วางแผนรองรับ”วัยเกษียณ”

  • Monday, December 4, 2017 - 00:00


    “สังคมผู้สูงอายุ” คำนี้เรามักได้ยินกันบ่อยมากขึ้น ซึ่งประเทศไทยในอีกไม่กี่ปีข้างหน้านี้จะมีการเปลี่ยนแปลงโครงสร้างประชากรเข้าสู่สังคมผู้สูงอายุ โดยคาดว่าในปี 2564 จะเข้าสู่สังคมสูงวัยอย่างสมบูรณ์ มีประชากรสูงอายุมากถึง 13 ล้านคน หรือคิดเป็น 20% ของประชากรทั้งหมด สถานการณ์เหล่านี้นำมาสู่ปัญหาทั้งด้านเศรษฐกิจ สุขภาพ สังคม และเป็นความท้าทายของประเทศที่ต้องเตรียมความพร้อมรับมือเพื่อก้าวเข้าสู่วัยสูงอายุอย่างมีคุณภาพตั้งแต่วัยทำงาน

    โดยจะต้องมีการเตรียมการในทุกด้าน ตั้งแต่การสร้างหลักประกันด้านรายได้ การออมในช่วงวัยทำงานให้เพียงพอสำหรับการดำรงชีพในวัยเกษียณหรือวัยสูงอายุ การสร้างพฤติกรรมสุขภาพที่เหมาะสมกับช่วงวัย การเตรียมความพร้อมรับความเปลี่ยนแปลงและวางแผนชีวิตอย่างมีคุณค่า บนพื้นฐานของการพึ่งพาตนเอง โดยมีครอบครัวเกื้อหนุน ชุมชนช่วยเหลือ สังคมรัฐเกื้อกูล

    ทั้งนี้ ภาครัฐเองก็ได้มีนโยบายในการให้ประชาชนได้มีการเตรียมความพร้อมรองรับผู้สูงวัยโดยใช้ความร่วมมือระหว่างภาคส่วนต่างๆ ตามแนวทางประชารัฐ เพื่อให้ผู้สูงอายุมีสุขภาวะที่ดีและสามารถดำเนินชีวิตได้อย่างมีศักดิ์ศรี เป็นหลักชัยของครอบครัวและสังคม รวมถึงการส่งเสริมให้ประชากรมีการเตรียมความพร้อม ใน 3 มิติ คือ 1.มิติด้านสุขภาพ เช่น การเตรียมความพร้อมสุขภาพที่ดี ลดปัจจัยเสี่ยง เหล้า-บุหรี่ ส่งเสริมกิจกรรมทางกาย การดูแลผู้สูงอายุที่มีภาวะพึ่งพิงระยะยาว การดูแลผู้สูงอายุที่มีภาวะสมองเสื่อม

    2.มิติด้านสังคม เช่น การพัฒนาศักยภาพและขยายผลชมรมผู้สูงอายุต้นแบบจำนวน 110 แห่ง การส่งเสริมการเรียนรู้ของผู้สูงอายุและพัฒนาหลักสูตรที่เหมาะสมสำหรับโรงเรียนผู้สูงอายุ เพื่อสร้างผู้สูงวัยที่มีคุณภาพ และกระฉับกระเฉงสามารถดูแลตนเองได้ดี 3.มิติด้านเศรษฐกิจ

    สำหรับการวางแผนเพื่อตัวเตรียมตัวก้าวเข้าสู่ ”สังคมผู้สูงอายุ” เราจะต้องมีความพร้อมในหลายด้าน โดยเฉพาะในการออมเงินไว้ใช้ในยามเกษียณ ทุกคนเคยออกแบบชีวิตในวัยเกษียณกันไว้บ้างหรือไม่ จะเกษียณตอนอายุเท่าไหร่ หลังเกษียณอยากใช้ชีวิตแบบไหน อยากทำอะไร ที่สำคัญคือต้องเตรียมเงินไว้ใช้จ่ายเท่าไหร่

    ทั้งนี้ หลายคนวาดฝันถึงชีวิตในบั้นปลายไว้เป็นอย่างดี แต่หลายคนก็ยังไม่เคยคิด หรือนึกถึงเลยสักครั้ง โดยเฉพาะคนที่เพิ่งก้าวเข้าสู่วัยทำงาน คิดแค่ว่าเป็นเรื่องของอนาคต ดังนั้นเรามาดูข้อเท็จจริงของคำว่า “การเกษียณ” ก่อนว่า การเกษียณอายุหมายถึง “การหยุดทำงานประจำ ซึ่งแน่นอนว่าจะทำให้เราไม่มีรายได้หลักอีกต่อไป” แต่ทุกๆ วันหลังจากนี้เราจำเป็นที่ต้องใช้จ่าย

    ซึ่งยิ่งมีอายุมากขึ้นก็มีความจำเป็นที่จะต้องใช้จ่ายเพิ่มขึ้นมากตามจำนวนของเราเท่านั้น ที่แน่นอนจะหมดไปกับการใช้จ่ายเพื่อให้ตัวเองสบาย การใช้จ่ายเพื่อรักษาร่างกาย ค่ารักษาพยาบาล ค่าเดินทางท่องเที่ยว และยังไม่ได้คำนึงถึงว่าค่าใช้จ่ายในอีก 20 ปีข้างหน้า จะต้องมีค่าใช้จ่ายเกิดขึ้นมากน้อยขนาดไหน ซึ่งหากในวันนี้เราไม่ได้มีการวางแผนทางการเงินเพื่อรองรับในวันข้างหน้าแล้ว เราจะเอาเงินมาจากไหนเพื่อให้เพียงพอต่อการใช้จ่ายไปตลอดชีวิต

    อย่างไรก็ตาม การใช้ชีวิตหลังเกษียณอย่างมีความสุข จำเป็นต้องมีเงินเพียงพอสำหรับค่าใช้จ่ายที่จำเป็นและสร้างความสุขเล็กๆ น้อยๆ โดยไม่เป็นภาระของลูกหลาน น่าเสียดายที่หลายคนยังเข้าใจผิดว่าการเตรียมความพร้อมสำหรับการเกษียณเป็นเรื่องของคนอายุมาก ใกล้เกษียณ ทั้งที่จริงแล้ว การเกษียณสุขต้องอาศัยการวางแผนล่วงหน้าในระยะยาวตั้งแต่เริ่มต้นทำงานเลยทีเดียว การวางแผนเมื่อใกล้เกษียณ

    นอกจากนี้ เราจะต้องเตรียมเงินให้เพียงพอต่อค่าใช้จ่ายต่างๆ เพื่อตัวเองแล้ว เราต้องมีความพร้อมในทุกด้าน เพราะทุกคนจะต้องพบเจอกับช่วงเวลานี้ ไม่ช้าก็เร็ว หากคุณสามารถเตรียมความพร้อมก่อนการเกษียณได้ เช่น การเตรียมใจ ซึ่งช่วงเวลาหลังเกษียณอายุ จะเป็นช่วงเวลาแห่งการเปลี่ยนแปลงหลายอย่างพร้อมกัน ทั้งทางด้านร่างกาย จิตใจ อารมณ์ สังคม ตลอดจนฐานะทางการเงิน การเตรียมใจไว้ก่อนล่วงหน้า จะช่วยให้สามารถปรับตัวและใช้ชีวิตได้อย่างมีความสุขมากขึ้น

    การเตรียมกายก็เป็นอีกหนึ่งความสำคัญ เพราะสุขภาพร่างกายที่แข็งแรงเป็นสิ่งจำเป็นที่คุณต้องเตรียมไว้ตั้งแต่ยังหนุ่ม ยังสาว ซึ่งการที่คุณมีสุขภาพร่างกายดี นั่นหมายถึงการใช้เวลาที่เหลืออย่างมีประโยชน์ ลดการเป็นภาระแก่ผู้อื่น มีอารมณ์ และสุขภาพจิตที่ดี รวมไปถึงเตรียมแผนการใช้เวลา เพื่อให้สามารถใช้ชีวิตในช่วงที่เหลือของชีวิตได้อย่างมีเป้าหมาย รู้ว่าช่วงเวลาใดจะทำอะไร อย่างเช่น เวลาทำงาน เวลาการตรวจสุขภาพ เวลาท่องเที่ยวพักผ่อน เวลาออกกำลังกาย ฯลฯ

    และด้วยการเตรียมความพร้อมรับ "วัยเกษียณ" เพียงเท่านี้ ก็เชื่อได้ว่าจะทำให้ทุกคนอยู่ได้อย่างมีความสุขอย่างแน่นอนครับ!!.

    ศรยุทธ เทียนสี

    LEAVE A REPLY

    0 Comments

  • เปลว สีเงิน

    ก็เห็นใจ "อดีตนายกฯ อภิสิทธิ์"! ที่ดิ้นสู้............ ถึงขั้นเตรียมยื่นศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัย ว่าการออกคำสั่ง คสช.ที่ ๕๓/๒๕๖๐ ของนายกฯ เข้าเงื่อนไขการใช้มาตรา ๔๔ หรือไม่? ในความเห็นผมนะ.......
  • บทบรรณาธิการ

    ข้อมูลที่สำคัญในการดำเนินนโยบายแก้ไขปัญหาความไม่สงบในจังหวัดชายแดนภาคใต้กว่า 15 ปีที่ผ่านมาของรัฐบาลไทยตั้งแต่อดีตจนถึงปัจจุบัน โดยการใช้จ่ายงบประมาณสำหรับแก้ไขปัญหาในพื้นที่ ตั้งแต่ปี 2547 จนถึงปีงบประมาณ 2561 รวม 15 ปี งบประมาณ โดยรวมคือ 290,901.6 ล้านบาท
  • เอ็กซ์-ไซท์

    รพ.ตำรวจเตรียมทำวิจัยศึกษาสาเหตุการฆ่าตัวตายของตำรวจ หลังพบเพิ่มมากขึ้น
    แนะตรวจให้ละเอียด ตำรวจท้าเสกฟ้อง รอง ผบ.ตร.-ผบช.น.โต้นักร้องดัง ยันบุกจับกุมที่บ้านดำเนินการตามขั้นตอนของกฎหมาย จะใช้สิทธิฟ้องร้องก็เชิญ รองเลขาฯ อย.เตือนตรวจฉี่ซ้ำแยกแยะชนิดยา เสพติด
    จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัยร่วมกับเอกชนผลิตสารเคลือบหมวกกันน็อกกำจัดกลิ่นและฆ่าเชื้อจูงใจคนสวมหมวกวิน
  • x-cite inside

    ปัจจุบันการเรียนรู้ของเด็กได้เปลี่ยนแปลงไป เนื่องจากมีแหล่งเรียนรู้นอกห้องเรียนมากมาย โดยเฉพาะจากสื่อออนไลน์และเทคโนโลยีต่างๆ ที่สามารถเข้าไปพัฒนาการศึกษาของเยาวชนได้โดยไม่ต้องพึ่งตำราและการเรียนในห้องเพียงอย่างเดียว ที่จะทำให้เกิดความเครียดให้แก่ชีวิตพวกเขา รวมทั้งปัญหาสุขภาวะตามมาอีกด้วย
    เมื่อเทศกาลปีใหม่เวียนมาถึง ถือเป็นสัญญาณเริ่มต้นใหม่ของใครหลายๆคน ในการเปิดรับกับสิ่งต่าง ๆ ที่จะเข้ามาในชีวิต บางคนถือโอกาสบอกลาสิ่งไม่ดีในปีเก่า และบางคนใช้ปีใหม่นี้ในการเปลี่ยนแปลงนิสัยและพฤติกรรมการใช้ชีวิตบางอย่างของตัวเอง หรือการเริ่มต้นทำในสิ่งต่าง ๆ ที่ไม่เคยทำ
    โรคติดต่อไม่เรื้อรัง (NCDs) ถือเป็นกลุ่มโรคที่เกิดจากการใช้ชีวิตที่มีความเสี่ยง โดยเฉพาะการกินอาหารที่มากเกินไป รวมทั้งขาดการทำกิจกรรมทางกายที่นำมาโดยโรคอ้วน เบาหวาน หัวใจ ความดันโลหิตสูง อัมพาต อัมพฤกษ์ ที่ทำให้คนบนโลกนี้เสียชีวิตไปมากที่สุด และยิ่งนับวันคนไทยก็มีความเสี่ยงเป็นโรคเหล่านี้มากขึ้น