นอย่างดี...
    ----------------------------------------------------
    อะไรต่อมิอะไรเหล่านี้...หนีไม่พ้นที่จะลุกลามไปถึงเรื่องของแนวคิด เรื่องของทัศนคติกันจนได้ ไม่ว่าทัศนคติต่อการบริหารจัดการในเรื่อง พลังงาน ว่าจะออกไปในแนวก้าวหน้า ทันสมัย สอดคล้องกับความเป็นไปของโลก ของธรรมชาติ ที่พยายามหันไปใช้พลังงานหมุนเวียน เพื่อรับมือกับการเปลี่ยนแปลงสภาวะอากาศ เพื่อแสดงออกถึงความร่วมมือ ร่วมใจ ของบรรดามวลมนุษยชาติทั้งหลาย ในการพิทักษ์ปกป้องโลกใบนี้ให้พอเป็นที่อยู่ ที่อาศัยต่อไปได้ หรือจะออกไปในแนว ย้อนยุค แบบพวกจูราสสิกพาร์ค ที่ไม่ได้คิดจะสนใจใครต่อใคร หันไปยึดเอาผลประโยชน์ของตัวกู-ของกู หรือของ อเมริกันเฟิร์สต์ เป็นที่ตั้ง จนต้องหันกลับไปขุดถ่านหินเอามาขายให้กับประเทศไทย ที่เพิ่งเจ๊งจากการลงทุนเหมืองถ่านหินในอินโดนีเซียมาหมาดๆ...
    ----------------------------------------------------
    พูดง่ายๆ ว่า...แต่ละพฤติกรรม แต่ละอากัปกิริยา มันสามารถนำไปเกี่ยว ไปโยง กับแนวคิดและทัศนะคติ ไปไกลถึงเรื่อง ยุทธศาสตร์ชาติ เอาเลยก็ย่อมได้ ยิ่งถ้าหากทุกสิ่งทุกอย่างจำต้องดำเนินไปตามกฎหมายยุทธศาสตร์ ยืดเยื้อ ยาวนาน ไม่น้อยไปกว่า 10-20 ปีด้วยแล้ว พลังด้านบวก ของสังคมไทย คงต้องประเมิน ตัดสินกันให้ละเอียด ไม่อาจอาศัยเพียงแค่เสียงเชียร์ เสียงด่า ของบรรดาขาด่า ขาเชียร์ ที่นั่งตะโกนอยู่รอบๆ เวทีไปตามความถูกใจ-ไม่ถูกใจ ตาม รสนิยม ของใครของมันแต่เพียงเท่านั้น ไม่ว่าขาด่าจะด่าเจ็บ ด่าแสบ หรือขาเชียร์จะเชียร์แบบไหลลื่น แบบขนติดปากมากน้อยขนาดไหน...
    --------------------------------------------------------
    หรืออาจเรียกได้ว่า...เอาเข้าจริงๆ แล้ว พลังด้านบวก ของสังคมไทยนั้น น่าจะไปไกลเกินกว่าเรื่องบิ๊กต่งบิ๊กตู่ อภิสิทธิ์ สุดารัตน์ จาตุรนต์ ฯลฯ หรืออะไรต่อมิอะไรไปเยอะแล้ว ไม่ได้คิดจะผูกโยงทุกสิ่งทุกอย่างเอาไว้กับ ทหาร หรือ นักการเมือง คนหนึ่ง คนใด กลุ่มหนึ่ง กลุ่มใด หรืออย่างที่อาจารย์ ธีรยุทธ ท่านตั้งข้อสังเกตเอาไว้นั่นแหละว่า เป็นพลังที่พร้อมจะก้าวข้ามความขัดแย้งทางการเมืองแบบเดิมๆ ไม่อยากที่จะมั่วอยู่กับความขัดแย้งแบบเดิมๆ อีกต่อไป ไม่สนใจว่าใครจะเป็นวัว เป็นเสือ ที่ต่างก็เป็นสัตว์ไปด้วยกันทั้งคู่ และพลังที่ว่านี้มันได้ก่อตัวสะสมปริมาณและคุณภาพมาเป็นเวลาพอสมควร จากตัวอย่างแต่ละตัวอย่างที่อาจารย์ ธีรยุทธ ท่านได้ไล่เรียงเอาไว้...
    -------------------------------------------------------
    การด่าประชาธิปัตย์ เผาไทย แล้วหันไปเชียร์ทหาร หรือการด่าทหาร เพื่อหวังจะไปเชียร์ประชาธิปัตย์และเผาไทย จึงไม่ได้เกี่ยวอะไรกับ พลังด้านบวก ของสังคมเอาเลยแม้แต่น้อย เผลอๆ อาจกลายเป็นแค่การเตะสุกรเข้าปากสุนัข หรือเตะสุนัขเข้าปากสุกร อะไรทำนองนั้น แต่ด้วย พลังด้านบวก ที่กำลังอยู่ในระหว่าง ประเมินและวัดตัดสิน พฤติกรรม การกระทำ คำพูด การปฏิบัติ ตลอดไปจนทัศนคติและแนวคิดของทั้ง ทหาร และ นักการเมือง มาโดยตลอดนี่เอง อันนี้นี่แหละ...ที่จะเป็นตัวชี้ขาดอนาคตของสังคมไทยในวันข้างหน้า ได้อย่างมิอาจหลีกเลี่ยงและปฏิเสธได้เลย...
    --------------------------------------------------------------
    ปิดท้ายด้วยวาทะวันนี้ จาก “Fritz R.S. Dressler”... “Predicting the future is easy. It’s trying to figure what’s going now that’s hard. - การคาดคะเนอนาคตนั้นง่าย แต่การพยายามไตร่ตรองว่าอะไรกำลังเกิดขึ้นขณะนี้ นี่สิยาก...”
    ----------------------------------------------------------------

  • เปลว สีเงิน

    ก็เห็นใจ "อดีตนายกฯ อภิสิทธิ์"! ที่ดิ้นสู้............ ถึงขั้นเตรียมยื่นศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัย ว่าการออกคำสั่ง คสช.ที่ ๕๓/๒๕๖๐ ของนายกฯ เข้าเงื่อนไขการใช้มาตรา ๔๔ หรือไม่? ในความเห็นผมนะ.......
  • บทบรรณาธิการ

    ข้อมูลที่สำคัญในการดำเนินนโยบายแก้ไขปัญหาความไม่สงบในจังหวัดชายแดนภาคใต้กว่า 15 ปีที่ผ่านมาของรัฐบาลไทยตั้งแต่อดีตจนถึงปัจจุบัน โดยการใช้จ่ายงบประมาณสำหรับแก้ไขปัญหาในพื้นที่ ตั้งแต่ปี 2547 จนถึงปีงบประมาณ 2561 รวม 15 ปี งบประมาณ โดยรวมคือ 290,901.6 ล้านบาท
  • เอ็กซ์-ไซท์

    รพ.ตำรวจเตรียมทำวิจัยศึกษาสาเหตุการฆ่าตัวตายของตำรวจ หลังพบเพิ่มมากขึ้น
    แนะตรวจให้ละเอียด ตำรวจท้าเสกฟ้อง รอง ผบ.ตร.-ผบช.น.โต้นักร้องดัง ยันบุกจับกุมที่บ้านดำเนินการตามขั้นตอนของกฎหมาย จะใช้สิทธิฟ้องร้องก็เชิญ รองเลขาฯ อย.เตือนตรวจฉี่ซ้ำแยกแยะชนิดยา เสพติด
    จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัยร่วมกับเอกชนผลิตสารเคลือบหมวกกันน็อกกำจัดกลิ่นและฆ่าเชื้อจูงใจคนสวมหมวกวิน
  • x-cite inside

    ปัจจุบันการเรียนรู้ของเด็กได้เปลี่ยนแปลงไป เนื่องจากมีแหล่งเรียนรู้นอกห้องเรียนมากมาย โดยเฉพาะจากสื่อออนไลน์และเทคโนโลยีต่างๆ ที่สามารถเข้าไปพัฒนาการศึกษาของเยาวชนได้โดยไม่ต้องพึ่งตำราและการเรียนในห้องเพียงอย่างเดียว ที่จะทำให้เกิดความเครียดให้แก่ชีวิตพวกเขา รวมทั้งปัญหาสุขภาวะตามมาอีกด้วย
    เมื่อเทศกาลปีใหม่เวียนมาถึง ถือเป็นสัญญาณเริ่มต้นใหม่ของใครหลายๆคน ในการเปิดรับกับสิ่งต่าง ๆ ที่จะเข้ามาในชีวิต บางคนถือโอกาสบอกลาสิ่งไม่ดีในปีเก่า และบางคนใช้ปีใหม่นี้ในการเปลี่ยนแปลงนิสัยและพฤติกรรมการใช้ชีวิตบางอย่างของตัวเอง หรือการเริ่มต้นทำในสิ่งต่าง ๆ ที่ไม่เคยทำ
    โรคติดต่อไม่เรื้อรัง (NCDs) ถือเป็นกลุ่มโรคที่เกิดจากการใช้ชีวิตที่มีความเสี่ยง โดยเฉพาะการกินอาหารที่มากเกินไป รวมทั้งขาดการทำกิจกรรมทางกายที่นำมาโดยโรคอ้วน เบาหวาน หัวใจ ความดันโลหิตสูง อัมพาต อัมพฤกษ์ ที่ทำให้คนบนโลกนี้เสียชีวิตไปมากที่สุด และยิ่งนับวันคนไทยก็มีความเสี่ยงเป็นโรคเหล่านี้มากขึ้น