โป๊ปแจงส่งสารชัดแม้เลี่ยงคำโรฮีนจา

  • Monday, December 4, 2017 - 00:00


    โป๊ปฟรานซิสชี้แจงผู้สื่อข่าวบนเครื่องบินระหว่างเดินทางกลับวาติกันเมื่อวันที่ 2 ธันวาคม 2560 ภาพ AFP

    สมเด็จพระสันตะปาปาฟรานซิสทรงชี้แจงระหว่างเสด็จกลับนครวาติกัน หลังเสร็จภารกิจเยือนเมียนมาและบังกลาเทศ ยืนยันแม้จะเลี่ยงเอ่ยคำ "โรฮิงญา" ในเมียนมา แต่พระองค์ส่งสารชัดเจนถึงผู้นำเมียนมาแล้ว เผยทรงหลั่งน้ำตาระหว่างพบผู้ลี้ภัยชาวโรฮีนจาที่บังกลาเทศด้วย

    ประมุขแห่งคริสตจักรโรมันคาทอลิกตรัสกับคณะผู้สื่อข่าวบนเครื่องบินระหว่างเสด็จออกจากบังกลาเทศกลับกรุงโรมเมื่อวันเสาร์ที่ 2 ธันวาคม 2560 ว่าการเสด็จเยือนเมียนมาและบังกลาเทศครั้งนี้ พระองค์กำหนดเงื่อนไขไว้ว่าพระองค์จะต้องได้พบกับผู้ลี้ภัยชาวโรฮีนจาด้วย และถึงแม้ว่าระหว่างเยือนเมียนมา 4 วัน พระองค์จะไม่เคยเอ่ยคำ "โรฮีนจา" ต่อที่สาธารณะ แต่ในการพบปะกับผู้นำทหารของเมียนมา พระองค์ได้แสดงจุดยืนอย่างหนักแน่นว่าเมียนมาต้องเคารพสิทธิของผู้ลี้ภัยชาวโรฮีนจา

    โป๊ปตรัสว่า สำหรับพระองค์แล้ว สิ่งสำคัญที่สุดคือ สารนี้ได้ถูกถ่ายทอดออกไป และได้รับฟังปฏิกิริยาตอบสนองทีละขั้นทีละตอน พระองค์รู้ดีว่า หากในการกล่าวอย่างเป็นทางการแล้วพระองค์ใช้คำนี้ พวกเขาคงจะปิดประตูใส่หน้า ฉะนั้น ในที่สาธารณะพระองค์จึงใช้การบรรยายถึงสถานการณ์และสิทธิ โดยกล่าวว่าไม่ควรมีผู้ใดถูกกีดกัน (สิทธิ) ความเป็นพลเมือง การทำเช่นนี้เพื่อเปิดโอกาสให้พระองค์ได้กล่าวลึกกว่านั้นในการพบปะเป็นการส่วนตัวกับผู้นำเมียนมา

    ระหว่างการเยือนเมียนมา โป๊ปได้รับคำแนะนำจากคริสตจักรในเมียนมาว่า การเอ่ยคำ โรฮีนจา อาจก่อกระแสต่อต้านชาวคริสต์และชนกลุ่มน้อยในเมียนมา แต่การเยือนบังกลาเทศหลังจากนั้น โป๊ปใช้คำนี้อย่างน้อย 1 ครั้งระหว่างการพบกับกลุ่มผู้ลี้ภัยชาวโรฮีนจาเมื่อวันศุกร์ โดยโป๊ปเปิดเผยด้วยว่า พระองค์สะเทือนใจเมื่อได้พบและสนทนากับชาวโรฮีนจาเหล่านี้ ที่ทำให้พระองค์ถึงกับหลั่งน้ำตา แต่ทรงพยายามปิดบังไว้ไม่ให้ใครเห็น

    รายงานกล่าวว่า กำหนดการเดิมนั้น โป๊ปจะได้พบกับพลเอกอาวุโสมิน อ่อง หล่าย ผู้บัญชาการทหารสูงสุดของเมียนมา เช้าวันพฤหัสบดี หลังจากได้พบกับนางอองซาน ซูจี ผู้นำรัฐบาลพลเรือนของเมียนมาในวันอังคาร แต่ปรากฏว่า ผู้นำทหารของเมียนมาได้เข้าพบโป๊ปก่อนกำหนดตั้งแต่คืนวันจันทร์

    โป๊ปตรัสว่า การสนทนาระหว่างพระองค์กับนายพลเมียนมาเป็นการสนทนาที่ดี และเมื่อผู้สื่อข่าวถามว่า พระองค์ได้ใช้คำโรฮีนจาระหว่างการสนทนาเป็นการส่วนตัวกับพวกนายทหารหรือไม่ โป๊ปตอบว่า พระองค์ใช้คำต่างๆ เพื่อสื่อสาร และเมื่อทรงเห็นว่าสารนั้นได้สื่อถึงแล้ว พระองค์ก็กล้าที่จะพูดทุกสิ่งที่อยากพูด จากนั้นทรงยิ้มยิงฟันอย่างมีเลศนัยกับนักข่าวคนหนึ่ง และจบการสนทนาด้วยวลีภาษาละติน ที่หมายว่า คำไม่กี่คำก็เพียงพอสำหรับคนที่เข้าใจ

    รายงานข่าวที่ว่าโป๊ปได้เอ่ยคำโรฮีนจาระหว่างเยือนบังกลาเทศ ก่อกระแสไม่พอใจในโซเชียลมีเดียของเมียนมาที่ตำหนิประมุขคริสตจักรคาทอลิกองค์นี้ แต่ก็ยังมีอีกฝ่ายที่ชื่นชมพระองค์ที่เลี่ยงคำคำนี้ขณะอยู่ในเมียนมา.

  • เปลว สีเงิน

    ก็เห็นใจ "อดีตนายกฯ อภิสิทธิ์"! ที่ดิ้นสู้............ ถึงขั้นเตรียมยื่นศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัย ว่าการออกคำสั่ง คสช.ที่ ๕๓/๒๕๖๐ ของนายกฯ เข้าเงื่อนไขการใช้มาตรา ๔๔ หรือไม่? ในความเห็นผมนะ.......
  • บทบรรณาธิการ

    ข้อมูลที่สำคัญในการดำเนินนโยบายแก้ไขปัญหาความไม่สงบในจังหวัดชายแดนภาคใต้กว่า 15 ปีที่ผ่านมาของรัฐบาลไทยตั้งแต่อดีตจนถึงปัจจุบัน โดยการใช้จ่ายงบประมาณสำหรับแก้ไขปัญหาในพื้นที่ ตั้งแต่ปี 2547 จนถึงปีงบประมาณ 2561 รวม 15 ปี งบประมาณ โดยรวมคือ 290,901.6 ล้านบาท
  • เอ็กซ์-ไซท์

    รพ.ตำรวจเตรียมทำวิจัยศึกษาสาเหตุการฆ่าตัวตายของตำรวจ หลังพบเพิ่มมากขึ้น
    แนะตรวจให้ละเอียด ตำรวจท้าเสกฟ้อง รอง ผบ.ตร.-ผบช.น.โต้นักร้องดัง ยันบุกจับกุมที่บ้านดำเนินการตามขั้นตอนของกฎหมาย จะใช้สิทธิฟ้องร้องก็เชิญ รองเลขาฯ อย.เตือนตรวจฉี่ซ้ำแยกแยะชนิดยา เสพติด
    จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัยร่วมกับเอกชนผลิตสารเคลือบหมวกกันน็อกกำจัดกลิ่นและฆ่าเชื้อจูงใจคนสวมหมวกวิน
  • x-cite inside

    ปัจจุบันการเรียนรู้ของเด็กได้เปลี่ยนแปลงไป เนื่องจากมีแหล่งเรียนรู้นอกห้องเรียนมากมาย โดยเฉพาะจากสื่อออนไลน์และเทคโนโลยีต่างๆ ที่สามารถเข้าไปพัฒนาการศึกษาของเยาวชนได้โดยไม่ต้องพึ่งตำราและการเรียนในห้องเพียงอย่างเดียว ที่จะทำให้เกิดความเครียดให้แก่ชีวิตพวกเขา รวมทั้งปัญหาสุขภาวะตามมาอีกด้วย
    เมื่อเทศกาลปีใหม่เวียนมาถึง ถือเป็นสัญญาณเริ่มต้นใหม่ของใครหลายๆคน ในการเปิดรับกับสิ่งต่าง ๆ ที่จะเข้ามาในชีวิต บางคนถือโอกาสบอกลาสิ่งไม่ดีในปีเก่า และบางคนใช้ปีใหม่นี้ในการเปลี่ยนแปลงนิสัยและพฤติกรรมการใช้ชีวิตบางอย่างของตัวเอง หรือการเริ่มต้นทำในสิ่งต่าง ๆ ที่ไม่เคยทำ
    โรคติดต่อไม่เรื้อรัง (NCDs) ถือเป็นกลุ่มโรคที่เกิดจากการใช้ชีวิตที่มีความเสี่ยง โดยเฉพาะการกินอาหารที่มากเกินไป รวมทั้งขาดการทำกิจกรรมทางกายที่นำมาโดยโรคอ้วน เบาหวาน หัวใจ ความดันโลหิตสูง อัมพาต อัมพฤกษ์ ที่ทำให้คนบนโลกนี้เสียชีวิตไปมากที่สุด และยิ่งนับวันคนไทยก็มีความเสี่ยงเป็นโรคเหล่านี้มากขึ้น