นับหมื่นรอคิวรับ ยาหมอแสง รักษามะเร็ง

  • Monday, December 4, 2017 - 00:00


    คนนับหมื่นบุกบ้านหมอแสงที่ปราจีนฯ ค้างคืนรอรับสมุนสมุนไพรรักษามะเร็ง หลังปากต่อปากยืนยันรักษาโรคร้ายให้หายได้ชะงัด ไม่วายทรชนฉวยโอกาสหากิน เรียกรายละพันห้าอ้างแลกบัตรพิเศษไม่ต้องต่อคิว

    ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ที่บ้านนายแสงชัย แหเลิศตระกูล หรือหมอแสง เจ้าของฉายา "หมอเทวดา" ที่ ต.บางเดชะ อ.เมือง จ.ปราจีนบุรี คลาคล่ำไปด้วยผู้ป่วยและญาติเรือนหมื่นคน ตั้งแต่คืนวันเสาร์ที่ผ่านมา เพื่อรอรับแจกยาสมุนไพรรักษาโรคมะเร็ง หลังมีข่าวแพร่สะพัดว่าหลายคนรับประทานแล้วโรคร้ายหายขาด โดยทางทีมงานของหมอแสงเริ่มแจกบัตรคิวตั้งแต่เวลา 22.00 น. และเริ่มแจกจ่ายสมุนไพรตั้งแต่เวลา 02.00 น. วันที่ 3 ธันวาคม เป็นต้นไป

    ทั้งนี้ ทีมงานหมอแสงได้แบ่งการแจกสมุนไพรเป็น 3 กลุ่ม คือ ผู้ป่วยเก่าที่มารอรับด้วยตนเอง ผู้ป่วยที่เคยมา แต่ให้ญาติมารับแทน และผู้ป่วยเพิ่มที่เพิ่งมาครั้งแรก ซึ่งหมอแสงยืนยันว่าทุกคนที่ผ่านการคัดกรองจะได้รับสมุนไพรแน่นอน

    กระทั่งเช้าวันอาทิตย์ยังมีผู้เข้าคิวรอรับสมุนไพรอีกจำนวนมาก บรรยากาศก็เป็นไปด้วยความเรียบร้อย ทำให้การแจกสมุนไพรคล่องตัวและรวดเร็วขึ้น ขณะที่จำนวนญาติและผู้ป่วยที่มารับสมุนไพรในวันนี้มีมากกว่าเดือนที่แล้ว ทำให้รถจอดเต็มพื้นที่ 2 ฝั่ง บริเวณหน้าบ้านหมอแสง และยาวไปหลายกิโลเมตร โดยยอดผู้มาขอลงบันทึกประจำวันที่ สภ.เมืองปราจีนบุรีเพื่อขอรับยาตั้งแต่วันที่ 11 พ.ย.ถึงวันที่ 2 ธ.ค. จำนวนกว่า 8,000 ราย ขณะที่วันที่ 3 ธ.ค.มีผู้ดำเนินมาสมทบอีกจำนวนมากจนคาดว่ายอดรวมทั้งสิ้นจะเกินหมื่นคน

    อย่างไรก็ตามมีรายงานว่า ขณะนี้มีมิจฉาชีพอ้างว่าสามารถรับยาได้โดยไม่ต้องต่อคิวด้วยการออกบัตรพิเศษ แต่ต้องเสียค่าใช้จ่ายคนละ 1,500 บาท หลังตำรวจทราบข่าวก็ได้ออกตรวจสอบเพื่อจับกุมดำเนินคดี

    ก่อนหน้านี้หมอแสงได้เปิดเผยส่วนประกอบของสมุนไพรที่นำมาแจกจ่ายว่ามีหลายชนิด เช่น รำข้าว ข้าวเย็นเหนือข้าวเย็นใต้ รังนก ถั่งเช่า เกสรดอกพิลังกาสา เห็ดกระถินพิมาน ทั้งนี้ ส่วนประกอบหลักที่สำคัญคือ รำข้าว มีมากถึงร้อยละ 80 ขณะที่ส่วนประกอบอื่นๆ ยังนำมาใช้ไม่ได้ทันที ต้องนำมาหมักรวมกันนานถึง 6 เดือน แล้วนำมาผสมกับรำข้าว ก่อนอัดเป็นแคปซูล

    เมื่อวันที่ 29 พ.ย.ที่ผ่านมา นพ.เกียรติภูมิ วงศ์รจิต อธิบดีกรมการแพทย์แผนไทยและการแพทย์ทางเลือก กระทรวงสาธารณสุข นำหมอแสงเปิดแถลงข่าว ระบุว่า ที่ผ่านมาประชาชนที่ได้รับการวินิจฉัยว่าเป็นโรคมะเร็งจากทั่วประเทศได้เดินทางไปรับยาสมุนไพรจากหมอแสงเดือนละกว่า 5 พันคน กรมการแพทย์แผนไทยฯ เห็นว่าข้อมูลดังกล่าวอาจเป็นเรื่องที่เป็นประโยชน์ เพราะมีสมุนไพรจำนวนมากสามารถนำมาพัฒนาเป็นยารักษาโรคได้ จึงได้ประสานกับหมอแสง และสถาบันมะเร็งแห่งชาติ กรมการแพทย์ กรมวิทยาศาสตร์การแพทย์ ในการวิจัยพิสูจน์ทางวิทยาศาสตร์เพื่อให้เกิดความชัดเจน ว่าสมุนไพรของหมอแสงมีประสิทธิผลและความปลอดภัยหรือไม่ โดยระยะแรกรู้ผลภายใน 3 เดือน หรือมีนาคมปีหน้า หากผลเป็นบวก ไม่มีอาการข้างเคียงหรืออันตราย จะนำมาพัฒนาและศึกษาวิจัยในคนต่อไป คาดว่าจะใช้เวลาประมาณ 1 ปี 6 เดือน

    ขณะที่หมอแสงเปิดเผยว่า ได้มีต่างชาติติดต่อขอซื้อสมุนไพรที่ตนคิดค้นขึ้น แต่ไม่ขาย เพราะอยากทำเพื่อแผ่นดินไทย.

    LEAVE A REPLY

    0 Comments

  • เปลว สีเงิน

    ก็เห็นใจ "อดีตนายกฯ อภิสิทธิ์"! ที่ดิ้นสู้............ ถึงขั้นเตรียมยื่นศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัย ว่าการออกคำสั่ง คสช.ที่ ๕๓/๒๕๖๐ ของนายกฯ เข้าเงื่อนไขการใช้มาตรา ๔๔ หรือไม่? ในความเห็นผมนะ.......
  • บทบรรณาธิการ

    ข้อมูลที่สำคัญในการดำเนินนโยบายแก้ไขปัญหาความไม่สงบในจังหวัดชายแดนภาคใต้กว่า 15 ปีที่ผ่านมาของรัฐบาลไทยตั้งแต่อดีตจนถึงปัจจุบัน โดยการใช้จ่ายงบประมาณสำหรับแก้ไขปัญหาในพื้นที่ ตั้งแต่ปี 2547 จนถึงปีงบประมาณ 2561 รวม 15 ปี งบประมาณ โดยรวมคือ 290,901.6 ล้านบาท
  • เอ็กซ์-ไซท์

    รพ.ตำรวจเตรียมทำวิจัยศึกษาสาเหตุการฆ่าตัวตายของตำรวจ หลังพบเพิ่มมากขึ้น
    แนะตรวจให้ละเอียด ตำรวจท้าเสกฟ้อง รอง ผบ.ตร.-ผบช.น.โต้นักร้องดัง ยันบุกจับกุมที่บ้านดำเนินการตามขั้นตอนของกฎหมาย จะใช้สิทธิฟ้องร้องก็เชิญ รองเลขาฯ อย.เตือนตรวจฉี่ซ้ำแยกแยะชนิดยา เสพติด
    จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัยร่วมกับเอกชนผลิตสารเคลือบหมวกกันน็อกกำจัดกลิ่นและฆ่าเชื้อจูงใจคนสวมหมวกวิน
  • x-cite inside

    ปัจจุบันการเรียนรู้ของเด็กได้เปลี่ยนแปลงไป เนื่องจากมีแหล่งเรียนรู้นอกห้องเรียนมากมาย โดยเฉพาะจากสื่อออนไลน์และเทคโนโลยีต่างๆ ที่สามารถเข้าไปพัฒนาการศึกษาของเยาวชนได้โดยไม่ต้องพึ่งตำราและการเรียนในห้องเพียงอย่างเดียว ที่จะทำให้เกิดความเครียดให้แก่ชีวิตพวกเขา รวมทั้งปัญหาสุขภาวะตามมาอีกด้วย
    เมื่อเทศกาลปีใหม่เวียนมาถึง ถือเป็นสัญญาณเริ่มต้นใหม่ของใครหลายๆคน ในการเปิดรับกับสิ่งต่าง ๆ ที่จะเข้ามาในชีวิต บางคนถือโอกาสบอกลาสิ่งไม่ดีในปีเก่า และบางคนใช้ปีใหม่นี้ในการเปลี่ยนแปลงนิสัยและพฤติกรรมการใช้ชีวิตบางอย่างของตัวเอง หรือการเริ่มต้นทำในสิ่งต่าง ๆ ที่ไม่เคยทำ
    โรคติดต่อไม่เรื้อรัง (NCDs) ถือเป็นกลุ่มโรคที่เกิดจากการใช้ชีวิตที่มีความเสี่ยง โดยเฉพาะการกินอาหารที่มากเกินไป รวมทั้งขาดการทำกิจกรรมทางกายที่นำมาโดยโรคอ้วน เบาหวาน หัวใจ ความดันโลหิตสูง อัมพาต อัมพฤกษ์ ที่ทำให้คนบนโลกนี้เสียชีวิตไปมากที่สุด และยิ่งนับวันคนไทยก็มีความเสี่ยงเป็นโรคเหล่านี้มากขึ้น