ปกป้อง หรือ ทำลาย

  • Thursday, November 30, 2017 - 00:00


    ปฏิกิริยาตอบโต้จากปฏิบัติการจับกุมแกนนำต้านโรงไฟฟ้าถ่านหินเทพา จ.สงขลา จากสังคมอย่างต่อเนื่องถึงรัฐบาล พล.อ.ประยุทธ์ พร้อมด้วยการตอบโต้ของฝ่ายรัฐ ที่เหมือนจะโหมไฟของความรุนแรงของสถานการณ์ความขัดแย้งให้ทวีเพิ่มมากขึ้น และกำลังสะท้อนปัญหาการบริหารที่ไร้ประสิทธิภาพของรัฐบาล โดยเฉพาะการใช้อำนาจอย่างไร้ความชอบธรรม

    น่าพิเคราะห์ถึงปมปัญหาของเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น ในฝั่งของการเคลื่อนไหวของชาวบ้านที่ออกเดินเท้าเริ่มแรกจากหมู่บ้านบางหลิง อ.เทพา จ.สงขลา อันเป็นพื้นที่ใจกลางก่อสร้างโรงไฟฟ้าถ่านหิน ที่ทั้งหมู่บ้านจะถูกโยกย้าย โดยชาวบ้านออกเดินเป็นระยะทางกว่า 80 กิโลเมตร ตั้งแต่วันที่ 24 พ.ย. เพื่อขอเข้ายื่นหนังสือถึง พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) ในวันที่ 28 พ.ย. ในวาระการประชุม ครม.สัญจรภาคใต้

    เพื่อที่จะสื่อสารถึงความวิตกกังวล ความเดือดร้อน ความไม่ชอบมาพากลของโครงการโรงไฟฟ้าถ่านหิน ต่อนายกรัฐมนตรี อาทิ การขาดการมีส่วนร่วมจากคนในพื้นที่ ไม่มีการพูดคุย หรือรับฟังความคิดเห็นของชาวบ้าน ในการประชุม ครม.ครั้งนี้ หลังจากเดินทางมายื่นหนังสืออย่างต่อเนื่องที่กรุงเทพฯ ในส่วนราชการต่างๆ หรือที่ทำเนียบรัฐบาล แต่ไม่มีเสียงตอบรับ

    นี่คือภาพสะท้อนของชาวบ้านที่ลุกขึ้นปกป้องสิทธิของพวกเขา และต่อสู้ทุกกระบวน และทุกช่องทาง เพื่อส่งเสียงความเดือดร้อนต่อรัฐบาล หรือหน่วยงานที่รับผิดชอบ เป็นข้อกังวลของเจ้าของพื้นที่ ที่ส่งเสียงถึงรัฐบาลที่บริหารประเทศกำลังได้รับผลกระทบจากนโยบายของรัฐขนาดใหญ่ที่เดินหน้าพัฒนาโดยเข่นฆ่าประชาชนในพื้นที่

    เป็นการสื่อสารของชาวบ้านอย่างสันติต่อรัฐบาล เลือกที่จะใช้วิธีเดินเท้ากว่า 80 กิโลเมตร ท่ามกลางสายฝน เพื่อไปยื่นหนังสือ จม.พูดคุย บอกเล่าข้อกังวล นำเสนอความคิดเห็นที่แตกต่าง ตามสิทธิของประชาชนในประเทศที่พึงมีตามกฎหมาย ได้พูดคุย สะท้อนข้อมูลอีกฝั่งอีกด้านที่ได้รับผลกระทบจากโครงการโรงไฟฟ้าถ่านหิน

    โดยเฉพาะข้อมูลที่มีความบกพร่อง และไม่ตรงกับข้อเท็จจริงในพื้นที่ ทั้งในเรื่องการศึกษาอีเอชไอเอ ที่ศึกษาไม่ครอบคลุมรอบด้าน และเมินเฉยต่อข้อเสนอ ข้อท้วงติง จากข้อมูลเป็นกลาง จากนักวิชาการในสถาบันการศึกษาในพื้นที่ รวมถึงกระบวนการไม่ชอบมาพากลในการอนุมัติโครงการ

    ขณะเดียวกัน สิ่งสำคัญไปกว่านั้นคือ พื้นที่โครงการที่จะเกิดขึ้น จะต้องมีการอพยพ โยกย้าย ชาวบ้านในพื้นที่จากแผ่นดินเกิด แผ่นดินของความอุดมสมบูรณ์ ที่หาเลี้ยงชีวิตให้ดำรงอยู่อย่างมีศักดิ์ศรี นี่คือการถอนรากถอนโคนชีวิตของพวกเขา และแทนที่ด้วยอนาคตของโครงการขนาดใหญ่ ที่แทบไม่ได้ตระหนักตัวตนของชาวบ้านเหล่านี้ ว่าจะอยู่กันอย่างไร หรือมีอะไรเป็นหลักประกันในชีวิตต่อไปได้ในอนาคต ทั้งชีวิตตัวเอง หรือลูกหลานวันข้างหน้า

    นอกจากรัฐบาล พล.อ.ประยุทธ์ เลือกที่จะไม่เคารพความคิดเห็นที่แตกต่าง หรือข้อมูลอีกฝั่งอีกด้านของคนที่อยู่ในพื้นที่ กลับใช้วิธีการสลายการชุมนุม จับกุมแกนนำ ทุบตีชาวบ้าน กระทำประหนึ่งชาวบ้านเป็นอาชญากร ใส่โซ่ตรวน คุมขัง เพียงแค่มายื่นหนังสือ ต่อนายกรัฐมนตรี เป็นความจริงที่ย้อนแย้ง ในหน้าที่ของรัฐ ระหว่างปกป้องประชาชน หรือทำลาย คุกคาม ชีวิตของพวกเขา

    เหตุการณ์ที่เกิดขึ้นกับชาวบ้านเทพา กำลังฉายภาพสะท้อนการบริหารประเทศของรัฐบาล พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา และคณะ คสช. ที่เลือกจะกระทำต่อประชาชนด้วยการกดขี่ ข่มขู่ และใช้อำนาจกฎหมายเป็นกลไกในการกดหัว ปราบปราม กักขัง ยัดข้อหาบ้าน ที่ออกมาปกป้อง รักษาทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ผืนแผ่นดินเกิด ยืนยันสิทธิในพื้นที่ที่พวกเขาได้สถาปนาสิทธิ์ไว้แต่ดั้งเดิม และดำรงอยู่สืบทอดกันมา

    การลุกขึ้นสู้ของชาวบ้านเทพา และพื้นที่อื่นๆ คงเกิดขึ้นอย่างต่อเนื่องทั่วประเทศ ซึ่งสะท้อนการใช้อำนาจอย่างไร้ความชอบธรรม และการบริหารที่ไร้ประสิทธิภาพในการแก้ไขปัญหาของรัฐบาล พล.อ.ประยุทธ์ ผสมโรงกับระบบราชการอันเน่าผุพังของสังคมไทย ที่ไม่สามารถเป็นที่พึ่งพิงได้ อยู่ในวังวนผลประโยชน์ อำนาจรัฐผนึกนายทุน และผลักชาวบ้านที่ลุกขึ้นสู้ปกป้องชีวิตของพวกเขาเป็นศัตรู?.

  • เปลว สีเงิน

    ก็เห็นใจ "อดีตนายกฯ อภิสิทธิ์"! ที่ดิ้นสู้............ ถึงขั้นเตรียมยื่นศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัย ว่าการออกคำสั่ง คสช.ที่ ๕๓/๒๕๖๐ ของนายกฯ เข้าเงื่อนไขการใช้มาตรา ๔๔ หรือไม่? ในความเห็นผมนะ.......
  • บทบรรณาธิการ

    ข้อมูลที่สำคัญในการดำเนินนโยบายแก้ไขปัญหาความไม่สงบในจังหวัดชายแดนภาคใต้กว่า 15 ปีที่ผ่านมาของรัฐบาลไทยตั้งแต่อดีตจนถึงปัจจุบัน โดยการใช้จ่ายงบประมาณสำหรับแก้ไขปัญหาในพื้นที่ ตั้งแต่ปี 2547 จนถึงปีงบประมาณ 2561 รวม 15 ปี งบประมาณ โดยรวมคือ 290,901.6 ล้านบาท
  • เอ็กซ์-ไซท์

    รพ.ตำรวจเตรียมทำวิจัยศึกษาสาเหตุการฆ่าตัวตายของตำรวจ หลังพบเพิ่มมากขึ้น
    แนะตรวจให้ละเอียด ตำรวจท้าเสกฟ้อง รอง ผบ.ตร.-ผบช.น.โต้นักร้องดัง ยันบุกจับกุมที่บ้านดำเนินการตามขั้นตอนของกฎหมาย จะใช้สิทธิฟ้องร้องก็เชิญ รองเลขาฯ อย.เตือนตรวจฉี่ซ้ำแยกแยะชนิดยา เสพติด
    จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัยร่วมกับเอกชนผลิตสารเคลือบหมวกกันน็อกกำจัดกลิ่นและฆ่าเชื้อจูงใจคนสวมหมวกวิน
  • x-cite inside

    ปัจจุบันการเรียนรู้ของเด็กได้เปลี่ยนแปลงไป เนื่องจากมีแหล่งเรียนรู้นอกห้องเรียนมากมาย โดยเฉพาะจากสื่อออนไลน์และเทคโนโลยีต่างๆ ที่สามารถเข้าไปพัฒนาการศึกษาของเยาวชนได้โดยไม่ต้องพึ่งตำราและการเรียนในห้องเพียงอย่างเดียว ที่จะทำให้เกิดความเครียดให้แก่ชีวิตพวกเขา รวมทั้งปัญหาสุขภาวะตามมาอีกด้วย
    เมื่อเทศกาลปีใหม่เวียนมาถึง ถือเป็นสัญญาณเริ่มต้นใหม่ของใครหลายๆคน ในการเปิดรับกับสิ่งต่าง ๆ ที่จะเข้ามาในชีวิต บางคนถือโอกาสบอกลาสิ่งไม่ดีในปีเก่า และบางคนใช้ปีใหม่นี้ในการเปลี่ยนแปลงนิสัยและพฤติกรรมการใช้ชีวิตบางอย่างของตัวเอง หรือการเริ่มต้นทำในสิ่งต่าง ๆ ที่ไม่เคยทำ
    โรคติดต่อไม่เรื้อรัง (NCDs) ถือเป็นกลุ่มโรคที่เกิดจากการใช้ชีวิตที่มีความเสี่ยง โดยเฉพาะการกินอาหารที่มากเกินไป รวมทั้งขาดการทำกิจกรรมทางกายที่นำมาโดยโรคอ้วน เบาหวาน หัวใจ ความดันโลหิตสูง อัมพาต อัมพฤกษ์ ที่ทำให้คนบนโลกนี้เสียชีวิตไปมากที่สุด และยิ่งนับวันคนไทยก็มีความเสี่ยงเป็นโรคเหล่านี้มากขึ้น