“ชุมชนสุขภาวะ”เขตภาษีเจริญ ขยายผลยกระดับชีวิตคนกรุง

  • Friday, December 1, 2017 - 00:00


    เขตภาษีเจริญถือว่าเป็นชุมชนต้นแบบที่สามารถเปลี่ยนแปลงสถานที่เสื่อมโทรมให้กลายเป็นพื้นที่สร้างสรรค์ได้สำเร็จ หลังสมัครใจเข้าร่วมโครงการพัฒนาพื้นที่สร้างสรรค์เพื่อสุขภาวะ (Healthy Space) ตั้งแต่ปี 2555 โดยมีศูนย์วิจัยเพื่อพัฒนาชุมชนแห่งมหาวิทยาลัยสยามเป็นผู้ริเริ่ม ภายใต้การสนับสนุนจากสำนักงานกองทุนสนับสนุนการเสริมสร้างสุขภาพ (สสส.) จนสามารถผลักดันให้ชาวบ้านมีความสุขภาพกายและใจดีขึ้น และล่าสุด กทม.ได้นำโครงการต่อยอดพัฒนาพื้นที่ชุมชนต่างๆ ทั่วกรุงเทพฯ

    ผศ.กุลธิดา จันทร์เจริญ ผู้อำนวยการศูนย์วิจัยเพื่อพัฒนาชุมชน (ศวพช.) มหาวิทยาลัยสยาม กล่าวว่า โครงการดังกล่าวมีเป้าหมายเพื่อจัดการข้อจำกัดของพื้นที่ในเขตเมืองซึ่งนับวันก็จะไปรุกพื้นที่เกษตรมากขึ้น จึงมีพื้นที่สีเขียวน้อย ขาดสถานที่ออกกำลังกาย และบางพื้นที่กลายเป็นพื้นที่รกร้าง สามารถกลายเป็นพื้นที่เสี่ยงต่อการเกิดอาชญากรรม

    เราจึงได้ทำงานวิจัยขึ้นมาเพื่อจะได้จัดพื้นที่ในเขตเมืองให้มีผลต่อสุขภาวะที่ดีต่อชุมชนต่างๆ ในพื้นที่เมือง เริ่มแรกจากปี 2555 ได้ประสานกับทางสำนักงานเขตภาษีเจริญ เพื่อเชิญชุมชนในพื้นที่เขตภาษีเจริญที่มีอยู่ 54 ชุมชนมาเข้าร่วมโครงการ

    แต่ทางเราได้กำหนดหลักเกณฑ์คัดเลือกชุมชนที่จะเข้าร่วมจำนวน 4 ข้อ ต้องมีคุณสมบัติดังต่อไปนี้ คือ ข้อ 1 เป็นชุมชนที่มีส่วนร่วมหรือดำเนินกิจกรรมในการพัฒนาพื้นที่ภายในชุมชนอย่างจริงจังด้วยตัวเอง ไม่ใช่รอให้ภาครัฐหรือองค์กรใดๆ เป็นฝ่ายทำให้อย่างเดียว ข้อ 2 ภายในชุมชนมีพื้นที่สุ่มเสี่ยงต่อสุขภาวะ อาทิ พื้นที่รกร้างที่สุ่มเสี่ยงต่อการเกิดอาชญากรรม มีขยะมาก น้ำเน่าเสีย ฯลฯ

    ข้อ 3 พื้นที่เหล่านั้นมีความเป็นไปได้ที่จะทำการพัฒนา มีพื้นที่ส่วนรวมของชุมชนที่จะให้คนในชุมชนมาดำเนินกิจกรรมต่างๆ และข้อ 4.โครงการที่จะร่วมกันทำระหว่างชุมชน ศูนย์วิจัยมหาวิทยาลัยสยาม และ สสส.จะต้องไม่ไปซ้ำกับโครงการอื่นๆ ที่ชุมชนได้ทำอยู่กับองค์กรใดแล้วเพื่อป้องกันการใช้งบประมาณซ้ำซ้อน

    “จากทั้งหมด 54 ชุมชนที่มีอยู่ในพื้นที่เขตภาษีเจริญ ทางเราได้เลือกมาได้ 7 ชุมชนที่ผ่านเกณฑ์คัดเลือกให้มาเป็นชุมชนนำร่องของโครงการ คือ ชุมชนเลิศสุขสม, ชุมชนพูนบำเพ็ญ, ชุมชนหน้าวัดโคนอน, ชุมชนวัดจันทร์ประดิษฐาราม เขต 3, ชุมชนบางด้วน ชุมชนศิรินทร์และเพื่อน และชุมชนคลองลัดภาชี ซึ่งก็แล้วแต่ละชุมชนจะเลือกเสนอตามความต้องการและเหมาะสมกับชุมชนนั้นๆ ทางเราก็มีหน้าที่เป็นที่ปรึกษาแนะนำ หาองค์ความรู้มาให้ พร้อมสนับสนุนงบประมาณในบางส่วนที่จำเป็น” ผศ.กุลธิดากล่าว

    นางฉวีวรรณ ตระกูลธรรม ประธานชุมชนคลองลัดภาชี เขตภาษีเจริญ กล่าวว่า เดิมชุมชนคลองลัดภาชีเป็นชุมชนที่ตั้งอยู่ที่ซอยเพชรเกษม 48 แยก 14 แต่ต้องย้ายมาตั้งอยู่ที่ซอยเพชรเกษม 48 แยก 4/7 เนื่องจากเจ้าของที่ดินที่ให้เช่าพื้นที่สร้างที่อยู่ชุมชนเดิมได้ขายพื้นที่ทั้งหมดไป ทำให้ชาวชุมชนเราต้องไปจัดหาพื้นที่อยู่ใหม่ ภายใต้โครงการบ้านมั่นคงชุมชนคลองลัดภาชี ตั้งแต่ปี 2549 ปัจจุบันตั้งอยู่บนพื้นที่ 3 ไร่ 3 งาน 96 ตร.ว. มี 79 หลังคาเรือน ประชากร 338 คน

    “พวกเราเห็นว่า ด้วยความที่เราเป็นชุมชนใหม่ที่สมาชิกอยู่ในช่วงของการก่อร่างสร้างตัว การที่มาอยู่รวมกันภายใต้พื้นที่ที่จำกัด จำเป็นต้องมีการจัดระเบียบทางสังคม และปรับปรุงพื้นที่ที่มีอยู่อย่างจำกัดที่ยังไม่ถูกใช้ประโยชน์ ทุกคนเห็นว่าพื้นที่รกร้างเหล่านั้นสมควรได้รับการดัดแปลงให้เป็นพื้นที่สุขภาวะของคนในชุมชน โดยปรับให้เป็นพื้นที่เกษตรกรรมพืชผักสวนครัว และพื้นที่ออกกำลังกาย”

    นางฉวีวรรณกล่าวต่อว่า ปัจจุบันเราได้จัดมีรายได้จากการเพาะเห็ดเพื่อนำมาบริโภคและแปรรูปขาย มีการพัฒนาพื้นที่ที่เป็นที่รกร้างและรกรุงรัง สุ่มเสี่ยงอาชญากรรม ให้เป็นพื้นที่มีประโยชน์อย่าง ทำเป็นโรงเพาะเห็ด สร้างลานกีฬาออกกำลังกายให้ชาวชุมชน โดยได้มีการจ้างครูสอนแอโรบิกและโยคะมาสอนทุกวัน เวลา 17.00 น. โดยวันอังคาร ศุกร์ และอาทิตย์ เป็นการเต้นแอโรบิก และวันพุธ พฤหัสบดี เป็นการเล่นโยคะ วันละประมาณชั่วโมงครึ่ง ซึ่งมีชาวชุมชนมาร่วมออกกำลังกายวันละประมาณกว่า 20 คน

    “ในชุมชนเรามีผู้สูงอายุอยู่ถึง 30% เราจึงพยายามหากิจกรรมให้คนเหล่านี้ทำอย่าง ปลูกพืชผัก เพาะเห็ด ทำหัตถกรรม สร้างรายได้ในตอนเช้า-กลางวัน พอตกเย็นก็มาออกกำลังกายกัน ซึ่งก็ได้ผล หลายคนบอกว่าร่างกายดีขึ้น” ประธานชุมชนคลองลัดภาชีกล่าว

    ด้านนายธรรมศักดิ์ มากนคร สมาชิกชุมชนคลองลัดภาชี เขตภาษีเจริญ วัย 42 ปี ที่มีตำแหน่งเป็นเลขานุการสหกรณ์ของชุมชนคลองลัดภาชี เผยว่า ชุมชนเราได้จัดตั้งกลุ่มอาชีพน้ำพริกและแปรรูปเห็ดชุมชนคลองลัดภาชีขึ้นมาเมื่อปี 2558 ที่ผ่านมา เพื่อจัดหารายได้จากการเพาะปลูกเห็ดขึ้นในชุมชน เพื่อนำไปขายแบบสดและแบบแปรรูป อาทิ น้ำพริกต่างๆ เห็ดหยอง ทอดมันเห็ด เป็นต้น ซึ่งได้มีการแบ่งออกเป็นทีมๆ คือ ทีมเพาะปลูกเห็ด ทีมแปรรูป และทีมจำหน่ายในสถานที่ต่างๆ

    “โรงเพาะเห็ดของเราเฉลี่ยเดือนเดือนหนึ่งผลิตได้ประมาณ 180 กิโลกรัม โดยเพาะปลูกเห็ดที่เป็นที่นิยมบริโภคของตลาดคือ เห็ดนางฟ้าฮังการี และเห็ดนางฟ้าภูฏาน หากขายสดขายอยู่ที่กิโลกรัมละ 60 บาท ส่วนที่เป็นแปรรูปก็ขึ้นอยู่ว่าเอามาทำเป็นอะไร”

    “เรานำไปวางขายตามสถานที่ต่างๆ ทั่วไป เช่น สำนักงานเขตภาษีเจริญที่เขาจัดเตรียมที่ไว้ให้เรา มีที่กรมส่งเสริมการเกษตร กระทรวงเกษตรฯ สำนักงานตำรวจแห่งชาติ และที่ตลาดคลองผดุงกรุงเกษม เป็นต้น และยังขายตามทีวีไดเร็กต์ด้วย ซึ่งได้การตอบรับดีมาก สร้างรายได้ให้สมาชิกเรารวมแล้วประมาณ 3-5 หมื่นบาทต่อเดือน” นายธรรมศักดิ์กล่าว

    นอกจากนี้ ล่าสุด กรุงเทพมหานคร (กทม.) ได้เห็นประโยชน์ จึงเข้าร่วมกับโครงการพัฒนาพื้นที่สุขภาวะเขตเมือง (Healthy Space) ของ ศวพช. มหาวิทยาลัยสยาม และ สสส. พร้อมประกาศให้เป็นนโยบายที่จะพัฒนายกระดับชุมชนในพื้นที่กรุงเทพฯ อย่างน้อย 1 ชุมชนต่อ 1 เขต จากที่มีอยู่ 50 เขต เพื่อยกระดับคุณภาพชีวิตของคนเมืองต่อไป และได้นำร่องพื้นที่แรกคือชุมชนหลังสถานีรถไฟศาลาธรรมสพน์ เขตทวีวัฒนา ก่อนขยายผลไปที่ชุมชนในเขตอื่นๆ ต่อไป

    นายธิติวัชร์ ศิริอุดมวัฒน์ แกนนำชาวชุมชนหลังสถานีรถไฟศาลาธรรมสพน์ เขตทวีวัฒนา ที่ร่วมผลักดันให้ชุมชนของเขาเข้าร่วมโครงการ กล่าวว่า คาดว่าในอนาคตของชุมชนนี้จะเป็นชุมชนปลอดขยะและมีสิ่งแวดล้อมที่สวยงาม อาทิ สวนหย่อม และเลนจักรยาน ให้คนมาพักผ่อนออกกำลังกาย และมีสินค้าโอท็อปเพิ่มรายได้แก่คนในชุมชน

    นี่คือความสำเร็จของชุมชนต้นแบบสุขภาวะคนเมืองในพื้นที่เขตภาษีเจริญ จนทำให้ภาครัฐนำไปขยายผล กำหนดเป็นนโยบายผลักดันให้ชาวกรุงมีวิถีชีวิตดีขึ้น.

    LEAVE A REPLY

    0 Comments

  • เปลว สีเงิน

    ก็เห็นใจ "อดีตนายกฯ อภิสิทธิ์"! ที่ดิ้นสู้............ ถึงขั้นเตรียมยื่นศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัย ว่าการออกคำสั่ง คสช.ที่ ๕๓/๒๕๖๐ ของนายกฯ เข้าเงื่อนไขการใช้มาตรา ๔๔ หรือไม่? ในความเห็นผมนะ.......
  • บทบรรณาธิการ

    ข้อมูลที่สำคัญในการดำเนินนโยบายแก้ไขปัญหาความไม่สงบในจังหวัดชายแดนภาคใต้กว่า 15 ปีที่ผ่านมาของรัฐบาลไทยตั้งแต่อดีตจนถึงปัจจุบัน โดยการใช้จ่ายงบประมาณสำหรับแก้ไขปัญหาในพื้นที่ ตั้งแต่ปี 2547 จนถึงปีงบประมาณ 2561 รวม 15 ปี งบประมาณ โดยรวมคือ 290,901.6 ล้านบาท
  • เอ็กซ์-ไซท์

    รพ.ตำรวจเตรียมทำวิจัยศึกษาสาเหตุการฆ่าตัวตายของตำรวจ หลังพบเพิ่มมากขึ้น
    แนะตรวจให้ละเอียด ตำรวจท้าเสกฟ้อง รอง ผบ.ตร.-ผบช.น.โต้นักร้องดัง ยันบุกจับกุมที่บ้านดำเนินการตามขั้นตอนของกฎหมาย จะใช้สิทธิฟ้องร้องก็เชิญ รองเลขาฯ อย.เตือนตรวจฉี่ซ้ำแยกแยะชนิดยา เสพติด
    จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัยร่วมกับเอกชนผลิตสารเคลือบหมวกกันน็อกกำจัดกลิ่นและฆ่าเชื้อจูงใจคนสวมหมวกวิน
  • x-cite inside

    ปัจจุบันการเรียนรู้ของเด็กได้เปลี่ยนแปลงไป เนื่องจากมีแหล่งเรียนรู้นอกห้องเรียนมากมาย โดยเฉพาะจากสื่อออนไลน์และเทคโนโลยีต่างๆ ที่สามารถเข้าไปพัฒนาการศึกษาของเยาวชนได้โดยไม่ต้องพึ่งตำราและการเรียนในห้องเพียงอย่างเดียว ที่จะทำให้เกิดความเครียดให้แก่ชีวิตพวกเขา รวมทั้งปัญหาสุขภาวะตามมาอีกด้วย
    เมื่อเทศกาลปีใหม่เวียนมาถึง ถือเป็นสัญญาณเริ่มต้นใหม่ของใครหลายๆคน ในการเปิดรับกับสิ่งต่าง ๆ ที่จะเข้ามาในชีวิต บางคนถือโอกาสบอกลาสิ่งไม่ดีในปีเก่า และบางคนใช้ปีใหม่นี้ในการเปลี่ยนแปลงนิสัยและพฤติกรรมการใช้ชีวิตบางอย่างของตัวเอง หรือการเริ่มต้นทำในสิ่งต่าง ๆ ที่ไม่เคยทำ
    โรคติดต่อไม่เรื้อรัง (NCDs) ถือเป็นกลุ่มโรคที่เกิดจากการใช้ชีวิตที่มีความเสี่ยง โดยเฉพาะการกินอาหารที่มากเกินไป รวมทั้งขาดการทำกิจกรรมทางกายที่นำมาโดยโรคอ้วน เบาหวาน หัวใจ ความดันโลหิตสูง อัมพาต อัมพฤกษ์ ที่ทำให้คนบนโลกนี้เสียชีวิตไปมากที่สุด และยิ่งนับวันคนไทยก็มีความเสี่ยงเป็นโรคเหล่านี้มากขึ้น