เปลี่ยนวิถีสากกะเบือไปสู่ทรัมป์บ้า

  • Thursday, November 30, 2017 - 00:00


    แม้เพิ่งปรับ ครม.ไปหมาดๆ แต่สภาวะบรรยากาศรอบข้างรัฐบาลช่วงนี้ ต้องเรียกว่า...เจอกับ สากกะเบือบิน ร่อนไป-ร่อนมา แทบทุกทิศทุกทาง ในฐานะที่เคยดำรงตนเป็น ขาเชียร์ รัฐบาลมาก่อนหน้านี้ คงไม่จำเป็นที่จะต้องคายสาก ออกเรี่ยว ออกแรง สาดใส่เข้าไปอีกดอก เลยต้องขออนุญาตแฉลบออกข้าง ไปว่ากันเรื่องนอกบ้าน นอกประเทศ อีกซักรอบ...
    -----------------------------------------------------
    เพราะเผอิญเมื่อช่วงประมาณตีสามกว่าๆ ของต้นวันพุธที่ 29 พฤศจิกาฯ เจ้าของทรงผมทรมานใจแม่ คิมน้อย แห่งเกาหลีเหนือ ท่านได้ตัดสินใจงัด ลูกบ้าเที่ยวล่าสุด สาดกระบอกข้าวหลามยักษ์ ขีปนาวุธรุ่นใหม่ถอดด้าม ข้ามน้ำข้ามฟ้าจากฐานยิง Sain Ni ในเกาหลีเหนือ มาหล่นปุอยู่แถวๆ เขตเศรษฐกิจจำเพาะในทะเลญี่ปุ่น ถ้าว่ากันตามราคาคุยของสำนักข่าวทางการเกาหลีเหนือ จรวดรุ่นใหม่ หรือขีปนาวุธรุ่นใหม่ที่ว่านี้ คือ ฮวาซอง-15 (Hwasong-15) ที่มีพิสัยทำการไปไกลยิ่งกว่าฮวาซองรุ่นก่อนๆ หรือสามารถไปไกลถึง แผ่นดินใหญ่สหรัฐ ได้อย่างแม่นแท้ แน่นอน...
    ---------------------------------------------------
    และราคาคุยที่ว่า...คงไม่ถึงกับเต็มไปด้วย แมงโม้ มากมายจนเกินไป เพราะกระทั่งโฆษกกระทรวงกลาโหมสหรัฐ พันเอก โรเบิร์ต แมนนิง (Robert Manning) ก็ออกมาแถลงให้ความยอมรับว่า การยิงจรวดทดสอบของเกาหลีเหนือคราวนี้ จัดอยู่ในระดับขีปนาวุธ ICBM (Intercontinental Ballistic Missile) หรือจรวดที่มีพิสัยทำการตั้งแต่ 5,500 กิโลเมตรขึ้นไป แต่เหตุที่มาหล่นปุแถบทะเลญี่ปุ่น ในระยะทางประมาณ 1,000 กิโลเมตร (960 กิโลเมตร) คงเป็นเพราะการ ปรับมุมยิง ของฝ่ายเกาหลีเหนือ ที่ต้องการวางเป้าหมายเอาไว้ตามนั้น จรวดเลยพุ่งสูงๆ เข้าไว้ ถึงระดับความสูงประมาณ 4,500 กิโลเมตรจากภาคพื้นดิน แต่ถ้าหากปรับระดับให้เตี้ยลงมาอีกซักหน่อย โอกาสที่ขีปนาวุธรุ่นล่าสุดของ คิมน้อย จะหล่นใส่หัวกบาลชาวอเมริกัน ยุโรป ออสเตรเลีย ย่อมเป็นไปได้ด้วยกันทั้งสิ้น...
    -----------------------------------------------------
    หรือพูดง่ายๆ ว่า...ขีดความสามารถของฝ่ายเกาหลีเหนือ ในการที่จะทำให้ แผ่นดินใหญ่สหรัฐ กลายเป็น ทะเลเพลิง ตามคำขู่ที่ว่าไว้ก่อนหน้านั้น น่าจะมีความเป็นไปได้สูงยิ่งขึ้นเรื่อยๆ เหลือเพียงแต่จะ ติดหัวรบนิวเคลียร์ ให้กับจรวดแต่ละลูกได้มาก-น้อยขนาดไหน ซึ่งบรรดาผู้รู้ ผู้เชี่ยวชาญ ต่างเห็นพ้องกันซะเป็นส่วนใหญ่ ว่าช่วงระยะเวลาในการพัฒนาหัวรบนิวเคลียร์ของเกาหลีเหนือให้เบ็ดเสร็จ สมบูรณ์นั้น น่าจะอีกไม่ใกล้-ไม่ไกล หรือไม่น่าจะเกิน 1 ปีนับจากนี้ ด้วยเหตุนี้ ความเสี่ยงภัยในชะตากรรมของชาวอเมริกัน จึงน่าจะเหลือช่วงระยะเวลาสั้นลงไปเรื่อยๆ นอกเสียจากต้องเร่งหาข้อยุติ หาทางออกให้เร็วไว มิเช่นนั้น การชดใช้หนี้กรรม ของจักรวรรดิอเมริกา อาจเป็นไปแบบ กรรมติดจรวด ได้ไม่ยากซ์ซ์ซ์...
    ---------------------------------------------------
    แต่การหาข้อยุติ หาทางออก คงเหลืออยู่เพียงแค่ 2 ทางเท่านั้น...คือทางแรก หนีไม่พ้นต้องอาศัย กำลังทหารภาคพื้นดิน ของกองทัพสหรัฐ บุกเข้าไปในเกาหลีเหนือ เพื่อตรวจสอบ ค้นหา และทำลาย โครงสร้างและสิ่งอำนวยความสะดวกของอาวุธนิวเคลียร์ ซึ่งยังไม่รู้ว่าจะซุกๆ ซ่อนๆ อยู่ที่ไหนต่อที่ไหนกันแน่ จะใช้แค่วิธีเอาเครื่องบินไปหย่อนระเบิดใส่หัว คิมน้อย เพียงอย่างเดียวคงไม่น่าได้ผลตามที่หวังและต้องการซักเท่าไหร่ แต่ภายใต้หนทางที่ว่านี้ ฝ่ายเสนาธิการกองทัพอเมริกันเอง ได้ออกมาให้ข้อสรุปไว้เป็นที่เรียบร้อยแล้ว ว่าคงไม่ต่างไปจากการ จุดไฟนรกสุดขอบฟ้า ขึ้นมาในโลกทั้งโลกนั่นเอง โอกาสที่จะสูญเสียชีวิตของผู้คนนับเป็นล้านๆ เกิดการลุกลามขยายตัวไปสู่ สงครามนิวเคลียร์, สงครามโลกครั้งที่ 3 ย่อมเป็นไปได้เสมอ แถมยังมิอาจสรุปได้แน่ชัดว่า กองทัพอเมริกันจะสามารถบรรลุเป้าหมายที่ตั้งเอาไว้ได้แน่นอนหรือไม่...
    --------------------------------------------------------
    ด้วยเหตุนี้...ทางออกที่ยังเหลืออยู่ ย่อมหนีไม่พ้นต้องหาทาง เจรจา นั่นแล อันเป็นทางออกที่มหาอำนาจรายใหม่อย่างจีนและรัสเซีย รวมไปถึงบรรดาประเทศยุโรปจำนวนไม่น้อย ต่าง เห็นควรด้วย ไปด้วยกันทั้งสิ้น เพียงแต่ว่าทางออกที่ว่านี้ดันถูกทำให้ ด้วน โดยตัวคุณพ่ออเมริกาเองนั่นแหละ ที่ไม่ได้คิดสร้างบรรยากาศใดๆ ให้เอื้ออำนวยต่อการเจรจาเอาเลยแม้แต่น้อย ไม่ได้คิดจะหยุดซ้อมรบในคาบสมุทรเกาหลี ไม่ได้เลิกขู่แล้ว ขู่เล่า แถมยังพยายามกดๆ บีบๆ ยกระดับการบอยคอตเกาหลีเหนือครั้งแล้ว ครั้งเล่า กระทั่งประเทศที่ตัวเองพยายามไหว้วานให้เป็นตัวกลางในการเจรจา อย่างคุณพี่จีนเป็นต้น ยังโดนหางเลขจากการยกระดับการบอยคอต จนชักออกอาการฉุนเต่า ฉุนตะพาบ ขึ้นมามิได้...
    --------------------------------------------------------------
    และการทดสอบขีปนาวุธเที่ยวล่าสุดของเกาหลีเหนือคราวนี้...ว่ากันว่าเป็นเพราะความพยายามยกระดับการบอยคอตของอเมริกา ที่ออกจะหนักหน่วง รุนแรง แทบไม่ได้สนใจต่อชีวิตชาวบ้าน ชาวช่อง ประชาชนผู้บริสุทธิ์ ที่กำลังถูกบีบบังคับให้ต้องกินฟาง กินหญ้า ชนิดที่อาจก่อให้เกิด วิกฤติทางมนุษยธรรม ครั้งใหญ่ ดังที่รัฐมนตรีช่วยต่างประเทศรัสเซีย นาย อิกอร์ มอร์กูลอฟ (Igor Morgulov) ได้พยายามวาดภาพให้เห็นขณะเดินทางไปเยือนเกาหลีใต้เมื่อไม่กี่วันมานี้ แต่ก็นั่นแหละ...ไม่ว่าจะกดๆ บีบๆ หนักหนา สาหัส ไปถึงขั้นไหน ผู้นำรัสเซียอย่างประธานาธิบดี ปูติน ท่านก็เคยสรุปเอาไว้แล้วล่วงหน้าว่า แทบไม่ได้ก่อให้เกิดผลบวกใดๆ ขึ้นมาเลยแม้แต่น้อย เพราะต่อให้ชาวเกาหลีเหนือแต่ละราย ต้องหันไปกินหญ้า กินฟาง เป็นอาหาร แต่คงไม่มีรายใดที่คิดจะยินยอมเลิกล้มโครงการพัฒนานิวเคลียร์ อันเป็น เครื่องมือชิ้นเดียว ในการค้ำประกันความปลอดภัยของชาติและของประชาชนชาวเกาหลีเหนือทั้งมวล ลงไปได้ง่ายๆ...
    -------------------------------------------------
    อย่างไรก็ตาม...แม้ทางออกที่ว่า จะกลายเป็นทางออกที่ถูกปิด หรือถูกทำให้ด้วน โดยรัฐบาลอเมริกันก็ตาม แต่ยังน่าดีกว่าการหันไป จุดไฟนรกสุดขอบฟ้า ให้อุบัติขึ้นมาต่อโลกทั้งโลก ดังนั้น...สำหรับบรรดาผู้ใฝ่ใจในสันติภาพ ทั้งหลาย แทนที่จะหันไปสร้างเวร สร้างกรรม ร่วมกับรัฐบาลอเมริกันสร้าง วิกฤตการณ์ทางมนุษยธรรม ด้วยการยกระดับการกดดันเกาหลีเหนือแต่เพียงลำพัง คงต้องเร่งหันมาทางกดดันรัฐบาลอเมริกาให้หันมาหาทางออกที่ว่านี้ควบคู่ไปด้วย จะด้วยการ “บอยคอตทางความรู้สึก” หรือการหันมาด่า หันมาประณาม หันมาสาดสากกะเบือบินใส่ ทรัมป์บ้า ให้พังไปก่อน บิ๊กตู่ ก็น่าจะถือเป็นคุณูปการต่อมวลมนุษยชาติมิใช่น้อย...
    ------------------------------------------------------
    ปิดท้ายด้วยวาทะวันนี้ จาก Benjamin Franklin... There never was a good war or a bad peace.- ไม่เคยมีสงครามที่ดี หรือสันติภาพที่เลว...
    -----------------------------------------------------

  • เปลว สีเงิน

    ก็เห็นใจ "อดีตนายกฯ อภิสิทธิ์"! ที่ดิ้นสู้............ ถึงขั้นเตรียมยื่นศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัย ว่าการออกคำสั่ง คสช.ที่ ๕๓/๒๕๖๐ ของนายกฯ เข้าเงื่อนไขการใช้มาตรา ๔๔ หรือไม่? ในความเห็นผมนะ.......
  • บทบรรณาธิการ

    ข้อมูลที่สำคัญในการดำเนินนโยบายแก้ไขปัญหาความไม่สงบในจังหวัดชายแดนภาคใต้กว่า 15 ปีที่ผ่านมาของรัฐบาลไทยตั้งแต่อดีตจนถึงปัจจุบัน โดยการใช้จ่ายงบประมาณสำหรับแก้ไขปัญหาในพื้นที่ ตั้งแต่ปี 2547 จนถึงปีงบประมาณ 2561 รวม 15 ปี งบประมาณ โดยรวมคือ 290,901.6 ล้านบาท
  • เอ็กซ์-ไซท์

    รพ.ตำรวจเตรียมทำวิจัยศึกษาสาเหตุการฆ่าตัวตายของตำรวจ หลังพบเพิ่มมากขึ้น
    แนะตรวจให้ละเอียด ตำรวจท้าเสกฟ้อง รอง ผบ.ตร.-ผบช.น.โต้นักร้องดัง ยันบุกจับกุมที่บ้านดำเนินการตามขั้นตอนของกฎหมาย จะใช้สิทธิฟ้องร้องก็เชิญ รองเลขาฯ อย.เตือนตรวจฉี่ซ้ำแยกแยะชนิดยา เสพติด
    จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัยร่วมกับเอกชนผลิตสารเคลือบหมวกกันน็อกกำจัดกลิ่นและฆ่าเชื้อจูงใจคนสวมหมวกวิน
  • x-cite inside

    ปัจจุบันการเรียนรู้ของเด็กได้เปลี่ยนแปลงไป เนื่องจากมีแหล่งเรียนรู้นอกห้องเรียนมากมาย โดยเฉพาะจากสื่อออนไลน์และเทคโนโลยีต่างๆ ที่สามารถเข้าไปพัฒนาการศึกษาของเยาวชนได้โดยไม่ต้องพึ่งตำราและการเรียนในห้องเพียงอย่างเดียว ที่จะทำให้เกิดความเครียดให้แก่ชีวิตพวกเขา รวมทั้งปัญหาสุขภาวะตามมาอีกด้วย
    เมื่อเทศกาลปีใหม่เวียนมาถึง ถือเป็นสัญญาณเริ่มต้นใหม่ของใครหลายๆคน ในการเปิดรับกับสิ่งต่าง ๆ ที่จะเข้ามาในชีวิต บางคนถือโอกาสบอกลาสิ่งไม่ดีในปีเก่า และบางคนใช้ปีใหม่นี้ในการเปลี่ยนแปลงนิสัยและพฤติกรรมการใช้ชีวิตบางอย่างของตัวเอง หรือการเริ่มต้นทำในสิ่งต่าง ๆ ที่ไม่เคยทำ
    โรคติดต่อไม่เรื้อรัง (NCDs) ถือเป็นกลุ่มโรคที่เกิดจากการใช้ชีวิตที่มีความเสี่ยง โดยเฉพาะการกินอาหารที่มากเกินไป รวมทั้งขาดการทำกิจกรรมทางกายที่นำมาโดยโรคอ้วน เบาหวาน หัวใจ ความดันโลหิตสูง อัมพาต อัมพฤกษ์ ที่ทำให้คนบนโลกนี้เสียชีวิตไปมากที่สุด และยิ่งนับวันคนไทยก็มีความเสี่ยงเป็นโรคเหล่านี้มากขึ้น