เสาร์-สาหัส

  • Sunday, December 3, 2017 - 00:00


    ภาพดวงเมือง
    พระเสาร์จร(7)ยกจากราศีพิจิกเข้าราศีธนู
    ทับพระเสาร์ดวงเดิม(๗)/ทับพระพฤหัสบดีดวงเดิม(๕)/เล็งพระมฤตยูดวงเดิม(0)

    ดวงชะตาเมืองรัตนโกสินทร์ที่สถิตราศีเมษนั้น ราศีพิจิกเป็นขอบเขต-แดนแห่งความตาย-การพลัดพราก-เสียหาย ของดวงเมืองซึ่งทางโหรเรียกกันว่าภพที่แปดหรือมรณะนั้น เมื่อพระเสาร์จร(7)เทพเจ้าแห่งความระทมเดินมาสถิตตั้งแต่26พฤศจิกายน 2557 นั้นพอมีเกณฑ์ร้ายอื่นมาผสมโรงความสูญเสียจนทุกข์ระทมจึงเกิดกับบุคคลสำคัญที่เคยแบกภาระของชาติ(ตามความหมายของพระเสาร์-ตัวแทนภพที่สิบ-กัมมะดวงเมือง)พากันจากไปเป็นใบไม้ร่วง

    ตัวอย่างที่เล่นงานคนไทยอย่างหนักจนน้ำตาท่วมแผ่นดินคือการเสด็จสวรรคตของพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช เมื่อวันพฤหัสบดีที่ 13 ตุลาคม พ.ศ. 2559 ส่วนคนอื่นๆก็เช่นคุณบรรหาร ศิลปอาชา อดีตนายกรัฐมนตรี คุณบุญเอื้อ ประเสริฐสุวรรณ คุณวรรณ ชันซื่อ อดีตประธานรัฐสภา พระเทพวิทยาคมหรือหลวงพ่อคูณ ปริสุทโธฯลฯ

    และก่อนวันที่1ธันวาคม 2560ก่อนที่พระเสาร์จรจะย้ายจากราศีพิจิกเพียงวันเดียวช่วงบ่ายวันที่ 30พฤศจิกายน 2560บุคคลสำคัญที่เคยมีตำแหน่งโดดเด่น(พระเสาร์-คนเก่า-คนพ้นจากตำแหน่ง-สูงอายุ)ดร.สุรินทร์ พิศสุวรรณ อดีตรัฐมนตรีว่ากากระทรวงการต่างประเทศ และอดีตเลขาธิการอาเซียนที่เมื่อไม่นานมานี้แสดงเจตนารมณ์ที่จะลงสมัครเลือกตั้งเป็นผู้ว่าราชการกรุงเทพฯมหานครได้จากไปกะทันหันเพราะหัวใจล้มเหลวท่ามกลางความตกตะลึงเพราะไม่มีอาการป่วยใดๆนำมาก่อนเลย(มฤตยูเจ้าของภัยอาเพศยังทับลัคนาเมืองอยู่พร้อมจะสร้างความแปลกใจได้ทุกเมื่อทั้งด้านดี-ร้าย)

    ผู้เขียนเองที่ใส่ใจมากเพราะจะทำเป็นปูมโหรตามเขียนไว้ในแม่หมอสมัครเล่นตอนที่197ว่าระหว่าง 31ตุลาคม –ตลอดเดือนพฤศจิกายน2560ก่อนที่จะพระเสาร์จรจะยกเข้าราศีธนูนั้นพระเสาร์จรต้องเดินผ่านดินแดนอันตรายของราศีพิจิกที่เรียกว่านวางค์ขาดจนเกิดเรื่องวุ่นวายในคณะรัฐมนตรีต้องปรับครม.จริงตามคำทำนายไปแล้ว(พระเสาร์คือตัวแทนครม.ผู้แบกงานของประเทศ)

    แต่นึกไม่ถึงคือคำทำนายต่อเป็นติ่งที่ว่าบุคคลเก่าๆ-สูงอายุที่รู้จักกันดีในสังคมอาจป่วย กลับกลายเป็นการจากไปของดร.สุรินทร์ พิศสุวรรณ (พระเสาร์เป็นตัวแทนคนมุสลิม)

    นี่คงเป็นเพราะผู้เขียนประสบการณ์น้อยและประเมินโทษทุกข์ของพระเสาร์ต่ำไปจริงๆทั้งๆที่อาจารย์เทพย์ สาริกบุตร ท่านเขียนเตือนไว้ชัดเลยว่าอย่าไว้วางใจพระเสาร์หัวหน้าดาวโทษทุกข์นัก

    ฉะนั้นตั้งแต่ 1 ธันวาคม 2560 เป็นต้นไปที่พระเสาร์จรจะเดินเข้าราศีธนู และจะอยู่ที่นี่ไปถึง 1มีนาคม 2563(มีเดินผิดปกติถอยหลังกลับเข้าพิจิกก่อนจะเดินหน้าเข้าธนูบางช่วงซึ่งคาดว่าจะก่อเหตุใหญ่อีกแต่จะได้แจ้งในโอกาสต่อไป)ขอให้ท่านที่อ่านคำทำนายผลของพระเสาร์จรย้ายราศีตั้งแต่แม่หมอสมัครเล่นตอนที่ 198-ตอนที่191อย่าได้ไว้วางใจพระเสาร์มาก เพราะหากทำนายผลด้านดีก็ต้องคิดไว้เหมือนกันว่าอาการจะออกดีแล้วร้าย หรือร้ายแล้วดี เพราะการจะได้อะไรง่ายๆจากพระเสาร์นั้นไม่มี

    ในส่วนดวงเมืองนั้นขอให้จับตาเกณฑ์สำคัญๆของพระเสาร์จรที่ราศีธนูที่จะเกิดในระยะประมาณสองปีครึ่งเพิ่มเติมจากที่เขียนมาแล้วนอกจากแรงกดดันด้านลบเศรษฐกิจจะลดลง-คนไทยสามัคคีมากขึ้น-การลงทุนโครงสร้างพื้นฐานของชาติก้าวหน้าคือ

    1.เมืองได้อะไรแล้วต้องพยายามรักษาไว้ให้ เพราะมีโฉลกคือ…จะหาลาภได้แต่เก็บไว้บ่ยืนยง..

    2.หากเมืองเสียอะไรไปแล้วจะได้กลับมา อันเป็นผลจากที่ราศีธนูนี้มีพระพฤหัสบดีดวงเดิม(๕)รองรับผลของพระเสาร์จรอยู่จะออกมาในด้านดีตามโฉลก…เสาร์ทับพฤหัส ศิริสวัสดิลาภา สิ่งสินและเงินตราจะลุโดยสะดวกดาย ศัตรูจะอัปรา และวัตถาระส่ำระสาย สินทรัพยะสูญหาย ก็จะคืนจะคงเรือน… ที่เห็นๆคือการจะได้เลือกตั้ง และการได้รัฐบาลก็ด้วย

    3.กรรมเก่าทั้งดี-ร้ายจะแรงมาก เพราะที่ราศีธนูนี้มีพระเสาร์ดวงเดิม(๗)รองรับการมาของพระเสาร์จรอยู่ ซึ่งตามตำราบอกกรรมเก่าของเมืองและคนสำคัญในเมืองจะแรงมาก

    4.เริ่มการเช็คบิลกรรมเก่าของคนชั่วที่ทำไว้กับชาติด้วยกฎหมาย เพราะราศีธนูที่พระเสาร์จรมาสถิตเป็นภพศุภะ-ภพที่เก้าของเมือง ที่หนึ่งในความหมายคือการดำเนินคดีในทางกฎหมายหรือฟ้องร้องต่อสู้คดี จึงขอชี้ไปที่คดีเก่าๆที่ค้างคาอยู่เกี่ยวกับนักการเมืองจะถูกรื้อฟื้นมาพิจารณาในระดับคงจะมีคนอีกหลายคนตัดสินใจเดินเข้าคุกหรือหนีกระเจิดกระเจิง พร้อมกับการไล่บี้เอาเงินมาคืนหลวงอีกด้วย

    ส่วนคนที่ทำคุณประโยชน์ให้บ้านเมืองผู้เขียนก็เชื่อว่าพวกเขาจะได้รับผลดีให้เป็นที่ชื่นใจคือกรรมดีสนองให้นั่นเอง

    5.จังหวะร้ายๆระวังผู้มีอำนาจหรือครม.หรือคนเคยมีอำนาจเก่าๆอาจตัดสินใจผิดพลาดบางเรื่องเพราะความมึนชาตายด้านจนเกิดแผลใจครั้งใหญ่ของพวกเขาอย่างคาดไม่ถึงเช่นกรณีขึ้นรถแห่ปลูกดาวเรือง หรือทะเลาะกับนายทุนประมงฯลฯ(พระเสาร์จรเล็งมฤตยูดวงเดิม)

    6.มีการต่อสู้ทางความคิดกันเกี่ยวกับความเชื่อ-ลัทธิระหว่างความดี-ชั่วอย่างเข้มขึ้นฯลฯ

    ส่วนรัฐบาลนั้นพลเอกประยุทธ์ จันทร์โอชา เมื่อท่านไม่ถอยไปอยู่ข้างหลังแบบผู้ทรงอิทธิพล(ตามที่เคยทำนายก่อนหน้านี้)ก็เริ่มถูกโฉลกกับการเก็บเนื้อเก็บตัวประหยัดถ้อยคำอย่าให้ใครจับทางถูก(พระเสาร์ดาวประจำชีพเดินอยู่ในภพวินาสน์)

    และ แม้จะโขยกเขยกและเจอแรงกดดันหนัก แต่หวังได้ว่าตั้งแต่วันเกิดดวงเมือง21เมษายน2561เป็นต้นไปผลการบริการประเทศด้วยความยากลำบากจะเริ่มเห็นผลมากขึ้นกว่าสัญญาณด้านบวกต่างๆที่ปรากฎขณะนี้ (พระเสาร์จรเป็นศรีตามหลักทักษาหนึ่งปี)

    แต่นั่นแหละการเมือง-นักการเมืองก็จะไม่นิ่งจนกว่าจะได้เลือกตั้งและมีรัฐบาลใหม่ในระดับที่คุณประสิทธิ์ กาญจนวัฒน์ ออกปากว่า..ยุ่งตายห่ะ?(พระอาทิตย์เป็นกาลกิณีจรหนึ่งปี)

  • เปลว สีเงิน

    ก็เห็นใจ "อดีตนายกฯ อภิสิทธิ์"! ที่ดิ้นสู้............ ถึงขั้นเตรียมยื่นศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัย ว่าการออกคำสั่ง คสช.ที่ ๕๓/๒๕๖๐ ของนายกฯ เข้าเงื่อนไขการใช้มาตรา ๔๔ หรือไม่? ในความเห็นผมนะ.......
  • บทบรรณาธิการ

    ข้อมูลที่สำคัญในการดำเนินนโยบายแก้ไขปัญหาความไม่สงบในจังหวัดชายแดนภาคใต้กว่า 15 ปีที่ผ่านมาของรัฐบาลไทยตั้งแต่อดีตจนถึงปัจจุบัน โดยการใช้จ่ายงบประมาณสำหรับแก้ไขปัญหาในพื้นที่ ตั้งแต่ปี 2547 จนถึงปีงบประมาณ 2561 รวม 15 ปี งบประมาณ โดยรวมคือ 290,901.6 ล้านบาท
  • เอ็กซ์-ไซท์

    รพ.ตำรวจเตรียมทำวิจัยศึกษาสาเหตุการฆ่าตัวตายของตำรวจ หลังพบเพิ่มมากขึ้น
    แนะตรวจให้ละเอียด ตำรวจท้าเสกฟ้อง รอง ผบ.ตร.-ผบช.น.โต้นักร้องดัง ยันบุกจับกุมที่บ้านดำเนินการตามขั้นตอนของกฎหมาย จะใช้สิทธิฟ้องร้องก็เชิญ รองเลขาฯ อย.เตือนตรวจฉี่ซ้ำแยกแยะชนิดยา เสพติด
    จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัยร่วมกับเอกชนผลิตสารเคลือบหมวกกันน็อกกำจัดกลิ่นและฆ่าเชื้อจูงใจคนสวมหมวกวิน
  • x-cite inside

    ปัจจุบันการเรียนรู้ของเด็กได้เปลี่ยนแปลงไป เนื่องจากมีแหล่งเรียนรู้นอกห้องเรียนมากมาย โดยเฉพาะจากสื่อออนไลน์และเทคโนโลยีต่างๆ ที่สามารถเข้าไปพัฒนาการศึกษาของเยาวชนได้โดยไม่ต้องพึ่งตำราและการเรียนในห้องเพียงอย่างเดียว ที่จะทำให้เกิดความเครียดให้แก่ชีวิตพวกเขา รวมทั้งปัญหาสุขภาวะตามมาอีกด้วย
    เมื่อเทศกาลปีใหม่เวียนมาถึง ถือเป็นสัญญาณเริ่มต้นใหม่ของใครหลายๆคน ในการเปิดรับกับสิ่งต่าง ๆ ที่จะเข้ามาในชีวิต บางคนถือโอกาสบอกลาสิ่งไม่ดีในปีเก่า และบางคนใช้ปีใหม่นี้ในการเปลี่ยนแปลงนิสัยและพฤติกรรมการใช้ชีวิตบางอย่างของตัวเอง หรือการเริ่มต้นทำในสิ่งต่าง ๆ ที่ไม่เคยทำ
    โรคติดต่อไม่เรื้อรัง (NCDs) ถือเป็นกลุ่มโรคที่เกิดจากการใช้ชีวิตที่มีความเสี่ยง โดยเฉพาะการกินอาหารที่มากเกินไป รวมทั้งขาดการทำกิจกรรมทางกายที่นำมาโดยโรคอ้วน เบาหวาน หัวใจ ความดันโลหิตสูง อัมพาต อัมพฤกษ์ ที่ทำให้คนบนโลกนี้เสียชีวิตไปมากที่สุด และยิ่งนับวันคนไทยก็มีความเสี่ยงเป็นโรคเหล่านี้มากขึ้น