ปลดล็อกงบอปท.1.5 แสนล้าน 'บิ๊กตู่'ส่งสัญญาณยุบ!

  • Thursday, November 30, 2017 - 13:47

      เป็นจังหวะ-ท่าที ในทิศทางที่น่าสนใจ กับผลการประชุมคณะรัฐมนตรีสัญจรที่จังหวัดสงขลาเมื่อ 28 พ.ย.ที่ผ่านมา ตามคำเปิดเผยของ พล.ท.สรรเสริญ แก้วกำเนิด โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี ที่บอกว่า ที่ประชุม ครม.รับทราบแนวทางการใช้จ่ายเงินสะสมขององค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น (อปท.) เพื่อสนับสนุนนโยบายของรัฐบาลในการกระตุ้นเศรษฐกิจ ตามที่กระทรวงมหาดไทยเสนอ โดย อปท.สามารถนำเงินสะสมของตนเองไปสร้างความเข้มแข็งในพื้นที่ได้ เช่น การซ่อมแซมถนนหนทาง สนามกีฬา ระบบระบายน้ำ เป็นต้น

    พล.ท.สรรเสริญย้ำว่า กรอบการใช้งบดังกล่าวของ อปท. ต้องเป็นไปเพื่อประโยชน์ของประชาชนอย่างแท้จริง ไม่เป็นการใช้จ่ายในกิจกรรมที่ไม่เกิดประโยชน์หรือฟุ่มเฟือยเกินความจำเป็น และต้องปฏิบัติตามหลักเกณฑ์ เงื่อนไข การใช้จ่ายเงินสะสม ตามระเบียบกระทรวงมหาดไทย โดยจะต้องคำนึงถึงสถานะทางการคลัง เสถียรภาพทางการเงินการคลังในระยะยาว

        “เนื่องจากเงินสะสมของ อปท.ทั่วประเทศที่มีอยู่ราว 3 แสนล้านบาทนั้น ไม่สามารถนำมาใช้ทั้งหมดได้ โดยครึ่งหนึ่งจะต้องกันเอาไว้สำหรับการบริหารงาน สำนักงบประมาณจึงต้องรับข้อเสนอดังกล่าวไปทำให้เหมาะสม”

       งบ อปท.ดังกล่าว ที่คิดจากครึ่งหนึ่งของ 3 แสนล้านบาทก็คือ 1.5 แสนล้านบาท ไม่ใช่งบที่ตั้งใหม่หรือไปดึงมาจากงบกลาง แต่เป็นงบที่ อปท.มีสะสมไว้อยู่แล้วตามระเบียบของกระทรวงมหาดไทย และช่วง 1-2 ปีที่ผ่านมาปรากฏว่างบดังกล่าวของท้องถิ่นเพิ่มสูงขึ้นมาก จากสาเหตุหลักที่คนใน "คณะกรรมการกระจายอำนาจให้แก่องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น” ให้ข้อมูลเองว่า เป็นเพราะ"อปท.ไม่กล้าใช้เงิน-การใช้เงินติดขัดระเบียบและถูกตรวจสอบอย่างหนักจากสำนักงานตรวจเงินแผ่นดิน จนทำให้ผู้บริหาร อปท.เกรงจะมีความผิด เกรงจะถูกหัวหน้า คสช.ใช้มาตรา 44 สั่งให้หยุดพักการปฏิบัติหน้าที่ หาก สตง.ทำเรื่องเสนอ หลังที่ผ่านมาผู้บริหาร อปท.ถูกมาตรา 44 แขวนไว้จำนวนมาก โดยเฉพาะระดับ อบจ.-เทศบาล เงินท้องถิ่นที่มาจากเงินอุดหนุนของรัฐบาลและเงินภาษีที่เก็บได้ในท้องถิ่น จึงไม่ถูกนำไปใช้ ทำให้ยอดเงินสะสมเพิ่มสูงเรื่อยๆ จนปัจจุบันเกินสามแสนล้านบาท”

       จากสภาพปัจจุบันที่เศรษฐกิจในภาพรวมยังไม่ดีขึ้น หลายโครงการที่รัฐบาลสั่งอัดฉีดงบลงในเศรษฐกิจฐานรากเช่น ตำบลละ 5 ล้านบาท เงินไม่หมุนในท้องถิ่น ชุมชน อย่างที่รัฐบาลวาดฝัน

    ทำให้เมื่อเร็วๆ นี้ สมคิด จาตุศรีพิทักษ์ รองนายกรัฐมนตรี หัวหน้าทีมเศรษฐกิจออกมาระบุว่า จะต้องมีการ "ทะลวงท่อ” งบ อปท. เพื่อทำให้จีดีพีในปีหน้า โตระดับ 4-5% ภายใต้การผลักดัน 3 ด้านเพื่อสร้างการเติบโต ได้แก่ 1.การช่วยเหลือผู้มีรายได้น้อย 2.การเดินหน้าลงทุนโครงสร้างพื้นฐานที่สำคัญของประเทศ 3.การเตรียมความพร้อมเข้าสู่โลกยุคดิจิทัล

       “สมคิด” จึงหารือกับกระทรวงการคลัง-มหาดไทย-สำนักงบประมาณ ให้ปลดล็อก-ผ่อนคลาย การใช้เงินของท้องถิ่นดังกล่าว เพื่อต้องการเร่งเสริมสร้างสภาพคล่องให้กับประชาชนในระดับฐานราก เช่น การจ้างงาน ส่งเสริมให้เกิดวิสาหกิจชุมชน การท่องเที่ยวระดับชุมชน ภายใต้กรอบใหญ่ของนโยบาย "ประชารัฐ”

        เมื่อหัวหน้าทีมเศรษฐกิจส่งสัญญาณมาเช่นนี้ และรัฐบาลเหลือเวลาการทำงานอีกปีกว่า โดยที่ "ปัญหาเศรษฐกิจ” ยังเป็นจุดอ่อนสำคัญของรัฐบาล ความพยายามผลักดันให้ อปท.มีการใช้เงินดังกล่าว จึงเกิดขึ้น ยิ่งต่อจากนี้รัฐบาลมีเดิมพันสูงพอสมควร หากปีหน้า เศรษฐกิจยังไม่ดีขึ้น คสช.ลำบากแน่ โดยเฉพาะหากคิดจะไปต่อทางการเมือง

     ขณะเดียวกัน การที่รัฐบาลพยายามปลดล็อกให้มีการใช้เงิน อปท.ดังกล่าวร่วม 1.5 แสนล้านบาท รัฐบาลก็ต้องมั่นใจว่าเมื่อปลดล็อกแล้ว จะต้องไม่เกิดการรั่วไหล เกิดการทุจริตเกิดขึ้น เพราะที่ผ่านมา อปท.ก็ค่อนข้างมีปัญหาในเรื่องความโปร่งใส-การทุจริตอยู่แล้ว รัฐบาลคงต้องระวังเรื่องนี้มากพอสมควร จะไปหวังพึ่งแต่หน่วยงานเช่น สตง. อย่างเดียวคงไม่ไหว

    หากมองในบริบทการเมือง การที่ ครม.ไฟเขียว ปลดล็อกการใช้เงิน อปท.ดังกล่าว และมาทำในจังหวะที่รัฐบาลส่งสัญญาณ "ปลดล็อกการเลือกตั้งท้องถิ่น”

    ในทางการเมือง ก็เห็นได้ว่า มันก็คือการซื้อใจนักการเมืองท้องถิ่น-สร้างฐานการเมืองท้องถิ่น ให้กับ คสช.ด้วยนั่นเอง เพราะเมื่อรัฐบาลไฟเขียวการใช้เงิน อปท.ร่วม 1.5 แสนล้านบาท และอาจให้มีการเลือกตั้งท้องถิ่นในปีหน้า เท่ากับทำให้ อปท.จะได้ทั้งอำนาจการเมืองและอำนาจการใช้เงินในมือ เห็นชัดว่านี้คือ หมากซื้อใจท้องถิ่นเต็มๆ ของ คสช.

    กระนั้นก็มีการกระตุกจาก “บิ๊กตู่-พล.อ.ประยุทธ์” เอาไว้แล้วว่าหากท้องถิ่น ไม่ขับเคลื่อนนโยบายประชารัฐ ก็อาจเจอชะตากรรมยุบได้!!!

     "ท้องถิ่นจะต้องร่วมกันเดินหน้าประชารัฐ สร้างความเข้มแข็งให้พื้นที่ ต้องคิดใหม่ ทำใหม่ ถ้าทำไม่ได้ยุบก็ต้องยุบ ท้องถิ่นต้องปรับปรุงตัวเอง ต้องรับผิดชอบงานที่กระจายอำนาจไปแล้วให้ได้” ( พล.อ.ประยุทธ์กล่าวที่สงขลา วันที่ 28 พ.ย.)

    เป็นคำเตือน ท่ามกลางข้อเสนอจากบางฝ่ายก่อนหน้านี้ เช่น กมธ.ของสภาขับเคลื่อนปฏิรูปประเทศที่เสนอให้แก้กฎหมาย เพื่อยุบ อบต.ทั่วประเทศไปรวมกับเทศบาล เพื่อให้ท้องถิ่นเหลือแค่เทศบาลกับ อบจ.

    ท่าทีของ คสช.ที่ปลดล็อกเงิน อปท. และจะให้มีการเลือกตั้งท้องถิ่น จึงมีทั้งซื้อใจ-สร้างสัมพันธ์อันดีกับ อปท. แต่ก็ส่งสัญญาณไว้ว่า หากไม่อยู่ในกรอบที่ต้องการ ก็มีไม้เรียวคอยกำราบ ด้วยการยุบ-รวม อย่างที่บางฝ่ายชงเรื่องมาให้ คสช. 

  • เปลว สีเงิน

    ก็เห็นใจ "อดีตนายกฯ อภิสิทธิ์"! ที่ดิ้นสู้............ ถึงขั้นเตรียมยื่นศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัย ว่าการออกคำสั่ง คสช.ที่ ๕๓/๒๕๖๐ ของนายกฯ เข้าเงื่อนไขการใช้มาตรา ๔๔ หรือไม่? ในความเห็นผมนะ.......
  • บทบรรณาธิการ

    ข้อมูลที่สำคัญในการดำเนินนโยบายแก้ไขปัญหาความไม่สงบในจังหวัดชายแดนภาคใต้กว่า 15 ปีที่ผ่านมาของรัฐบาลไทยตั้งแต่อดีตจนถึงปัจจุบัน โดยการใช้จ่ายงบประมาณสำหรับแก้ไขปัญหาในพื้นที่ ตั้งแต่ปี 2547 จนถึงปีงบประมาณ 2561 รวม 15 ปี งบประมาณ โดยรวมคือ 290,901.6 ล้านบาท
  • เอ็กซ์-ไซท์

    รพ.ตำรวจเตรียมทำวิจัยศึกษาสาเหตุการฆ่าตัวตายของตำรวจ หลังพบเพิ่มมากขึ้น
    แนะตรวจให้ละเอียด ตำรวจท้าเสกฟ้อง รอง ผบ.ตร.-ผบช.น.โต้นักร้องดัง ยันบุกจับกุมที่บ้านดำเนินการตามขั้นตอนของกฎหมาย จะใช้สิทธิฟ้องร้องก็เชิญ รองเลขาฯ อย.เตือนตรวจฉี่ซ้ำแยกแยะชนิดยา เสพติด
    จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัยร่วมกับเอกชนผลิตสารเคลือบหมวกกันน็อกกำจัดกลิ่นและฆ่าเชื้อจูงใจคนสวมหมวกวิน
  • x-cite inside

    ปัจจุบันการเรียนรู้ของเด็กได้เปลี่ยนแปลงไป เนื่องจากมีแหล่งเรียนรู้นอกห้องเรียนมากมาย โดยเฉพาะจากสื่อออนไลน์และเทคโนโลยีต่างๆ ที่สามารถเข้าไปพัฒนาการศึกษาของเยาวชนได้โดยไม่ต้องพึ่งตำราและการเรียนในห้องเพียงอย่างเดียว ที่จะทำให้เกิดความเครียดให้แก่ชีวิตพวกเขา รวมทั้งปัญหาสุขภาวะตามมาอีกด้วย
    เมื่อเทศกาลปีใหม่เวียนมาถึง ถือเป็นสัญญาณเริ่มต้นใหม่ของใครหลายๆคน ในการเปิดรับกับสิ่งต่าง ๆ ที่จะเข้ามาในชีวิต บางคนถือโอกาสบอกลาสิ่งไม่ดีในปีเก่า และบางคนใช้ปีใหม่นี้ในการเปลี่ยนแปลงนิสัยและพฤติกรรมการใช้ชีวิตบางอย่างของตัวเอง หรือการเริ่มต้นทำในสิ่งต่าง ๆ ที่ไม่เคยทำ
    โรคติดต่อไม่เรื้อรัง (NCDs) ถือเป็นกลุ่มโรคที่เกิดจากการใช้ชีวิตที่มีความเสี่ยง โดยเฉพาะการกินอาหารที่มากเกินไป รวมทั้งขาดการทำกิจกรรมทางกายที่นำมาโดยโรคอ้วน เบาหวาน หัวใจ ความดันโลหิตสูง อัมพาต อัมพฤกษ์ ที่ทำให้คนบนโลกนี้เสียชีวิตไปมากที่สุด และยิ่งนับวันคนไทยก็มีความเสี่ยงเป็นโรคเหล่านี้มากขึ้น