ตั้งเป้าปฏิรูปอุดมฯผลิตบัณฑิต4.0

  • Monday, December 4, 2017 - 00:00

    ต้องมีคุณสมบัติเข้มข้นแตกต่าง/ปรับตัวสู่การทำงานอาชีพใหม่-อยู่รอดพึ่งตัวเองได้

    คลอด 8 ยุทธศาสตร์ปฏิรูปอุดมศึกษา “หมอจรัส” เน้นการผลิตบัณฑิต 4.0 ที่มีคุณสมบัติแตกต่างไปจากปัจจุบัน สามารถปรับตัวไปสู่การทำงานอาชีพใหม่ๆ ที่จะเกิดขึ้นในอนาคตได้ พร้อมกับมีทักษะในการดำรงชีวิตยุคสมัยปัจจุบัน จึงต้องมีการบริหารจัดการพิเศษแตกต่างจากการศึกษาขั้นพื้นฐาน และจำเป็นต้องมีกระทรวงการอุดมฯ ตั้งเป้า 2 สัปดาห์แก้ไขปรับร่าง พ.ร.บ.ต่างๆ เสร็จ

    นพ.จรัส สุวรรณเวลา ประธานคณะกรรมการอิสระเพื่อการปฏิรูปการศึกษา ในฐานะประธานคณะอนุกรรมการเฉพาะกิจพิจารณาร่างพระราชบัญญัติ (พ.ร.บ.) การอุดมศึกษา พ.ศ.... กล่าวว่า เมื่อเร็วๆ นี้ ในที่ประชุมคณะอนุกรรมการเฉพาะกิจฯ ได้มีการพิจารณาเรื่องที่เกี่ยวข้องกับการปฏิรูปอุดมศึกษา พร้อมทั้งได้กำหนดยุทธศาสตร์การปฏิรูปอุดมศึกษาใน 8 ประเด็น ดังนี้ 1.อุดมศึกษาต้องมุ่งการผลิตคนที่แตกต่างไปจากเดิม และสนองความต้องการของประเทศ โดยบัณฑิตที่จบการศึกษาต้องมีความรู้ ทักษะ เจตคติเหมาะสมต่อการจ้างงาน สอดคล้องกับสมรรถนะความรู้ ทักษะของตน เศรษฐกิจของประเทศ โดยมุ่งเน้นเป้าหมายของประเทศระดับสูง มีคุณธรรม จริยธรรม ปรับตัวสู่งานใหม่ๆ ในอนาคต การผลิตบัณฑิตจึงไม่ใช่ในรูปแบบที่ดำเนินการอยู่ตอนนี้ 2.การศึกษาต้องมีความเข้มข้นและตรงเป้าหมาย เพื่อแก้ปัญหาสภาพปัจจุบันที่ร้ายแรงพอสมควร คือปัญหาการมีทักษะไม่สอดคล้องกับที่ตลาดแรงงาน อีกทั้งบัณฑิตจบออกมาไม่สามารถทำให้คุณภาพชีวิตตัวเองดีขึ้นได้ ยุทธศาสตร์ดังกล่าวจะแก้ไขในเรื่องต่างๆ เช่น การผลิตครู ซึ่งขณะนี้มีบัณฑิตครูจบประมาณ 25,000 คน แต่ในอีก 4 ปีข้างหน้าจะมีตำแหน่งว่างน้อยกว่านี้ รวมถึงคุณภาพ จากข้อมูลหลายแห่งพบว่าบัณฑิตไม่สามารถทำงานได้ เป็นต้น 3.การที่ต้องใช้ผลงานวิจัยสู่เรื่องการแข่งขันระดับโลก และใช้ประโยชน์ในการพัฒนาสังคมอย่างจริงจัง ต่อเนื่อง โดยการวิจัยและนวัตกรรมต้องเป็นงานวิจัยนำไปสู่การมีนวัตกรรม ซึ่งนวัตกรรมต้องเป็นสิ่งที่ขายได้ และเป็นนวัตกรรมทางสังคม นวัตกรรมทางระบบ จะใช้แบบเดิมไม่ได้

    นพ.จรัสกล่าวต่อว่า 4.ธรรมาภิบาล ระบบของอุดมศึกษาเน้นเรื่องธรรมาภิบาลโดยใช้สภามหาวิทยาลัย แต่ขณะนี้สภาพสภามหาวิทยาลัยไม่ได้เน้นธรรมาภิบาลอย่างเต็มที่ 5.ระบบงบประมาณ ตอนนี้ยังใช้ไม่คุ้มค่า ทั้งเรื่องผลิตกำลังคนและการสร้างองค์ความรู้ เพราะงบประมาณส่วนใหญ่นำไปใช้ในเรื่องเงินเดือน ไม่มีงบประมาณที่จะผลักดันให้เกิดการปรับตัวอุดมศึกษาไปสู่ไทยแลนด์ 4.0 6.ระบบข้อมูลสารสนเทศ โดยเฉพาะข้อมูลนักเรียน นิสิต นักศึกษา ควรมีข้อมูลกลางเพื่อได้รู้ว่ามีนักศึกษาจำนวนเท่าไหร่ ผลิตถูกต้องหรือไม่ มีงานทำหรือไม่ ครูผู้สอนมีเท่าใด เป็นต้น 7.การลดความเหลื่อมล้ำในโอกาส เชื่อมโยงไปถึงคุณภาพการศึกษาที่แตกต่างกัน ทำให้การเข้าถึงอุดมศึกษาไม่เท่ากัน และ 8.การจัดโครงสร้างแยกระบบการบริหารอุดมศึกษาของชาติออกเป็นส่วนที่เป็นนโยบาย ออกจากส่วนที่เป็นการกำกับดูแลและการปฏิบัติงาน ขณะนี้มหาวิทยาลัยมีเสรีภาพ แต่การกำกับดูแลไม่ค่อยดี เพราะเหมือนกันไปหมด ไม่มีความหลากหลาย ทั้งที่บางส่วนอาจต้องกำกับแรง บางส่วนต้องกำกับอ่อน อย่างไรก็ตาม เรื่องนโยบายและยุทธศาสตร์ทั้งหมดต้องปรับไปแก้

    “เนื่องจากอุดมศึกษามีความหลากหลาย และสิ่งที่กระทบกับอุดมศึกษามีความซับซ้อน ดังนั้นคณะอนุกรรมการเฉพาะกิจฯ จึงสรุปว่า มีความจำเป็นต้องแยกกระทรวงการอุดมศึกษาออกจากกระทรวงศึกษาธิการ (ศธ.) เพราะเป้าหมายของอุดมศึกษาไม่เหมือนการบริหารจัดการของการศึกษาขั้นพื้นฐานหรือการศึกษาอื่นๆ อีกทั้งหากจะขับเคลื่อนเป็นไทยแลนด์ 4.0 ได้จำเป็นต้องมีอุดมศึกษา 4.0 บัณฑิต 4.0 และต้องมีการบริหารจัดการเป็นพิเศษ โดยจากนี้ต้องดำเนินการปรับร่าง พ.ร.บ.การอุดมศึกษา พ.ศ... ให้สอดคล้องกับยุทธศาสตร์ที่กำหนดไว้ พร้อมทั้งยังต้องมีการบริหารจัดการเรื่องอื่นๆ ต่อไป เช่น สถาบันอุดมศึกษาเอกชนซึ่งมี พ.ร.บ.อีกฉบับ จะทำอย่างไรให้มีประสิทธิภาพ เป็นต้น ซึ่งผมตั้งเป้าไว้ 2 สัปดาห์จะดำเนินการแก้ไขปรับร่าง พ.ร.บ.ต่างๆ เสร็จสิ้น เพื่อเสนอการประชุมคณะกรรมการอิสระฯ ในวันที่ 12 ธันวาคม 2560 แต่เบื้องต้นจะนำข้อสรุปของคณะอนุกรรมการเฉพาะกิจฯ เรื่องความจำเป็นในการแยกกระทรวงการอุดมศึกษาและการกำหนดยุทธศาสตร์เสนอคณะกรรมการอิสระฯ ในวันที่ 6 ธันวาคมนี้" ประธานคณะอนุกรรมการเฉพาะกิจฯ กล่าว.

  • เปลว สีเงิน

    ก็เห็นใจ "อดีตนายกฯ อภิสิทธิ์"! ที่ดิ้นสู้............ ถึงขั้นเตรียมยื่นศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัย ว่าการออกคำสั่ง คสช.ที่ ๕๓/๒๕๖๐ ของนายกฯ เข้าเงื่อนไขการใช้มาตรา ๔๔ หรือไม่? ในความเห็นผมนะ.......
  • บทบรรณาธิการ

    ข้อมูลที่สำคัญในการดำเนินนโยบายแก้ไขปัญหาความไม่สงบในจังหวัดชายแดนภาคใต้กว่า 15 ปีที่ผ่านมาของรัฐบาลไทยตั้งแต่อดีตจนถึงปัจจุบัน โดยการใช้จ่ายงบประมาณสำหรับแก้ไขปัญหาในพื้นที่ ตั้งแต่ปี 2547 จนถึงปีงบประมาณ 2561 รวม 15 ปี งบประมาณ โดยรวมคือ 290,901.6 ล้านบาท
  • เอ็กซ์-ไซท์

    รพ.ตำรวจเตรียมทำวิจัยศึกษาสาเหตุการฆ่าตัวตายของตำรวจ หลังพบเพิ่มมากขึ้น
    แนะตรวจให้ละเอียด ตำรวจท้าเสกฟ้อง รอง ผบ.ตร.-ผบช.น.โต้นักร้องดัง ยันบุกจับกุมที่บ้านดำเนินการตามขั้นตอนของกฎหมาย จะใช้สิทธิฟ้องร้องก็เชิญ รองเลขาฯ อย.เตือนตรวจฉี่ซ้ำแยกแยะชนิดยา เสพติด
    จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัยร่วมกับเอกชนผลิตสารเคลือบหมวกกันน็อกกำจัดกลิ่นและฆ่าเชื้อจูงใจคนสวมหมวกวิน
  • x-cite inside

    ปัจจุบันการเรียนรู้ของเด็กได้เปลี่ยนแปลงไป เนื่องจากมีแหล่งเรียนรู้นอกห้องเรียนมากมาย โดยเฉพาะจากสื่อออนไลน์และเทคโนโลยีต่างๆ ที่สามารถเข้าไปพัฒนาการศึกษาของเยาวชนได้โดยไม่ต้องพึ่งตำราและการเรียนในห้องเพียงอย่างเดียว ที่จะทำให้เกิดความเครียดให้แก่ชีวิตพวกเขา รวมทั้งปัญหาสุขภาวะตามมาอีกด้วย
    เมื่อเทศกาลปีใหม่เวียนมาถึง ถือเป็นสัญญาณเริ่มต้นใหม่ของใครหลายๆคน ในการเปิดรับกับสิ่งต่าง ๆ ที่จะเข้ามาในชีวิต บางคนถือโอกาสบอกลาสิ่งไม่ดีในปีเก่า และบางคนใช้ปีใหม่นี้ในการเปลี่ยนแปลงนิสัยและพฤติกรรมการใช้ชีวิตบางอย่างของตัวเอง หรือการเริ่มต้นทำในสิ่งต่าง ๆ ที่ไม่เคยทำ
    โรคติดต่อไม่เรื้อรัง (NCDs) ถือเป็นกลุ่มโรคที่เกิดจากการใช้ชีวิตที่มีความเสี่ยง โดยเฉพาะการกินอาหารที่มากเกินไป รวมทั้งขาดการทำกิจกรรมทางกายที่นำมาโดยโรคอ้วน เบาหวาน หัวใจ ความดันโลหิตสูง อัมพาต อัมพฤกษ์ ที่ทำให้คนบนโลกนี้เสียชีวิตไปมากที่สุด และยิ่งนับวันคนไทยก็มีความเสี่ยงเป็นโรคเหล่านี้มากขึ้น