ถ้าไม่อยากจะเหนื่อยกันทั้งประเทศ

  • Friday, December 1, 2017 - 00:00


    เห็นข่าวแวบๆ...ว่า เพจไทยคู่ฟ้า ของสำนักโฆษก สำนักนายกรัฐมนตรี ได้จัดทำกราฟฟิกสรุปผลสำรวจความคิดเห็นของประชาชนต่อคำถาม 4 ข้อของนายกรัฐมนตรี ตั้งแต่ช่วงเดือนมิถุนายน-เดือนตุลาคม ออกมาแบบเก๋ๆไก๋ๆ อ่านง่าย เข้าใจง่าย ชนิดกราดตาวูบเดียว ก็พอรู้ได้ไม่ยากว่า ผู้ที่ถูกใช้คำเรียกขานว่า ประชาชนส่วนใหญ่ ล้วนแล้วแต่ต้องการให้ท่านนายกฯ บิ๊กตู่ อยู่ยาวว์ว์ว์ไปเลย ด้วยกันทั้งสิ้น ทั้งพวง...
    --------------------------------------------------
    เช่น ถ้อยคำที่สรุปย่อๆ ไว้ว่า ประชาชนส่วนใหญ่ สนับสนุนให้พลเอกประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี อยู่ในตำแหน่งนายกฯ ต่อไปจนกว่าจะปฏิรูปแล้วเสร็จ และ ประชาส่วนใหญ่เห็นว่าควรมอบภารกิจการปฏิรูปทุกด้าน ให้แก่พลเอกประยุทธ์ ดำเนินการเสร็จสิ้นก่อน จึงค่อยมีการเลือกตั้ง หรือ หากยังมีนักการเมืองประเภทเดิมเข้ามา ประชาชนส่วนใหญ่เห็นว่าพลเอกประยุทธ์ เป็นผู้เหมาะสม (ที่จะเป็นนายกรัฐมนตรี) เป็นอันดับแรก... สรุปย่อๆ ให้ย่อลงมาอีกที ก็คือ ต่างต้องการให้นายกฯ บิ๊กตู่ อยู่ยาวว์ว์ว์ไปเลยนั่นเอง..
    ---------------------------------------------------
    ส่วนถ้าหากจะถามว่า...ผู้ที่ถูกเรียกว่า ประชาชนส่วนใหญ่ นั้นเป็นใครกันแน่ มีอยู่กี่สิบ หรือกี่ล้าน อันนั้น...คงต้องไปถามสำนักโฆษก สำนักนายกรัฐมนตรีกันเอาเอง แต่ที่แน่ๆ ก็คือ...แนวโน้มความเป็นไปของบ้านเมืองนับจากนี้ คงต้องเป็นไปในแนวที่อาจารย์ เอนก เหล่าธรรมทัศน์ ท่านเคยออกมาชี้แนะ แนะแนวข้อสอบเอาไว้ก่อนล่วงหน้าประมาณว่า คงต้องย้อนกลับไปคิดถึงยุคสมัย ป๋าเปรม นั่นแหละ ถึงจะสอดคล้องกับสิ่งซึ่งกำลังเป็นไปภายในอนาคตเบื้องหน้า...
    ------------------------------------------------------
    แต่อันนี้...ก็ยังคงมี คำถาม ต่อไปอีกว่า ควรจะคิดถึงยุคป๋าเปรม ในตอนต้น ตอนกลาง หรือตอนที่ท่านตัดสินใจเอ่ยปากว่า ผมพอแล้ว กันดี เพราะอันที่จริงแล้ว...ตอนที่ ป๋าเปรม ท่านเอ่ยปากถึงคำคำนี้ ถ้าหากท่านคิดจะอยู่ต่อ ก็น่าจะยังพออยู่ๆ กันไปได้นั่นแล แต่ในฐานะผู้ที่เคยสู้รบ ปรบมือ กันท่านมาอย่างต่อเนื่อง ยาวนาน คงต้องยอมรับอย่างมิอาจปฏิเสธได้ ว่า ป๋า ท่านค่อนข้างจะฉลาดเอามากๆ คือท่านพอรู้ว่าอะไรควร-ไม่ควร เหมาะ-ไม่เหมาะที่จะอยู่ต่อ-ไม่อยู่ต่อ และสุดท้ายท่านก็เลยตัดสินใจเอ่ยปากว่า ผมพอแล้ว โดยไม่ต้องตั้งคำถาม 4 ข้อ 5 ข้อ 6 ข้ออะไรกันมากมาย ไม่ต้องเสียเวลาจัดทำกราฟฟ่ง กราฟฟิก อะไรให้เมื่อย...
    ---------------------------------------------------------
    พูดง่ายๆ ว่า...ถึงแม้แนวโน้มความเป็นไปของบ้านเมือง อาจหนีไม่พ้นต้องย้อนยุคกลับไปสมัย ป๋าเปรม แต่ผู้ที่เหมาะจะขึ้นมาเป็นนายกฯ นั้น ควรออกไปทาง ป๋าเปรม ในตอนต้น ตอนกลาง หรือตอนปลาย อันนี้นี่แหละ...ที่น่าคิด น่าสนใจ เอามากๆ ด้วยเหตุเพราะไม่ว่าประชาชนส่วนไหน ต่อส่วนไหน อยากจะให้ บิ๊กตู่อยู่ยาวว์ว์ว์ ไปเลยก็ตามแต่ แต่โดยสภาพของ บิ๊กตู่ ในทุกวันนี้ น่าจะจัดอยู่ในประเภทใกล้ๆ ผมพอแล้ว แบบ ป๋าเปรม ยุคปลายเต็มที คือออกอาการ กรอบ เป็นข้าวเกรียบเมืองเพชรบุรียิ่งขึ้นเรื่อยๆ เพียงแต่เจ้าตัวจะ ฉลาดพอ อย่าง ป๋าเปรม หรือไม่ เพียงใด เท่านั้นเอง...
    ------------------------------------------------------------
    และถ้าหากฉลาดพอ...ก็คงไม่ได้หมายความว่ากระบวนการย้อนยุคไปสู่ยุค ป๋าเปรม จะสิ้นสุด สะดุดหยุดคว่ำ ลงไปก็หาไม่ เพียงแต่จะไปลงทุนควานหา บิ๊ก แบบไหน บิ๊กพลเรือน หรือบิ๊กทหาร เข้ามาแทนที่ บิ๊กตู่ เท่านั้นเอง ซึ่งบรรดาบิ๊กๆ ในเมืองไทย ใช่ว่าจะหายาก หาเย็น ซะที่ไหน เพราะส่วนใหญ่...ล้วนแล้วแต่บิ๊กๆ ไปด้วยกันทั้งนั้น ยิ่งถ้าหากไม่เป็นบิ๊กทหารยิ่งดีไปใหญ่ เพราะจะไม่ได้ลากเอา สถาบันทหาร ให้ต้องไหลไปสู่ ขาลง พร้อมๆ กับรัฐบาล ไม่ต้องเสียเวลาแก้ปัญหา น้องเมย แก้ภาพพจน์การ ธำรงวินัย ส่วนจะไปควานหากันในวงการตุลาการ ธุรกิจ หรือระดับสูงๆ ยิ่งๆ ขึ้นไป อันนั้นคงต้องไปคิดๆ กันเอาเอง...
    -----------------------------------------------------------
    แต่ที่แน่ๆ ก็คือ... บิ๊ก ที่ว่านี้คงต้องมีศักยภาพมากพอในการ สานงานต่อ-ก่องานใหม่ ให้มากกว่าช่วงตลอด 3-4 ปีของ บิ๊กตู่ ยิ่งๆ ขึ้นไป ต้องปรับทิศ ปรับแนว หลายต่อหลายเรื่อง ให้ต่างไปจากรัฐบาลของ บิ๊กตู่ อยู่ตามสมควร เพราะโดยศักยภาพของ บิ๊กตู่ ท่านคงไปได้ของท่านเพียงเท่านั้น แต่สิ่งสำคัญที่หนีไม่พ้นต้องสืบสานต่อไป ก็คือความซื่อสัตย์ สุจริต ความมุ่งมั่น ความจงรักภักดีต่อชาติ-ศาสน์-กษัตริย์ ที่ยังต้องดำรง คงไว้ อย่างที่ บิ๊กตู่ ท่านได้แสดงให้เห็นเป็นที่ประจักษ์เพียงเท่านี้...ทุกสิ่งทุกอย่างก็คงไม่ต้อง เหนื่อย อะไรกันอีกมากมาย บิ๊กตู่ ก็ไม่ต้องเหนื่อย ทหารไม่ต้องเหนื่อย และประชาชนไม่ว่าส่วนใหญ่ ส่วนน้อย ก็คงไม่จำเป็นต้องเหนื่อย...
    ------------------------------------------------------------
    แต่ถ้าหากดันมาผูกติดอะไรต่อมิอะไรเอาไว้กับ บิ๊กตู่ เพียงรายเดียว โอกาสที่จะ เหนื่อยกันไปทั้งประเทศ ย่อมมีความเป็นไปได้สูงเอามากๆ เหมือนอย่างที่กำลังเริ่มจะเหนื่อยๆ กันในทุกวันนี้ หรือเหมือนอย่างที่ ป๋าเปรม ท่านเคยเหนื่อยจนอดไม่ได้ ต้องเอ่ยคำพูดประโยคเด็ด ประโยคสุดท้าย ว่า ผมพอแล้ว นั่นเอง...
    ---------------------------------------------------------------
    ปิดท้ายด้วยวาทะวันนี้ จาก Tsutomu Shimomura... We call things we don’t understand complex, but the means we haven’t found a good way of thinking about them.- เราเรียกสิ่งที่ไม่เข้าใจว่า...ความซับซ้อน ทั้งๆ ที่จริงแล้ว เรายังค้นไม่พบวิธีคิดที่เหมาะสมสำหรับเรื่องนั้นต่างหาก...
    --------------------------------------------------------

  • เปลว สีเงิน

    ก็เห็นใจ "อดีตนายกฯ อภิสิทธิ์"! ที่ดิ้นสู้............ ถึงขั้นเตรียมยื่นศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัย ว่าการออกคำสั่ง คสช.ที่ ๕๓/๒๕๖๐ ของนายกฯ เข้าเงื่อนไขการใช้มาตรา ๔๔ หรือไม่? ในความเห็นผมนะ.......
  • บทบรรณาธิการ

    ข้อมูลที่สำคัญในการดำเนินนโยบายแก้ไขปัญหาความไม่สงบในจังหวัดชายแดนภาคใต้กว่า 15 ปีที่ผ่านมาของรัฐบาลไทยตั้งแต่อดีตจนถึงปัจจุบัน โดยการใช้จ่ายงบประมาณสำหรับแก้ไขปัญหาในพื้นที่ ตั้งแต่ปี 2547 จนถึงปีงบประมาณ 2561 รวม 15 ปี งบประมาณ โดยรวมคือ 290,901.6 ล้านบาท
  • เอ็กซ์-ไซท์

    รพ.ตำรวจเตรียมทำวิจัยศึกษาสาเหตุการฆ่าตัวตายของตำรวจ หลังพบเพิ่มมากขึ้น
    แนะตรวจให้ละเอียด ตำรวจท้าเสกฟ้อง รอง ผบ.ตร.-ผบช.น.โต้นักร้องดัง ยันบุกจับกุมที่บ้านดำเนินการตามขั้นตอนของกฎหมาย จะใช้สิทธิฟ้องร้องก็เชิญ รองเลขาฯ อย.เตือนตรวจฉี่ซ้ำแยกแยะชนิดยา เสพติด
    จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัยร่วมกับเอกชนผลิตสารเคลือบหมวกกันน็อกกำจัดกลิ่นและฆ่าเชื้อจูงใจคนสวมหมวกวิน
  • x-cite inside

    ปัจจุบันการเรียนรู้ของเด็กได้เปลี่ยนแปลงไป เนื่องจากมีแหล่งเรียนรู้นอกห้องเรียนมากมาย โดยเฉพาะจากสื่อออนไลน์และเทคโนโลยีต่างๆ ที่สามารถเข้าไปพัฒนาการศึกษาของเยาวชนได้โดยไม่ต้องพึ่งตำราและการเรียนในห้องเพียงอย่างเดียว ที่จะทำให้เกิดความเครียดให้แก่ชีวิตพวกเขา รวมทั้งปัญหาสุขภาวะตามมาอีกด้วย
    เมื่อเทศกาลปีใหม่เวียนมาถึง ถือเป็นสัญญาณเริ่มต้นใหม่ของใครหลายๆคน ในการเปิดรับกับสิ่งต่าง ๆ ที่จะเข้ามาในชีวิต บางคนถือโอกาสบอกลาสิ่งไม่ดีในปีเก่า และบางคนใช้ปีใหม่นี้ในการเปลี่ยนแปลงนิสัยและพฤติกรรมการใช้ชีวิตบางอย่างของตัวเอง หรือการเริ่มต้นทำในสิ่งต่าง ๆ ที่ไม่เคยทำ
    โรคติดต่อไม่เรื้อรัง (NCDs) ถือเป็นกลุ่มโรคที่เกิดจากการใช้ชีวิตที่มีความเสี่ยง โดยเฉพาะการกินอาหารที่มากเกินไป รวมทั้งขาดการทำกิจกรรมทางกายที่นำมาโดยโรคอ้วน เบาหวาน หัวใจ ความดันโลหิตสูง อัมพาต อัมพฤกษ์ ที่ทำให้คนบนโลกนี้เสียชีวิตไปมากที่สุด และยิ่งนับวันคนไทยก็มีความเสี่ยงเป็นโรคเหล่านี้มากขึ้น