Amazing Green : A’Maze 2017 ท่องเที่ยวเชิงเกษตรสร้างสรรค์ กาญจนบุรี

  • Wednesday, November 15, 2017 - 00:00


    การท่องเที่ยวเชิงเกษตรสร้างสรรค์ นับเป็นอีกหนึ่งรูปแบบของการเดินทางที่ทำให้ผู้คนได้เข้าไปเรียนรู้
    ถึงภูมิปัญญาท้องถิ่น และเป็นการช่วยกระจายรายได้สู่ชุมชนที่มีแหล่งท่องเที่ยวเชิงเกษตร
    ตลอดจนคำนึงถึงการดูแลทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมเพื่อการเติบโตอย่างยั่งยืน สอดคล้องกับแคมเปญใหญ่
    “ปีท่องเที่ยววิถีไทย เก๋ไก๋อย่างยั่งยืน” ประจำปี 2561” ของการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.)

    นายวิศรุต อินแหยม ผู้อำนวยการการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) สำนักงานกาญจนบุรี
    (รับผิดชอบจังหวัดกาญจนบุรี-ราชบุรี) กล่าวว่า ททท.เล็งเห็นว่าอุตสาหกรรมท่องเที่ยวเป็นหนึ่งฟันเฟืองในการขับเคลื่อนเศรษฐกิจ
    โดยรวมของประเทศ ไม่เพียงแต่มุ่งเน้นการส่งเสริมรายได้ทางการท่องเที่ยวเพียงอย่างเดียว
    แต่คำนึงถึงความยั่งยืนในทุกมิติ โดยการเปลี่ยนพื้นที่ทางการเกษตรให้กลายเป็นแหล่งท่องเที่ยว
    Creative Agri-Tourism เพื่อเพิ่มมูลค่าให้สินค้าทางการเกษตร พร้อมกับดึงดูดให้นักท่องเที่ยวเดินทางไปยังแหล่งเพาะปลูก
    เพื่อเป็นการเสริมสร้างและกระจายรายได้สู่ท้องถิ่นและชุมชนได้อีกทางหนึ่ง

    ทั้งนี้ ททท.จึงได้จัดทำโครงการต้นแบบท่องเที่ยวเพื่อเกษตรยั่งยืน Amazing Green : A’Maze 2017
    ขึ้นในวันที่ 18-19 และ 25-26 พฤศจิกายน 2560 ที่ วิทยาลัยเกษตรและเทคโนโลยีกาญจนบุรี อำเภอเมือง จังหวัดกาญจนบุรี
    โดยการแปลงพื้นที่กว่า 68 ไร่ให้กลายเป็นเขาวงกตที่มาจากทุ่งข้าวโพด (Corn Maze) และฐานกิจกรรมการเรียนรู้

    โดยมีกลุ่มเป้าหมายหลักคือ ครอบครัวสมัยใหม่ (Millenial Family) ที่มีลูกหลานอายุระหว่าง 4-10 ปี
    ได้มาท่องเที่ยวและเรียนรู้สิ่งต่างๆ จากธรรมชาติ เพื่อปลูกฝังความเข้าใจเกี่ยวกับที่มาของผลผลิตทางการเกษตร
    เห็นคุณค่าของเกษตรกร เพิ่มทักษะการเรียนรู้ และเสริมสร้างพัฒนาการทางอารมณ์ที่มากกว่าการเรียนรู้ในห้องเรียน
    นอกจากนี้ยังเป็นการสร้างประโยชน์และสร้างรายได้ให้แก่กลุ่มเกษตรกร กลุ่มชาวบ้านภายในท้องถิ่นอีกด้วย

    สำหรับ กิจกรรมภายในงาน Amazing Green : A’Maze 2017 บนพื้นที่กว่า 68 ไร่
    ประกอบด้วย 7 กิจกรรมหลักเพื่อส่งเสริมการเรียนรู้ต่างๆ ได้แก่

    1. Corn Maze : เขาวงกตจากทุ่งต้นข้าวโพด การผจญภัยในเขาวงกตไร่ข้าวโพด
    บนเนื้อที่กว่า 9 ไร่ (ทางเดินกว่า 1.5 กิโลเมตร) ภายในเขาวงกตจะมีฐานกิจกรรมต่างๆ
    ที่จะช่วยเสริมสร้างความรู้รอบตัวเกี่ยวกับการเกษตร และจังหวัดกาญจนบุรี เพื่อช่วยพัฒนาทักษะการใช้ไหวพริบ
    และจินตนาการต่างๆ ผ่านเกมและกิจกรรมที่ท้าทาย ส่วนผู้ใหญ่ก็จะได้เล่นสนุกเหมือนได้กลับไปเป็นเด็กอีกครั้ง
    หากคนไหนสามารถพิชิตกิจกรรมได้ครบทุกฐานก็มีรางวัลสุด Eco ที่ได้รับการออกแบบเป็นพิเศษจากสิ่งที่เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม
    แจกให้เด็กๆ นำกลับบ้านเพื่อเป็นรางวัลแห่งความภาคภูมิใจอีกด้วย ใครกลัวว่าระยะทางในเขาวงกตจะไกลจนเดินไม่ไหว
    เราก็มี Skywalk ที่สามารถเดินขึ้นได้จากทางเข้างานเพื่อไปยังจุดชมวิวทั่วบริเวณงาน
    และยังเป็นเส้นทางลัดไปยังโซนอื่นๆ ภายในงานได้

    2. Playground : ลานกิจกรรม ลานกิจกรรมการเรียนรู้ในรูปแบบของสนามเด็กเล่นขนาดใหญ่
    เปิดพื้นที่ให้เด็กๆ ได้เรียนรู้ทักษะต่างๆ และช่วยพัฒนากล้ามเนื้อ ฝึกการเคลื่อนไหวผ่านการเล่นเครื่องเล่นต่างๆ
    ทั้งวิ่ง ปีนป่าย กระโดด และขี่จักรยานในบรรยากาศทุ่งกว้าง ยิ่งไปกว่านั้น เด็กๆ
    ยังจะได้พบเจอกับเพื่อนใหม่ เรียนรู้การช่วยเหลือ แบ่งปัน และการอยู่ร่วมกัน

    3. Farm Pavilion : ฟาร์มมากความรู้ ฐานกิจกรรมเรียนรู้การเป็นเกษตรกร ให้เด็กๆ
    และผู้ใหญ่ได้ลงมือปลูก และเก็บเกี่ยวผลิตผลทางการเกษตร อีกทั้งยังมีเกษตรกรตัวจริงและผู้เชี่ยวชาญ
    คอยให้ความรู้และแนะนำอยู่ข้างๆ ทุกคนจะได้นำต้นไม้ที่ตัวเองปลูกกลับไปดูแลและเฝ้าดูการเจริญเติบโตที่บ้าน
    เพื่อที่จะได้ตระหนักถึงคุณค่าของผลผลิตจากเกษตรกร

    4. DIY Workshop : กิจกรรม DIY น่าสนุก กิจกรรมสร้างสรรค์ง่ายๆ ที่ทั้งเด็กและผู้ใหญ่จะได้ลงมือทำงานฝีมือ
    ที่มีชิ้นเดียวในโลก จากผลผลิตทางการเกษตรและวัสดุใกล้ตัว นอกจากจะได้เสริมสร้างจินตนาการ
    พัฒนาการทางศิลปะและอารมณ์แล้ว ยังได้เรียนรู้ที่จะสร้างมูลค่าเพิ่มให้กับวัสดุเหลือใช้จากการเกษตร
    และยังสามารถเก็บเป็นของที่ระลึกนำกลับบ้านได้ด้วย

    5. Talk & Show : การแสดงและสัมภาษณ์เพื่อสร้างแรงบันดาลใจ เวทีเสวนาที่จะเปิดโอกาสให้ผู้เชี่ยวชาญ
    และผู้สร้างแรงบันดาลใจต่างๆ มาร่วมเล่าประสบการณ์และแนวคิดดีๆ ไม่ว่าจะเป็นการเดินทางท่องเที่ยว
    ประโยชน์จากการเลี้ยงลูกนอกบ้าน และการแสดงอื่นๆ ที่น่าสนใจให้มาร่วมสนุกไปด้วยกัน

    6. Eco-Product Exhibition เนื่องจากทางเราได้จัดประกวดออกแบบผลิตภัณฑ์ที่จะใช้แจกเป็นของรางวัล
    ในการร่วมเล่นฐานต่างๆ ในเขาวงกต จากวัสดุที่เป็นมิตรกับธรรมชาติจากนักสร้างสรรค์ต่างๆ
    จึงได้รวบรวมผลงานของทุกคนมาจัดเป็นนิทรรศการที่ผู้เข้าร่วมงานสามารถแวะเข้าไปดูไอเดียสุดสร้างสรรค์
    ที่ตอบโจทย์ทั้งเรื่องสิ่งแวดล้อมและเสริมสร้างการเรียนรู้ของเด็กได้อย่างหลากหลายและน่าสนใจ

    7. Local Market : ตลาดท้องถิ่นสุดจริงใจ ได้คัดสรรร้านจำหน่ายผลิตภัณฑ์พืชผลทางการเกษตรท้องถิ่น
    ขึ้นชื่อของเมืองกาญจนบุรี และจังหวัดใกล้เคียงมาไว้ที่นี่ที่เดียว เพื่อให้ทุกคนได้เลือกช็อป ชิม ไม่ว่าจะเป็นอาหาร
    เครื่องดื่ม สินค้าท้องถิ่นที่ดีและมีคุณภาพ เพื่อถ่ายทอดภูมิปัญญาท้องถิ่นและช่วยกระจายรายได้สู่คนท้องถิ่นโดยตรง
    พิเศษ (โซนแถม) เพลิดเพลินไปกับอาหาร เครื่องดื่ม และของว่างที่ปรุงจากแม่ครัวและวัตถุดิบท้องถิ่นขึ้นชื่อ
    ของจังหวัดกาญจนบุรีให้แวะเติมพลังและนั่งพัก เพื่อไปสนุกต่อกับฐานกิจกรรมต่างๆ

    ทั้งนี้ สำหรับราคาบัตร (จำหน่ายบัตรเฉพาะวันที่ 18-19, 25-26 พฤศจิกายน 60) เด็กอายุต่ำกว่า 4 ปี
    เข้าฟรี/เด็กอายุ 4-10 ปี ราคา 750 บาท (ต่อคน) และอายุ 11 ปีขึ้นไป ราคา 500 บาท*
    (ราคานี้รวมค่าเข้างาน ค่าเข้าร่วมกิจกรรมทุกกิจกรรมในงาน พร้อมค่าอาหารและเครื่องดื่ม)
    เปิดจองบัตรตั้งแต่วันที่ 1 ตุลาคม 2560 ที่ www.amazinggreenthailand.com เท่านั้น
    ดูรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ Facebook: Amazing Green Thailand www.amazinggreenthailand.com

    ผู้อำนวยการ ททท.สำนักงานกาญจนบุรี กล่าวต่อว่า เมืองกาญจนบุรียังมีอีกหนึ่งกิจกรรมไม่ควรพลาดในช่วงนี้
    คือ งาน “สัปดาห์สะพานข้ามแม่น้ำแคว และงานกาชาดจังหวัดกาญจนบุรี ประจำปี 2560”
    ในระหว่างวันที่ 24 พฤศจิกายน-6 ธันวาคม 2560 ณ บริเวณสะพานข้ามแม่น้ำแคว และลานข้างสนามกลีบบัว อำเภอเมืองกาญจนบุรี

    สำหรับรูปแบบการจัดงานในปีนี้ ร่วมย้อนอดีตสงครามโลกครั้งที่ 2 ที่ยิ่งใหญ่ตระการตา
    โดยนำเสนอประวัติความเป็นมาการสร้างทางรถไฟสายมรณะ บอกเล่าเรื่องราวความเป็นมาของอดีต
    โดยการผสมผสานเทคนิคระบบแสง เสียง สร้างบรรยากาศที่ยิ่งใหญ่สวยงาม
    ภายในงานยังมีการออกร้านของกาชาดจังหวัดกาญจนบุรี นิทรรศการหน่วยงานราชการ
    หน่วยงานรัฐวิสาหกิจ สถาบันการศึกษา การแสดงมินิมอเตอร์โชว์ การแสดงดนตรีมหรสพต่างๆ

    สำหรับรอบการแสดงแสง เสียง ในวันที่ 24-25 พ.ย. และ 1-2 ธ.ค.2560 มีการแสดงแสง เสียง วันละ 2 รอบ
    รอบแรก เวลา 19.00 น. และรอบที่ 2 เวลา 20.30 น. ในวันที่ 26-30 พ.ย. และ 3-6 ธ.ค. 60
    มีการแสดงแสง เสียง วันละ 1 รอบ เวลา 20.00 น. มีที่นั่งทั้งหมดกว่า 1,200 ที่นั่ง จำหน่ายบัตรในราคา 300 บาททุกที่นั่ง
    สำรองที่นั่งเข้าชมการแสดงแสง เสียง ล่วงหน้าได้ที่ สำนักงานจังหวัดกาญจนบุรี ศาลากลางจังหวัดกาญจนบุรี
    โทร. 0-3451-1778, 0-3451-5208 หรือซื้อบัตรเข้าชมได้ที่หน้างาน

    นอกจากเที่ยวงานสัปดาห์สะพานข้ามแม่น้ำแควฯ แล้ว นักท่องเที่ยวยังสามารถเดินทางชมแหล่งท่องเที่ยว
    ของจังหวัดกาญจนบุรีซึ่งมีแหล่งท่องเที่ยวหลากหลาย ทั้งธรรมชาติ ประวัติศาสตร์ และวัฒนธรรมประเพณี
    อาทิ อุทยานประวัติศาสตร์ปราสาทเมืองสิงห์, พิพิธภัณฑ์สงครามและทางรถไฟสายมรณะ, ล่องแพเล่นน้ำที่เขื่อนวชิราลงกรณ และเขื่อนศรีนครินทร์

    อีกทั้ง ในช่วงฤดูกาลนี้อยากเชิญชวนให้เข้าไปพิชิตยอดเขาสัมผัสอากาศหนาวเย็น และสามารถเดินป่าศึกษาธรรมชาติที่งดงาม
    ได้ที่เขาช้างเผือก อุทยานแห่งชาติทองผาภูมิ และเขาสันหนอกวัว อุทยานแห่งชาติเขาแหลม
    หรือจะเลือกย้อนอดีตชมเมืองแร่ปิล็อกที่บ้านอีต่อง ชมวิถีชีวิตวัฒนธรรมชาวมอญสังขละบุรี และชมวิถีชีวิตช้างไทย เป็นต้น

    “เชื่อว่าการท่องเที่ยวเชิงเกษตรและทางธรรมชาติที่เมืองกาญจบุรีจะทำให้ทุกคนมีความสุข เปิดประสบการณ์ใหม่ๆ ในชีวิต
    และยังปลูกฝังจิตสำนึกอนุรักษ์แหล่งท่องเที่ยวล้ำค่าเหล่านั้นให้อยู่คู่กับคนไทยและโลกใบนี้ตลอดไป”
    ผู้อำนวยการ ททท.สำนักงานกาญจนบุรี กล่าวปิดท้าย

    สอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) สำนักงานกาญจนบุรี
    (รับผิดชอบพื้นที่จังหวัดกาญจนบุรี และราชบุรี) โทรศัพท์ 0-3451-1200, 0-3451-2500 ทุกวันในเวลาราชการ
    อีเมล [email protected] หรือทาง http://www.facebook.com/tatkan หรือ 1672 เบอร์เดียวเที่ยวทั่วไทย.

    สรณะ รายงาน

    LEAVE A REPLY

    0 Comments

  • เปลว สีเงิน

    ก็เห็นใจ "อดีตนายกฯ อภิสิทธิ์"! ที่ดิ้นสู้............ ถึงขั้นเตรียมยื่นศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัย ว่าการออกคำสั่ง คสช.ที่ ๕๓/๒๕๖๐ ของนายกฯ เข้าเงื่อนไขการใช้มาตรา ๔๔ หรือไม่? ในความเห็นผมนะ.......
  • บทบรรณาธิการ

    ข้อมูลที่สำคัญในการดำเนินนโยบายแก้ไขปัญหาความไม่สงบในจังหวัดชายแดนภาคใต้กว่า 15 ปีที่ผ่านมาของรัฐบาลไทยตั้งแต่อดีตจนถึงปัจจุบัน โดยการใช้จ่ายงบประมาณสำหรับแก้ไขปัญหาในพื้นที่ ตั้งแต่ปี 2547 จนถึงปีงบประมาณ 2561 รวม 15 ปี งบประมาณ โดยรวมคือ 290,901.6 ล้านบาท
  • เอ็กซ์-ไซท์

    รพ.ตำรวจเตรียมทำวิจัยศึกษาสาเหตุการฆ่าตัวตายของตำรวจ หลังพบเพิ่มมากขึ้น
    แนะตรวจให้ละเอียด ตำรวจท้าเสกฟ้อง รอง ผบ.ตร.-ผบช.น.โต้นักร้องดัง ยันบุกจับกุมที่บ้านดำเนินการตามขั้นตอนของกฎหมาย จะใช้สิทธิฟ้องร้องก็เชิญ รองเลขาฯ อย.เตือนตรวจฉี่ซ้ำแยกแยะชนิดยา เสพติด
    จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัยร่วมกับเอกชนผลิตสารเคลือบหมวกกันน็อกกำจัดกลิ่นและฆ่าเชื้อจูงใจคนสวมหมวกวิน
  • x-cite inside

    ปัจจุบันการเรียนรู้ของเด็กได้เปลี่ยนแปลงไป เนื่องจากมีแหล่งเรียนรู้นอกห้องเรียนมากมาย โดยเฉพาะจากสื่อออนไลน์และเทคโนโลยีต่างๆ ที่สามารถเข้าไปพัฒนาการศึกษาของเยาวชนได้โดยไม่ต้องพึ่งตำราและการเรียนในห้องเพียงอย่างเดียว ที่จะทำให้เกิดความเครียดให้แก่ชีวิตพวกเขา รวมทั้งปัญหาสุขภาวะตามมาอีกด้วย
    เมื่อเทศกาลปีใหม่เวียนมาถึง ถือเป็นสัญญาณเริ่มต้นใหม่ของใครหลายๆคน ในการเปิดรับกับสิ่งต่าง ๆ ที่จะเข้ามาในชีวิต บางคนถือโอกาสบอกลาสิ่งไม่ดีในปีเก่า และบางคนใช้ปีใหม่นี้ในการเปลี่ยนแปลงนิสัยและพฤติกรรมการใช้ชีวิตบางอย่างของตัวเอง หรือการเริ่มต้นทำในสิ่งต่าง ๆ ที่ไม่เคยทำ
    โรคติดต่อไม่เรื้อรัง (NCDs) ถือเป็นกลุ่มโรคที่เกิดจากการใช้ชีวิตที่มีความเสี่ยง โดยเฉพาะการกินอาหารที่มากเกินไป รวมทั้งขาดการทำกิจกรรมทางกายที่นำมาโดยโรคอ้วน เบาหวาน หัวใจ ความดันโลหิตสูง อัมพาต อัมพฤกษ์ ที่ทำให้คนบนโลกนี้เสียชีวิตไปมากที่สุด และยิ่งนับวันคนไทยก็มีความเสี่ยงเป็นโรคเหล่านี้มากขึ้น