เตรียมแก้กม.แจกเข็มฉีดยากลุ่มเสี่ยง

  • Tuesday, December 5, 2017 - 00:00


    NGO หวั่นหลังกฤษฎีกาตีความว่า การแจกเข็มฉีดยาสะอาดอาจทำไม่ได้ เพราะอาจเป็นการสนับสนุนการเสพยา ด้านหมอสมานแจง สธ.สนับสนุนการแจกเข็มฉีดยาเพื่อลดปัญหาการแพร่กระจายเชื้อ แต่เมื่อกฤษฎีกาตีความมาว่าทำไม่ได้ ก็ต้องดำเนินการแก้ไขเพื่อให้ถูกกฎหมาย

    วันที่ 4 ธ.ค. นายนิมิตร์ เทียนอุดม ผู้อำนวยการมูลนิธิเข้าถึงเอดส์ กล่าวว่า ทางมูลนิธิและเครือข่ายต่างมีความเป็นห่วงกรณี นพ.สมาน ฟูตระกูล ผู้อำนวยการสำนักโรคเอดส์ วัณโรค และโรคติดต่อทางเพศสัมพันธ์ กรมควบคุมโรค กังวลในเรื่องมาตรการลดการติดเชื้อเอชไอวี ด้วยการแจกเข็มฉีดยาที่สะอาด เนื่องจากคณะกรรมการกฤษฎีกาตีความว่าอาจทำไม่ได้ เพราะอาจเป็นการสนับสนุนการเสพยานั้น ซึ่งจริงๆ ไม่ใช่เลย หากกระทรวงสาธารณสุข (สธ.) ยืนยันนโยบายส่งเสริมและป้องกันโรคจริงๆ ก็ต้องเดินหน้า เพราะมาตรการแจกเข็มฉีดยาก็มีในต่างประเทศ ถือเป็นมาตรการหนึ่งที่ทำกันมานานแล้ว

    นายนิมิตร์กล่าวว่า หากกระทรวงสาธารณสุขเป็นห่วงเรื่องกฎหมาย ก็สามารถเป็นเจ้าภาพเสนอเรื่องแก้กฎหมาย หรือดำเนินการให้เหมาะสม และต้องทำในเรื่องมาตรการแก้ไขปัญหา เพราะมีกลุ่มผู้ใช้เข็มฉีดยา 4-5 หมื่นคน หากไม่ทำต้องตอบให้ได้ว่า หากมีการติดเชื้อเพิ่มจะทำอย่างไร เพราะกลุ่มนี้ต้องยอมรับว่าไม่สามารถเลิกเสพยาได้ถาวร การที่มีการแจกเข็มฉีดยาสะอาดก็เพื่อลดการแพร่กระจายเชื้อจากเข็มกันเอง ซึ่งมีทั้งเชื้อเอชไอวีและไวรัสตับอักเสบซี อย่างไรก็ตาม การแจกเข็มไม่ใช่การสนับสนุนการเสพยา เพราะป้องกันการแลกเปลี่ยนใช้เข็มต่อกัน พร้อมกับการให้ความรู้ต่างๆ เพื่อลดการใช้ยา และเลิกยาในอนาคต” นายนิมิตร์กล่าว

    นายอภิวัฒน์ กวางแก้ว ประธานเครือข่ายผู้ติดเชื้อเอชไอวี/เอดส์ ประเทศไทย กล่าวว่า ต้องส่งเสริมการป้องกัน ปัญหาเอดส์จึงจะยุติได้ การใช้เข็มฉีดยาก็เพื่อป้องกันการแพร่กระจายเชื้อเอชไอวี ดังนั้น สธ.ต้องยึดเรื่องนี้ ไม่ใช่มาห่วงเรื่องคณะกรรมการกฤษฎีกา

    ด้าน นพ.สมานยืนยันว่าสนับสนุนนโยบายลดการติดเชื้อด้วยการแจกเข็มฉีดยาสะอาด หรือ Harm Reduction pnopyo ยืนยันว่า การแจกเข็มให้กับกลุ่มที่ยังจำเป็นต้องใช้ ถือว่าจำเป็นในการป้องกันการแพร่กระจายเชื้อเอชไอวีได้ แต่เมื่อคณะกรรมการกฤษฎีกาตีความออกมา 2 ข้อคือ 1.อาจจะเข้าข่ายสนับสนุนให้เข็มฉีดยาเพื่อเสพยา และ 2.อาจจะเข้าข่ายยั่วยุ ยุยง ส่งเสริม ก็ต้องทำให้ถูกกฎหมาย ซึ่งในส่วนของการยั่วยุ ยุยง ส่งเสริม สามารถชี้แจงได้ว่ามาตรการดังกล่าวเพื่อลดการติดเชื้อเอชไอวีจากการใช้เข็มฉีดยา แต่ประเด็นข้อแรกนั้น ต้องหารือว่าจะแก้ปัญหาอย่างไรให้เป็นไปอย่างถูกกฎหมาย

    “ที่ผ่านมาอาจมีความเข้าใจว่า มาตรการแจกเข็มฉีดยาเป็นกฎหมายของคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามยาเสพติด (ป.ป.ส.) ซึ่งจริงๆ ยังไม่มีการระบุเป็นกฎหมาย เป็นเพียงแนวนโยบาย ซึ่งขณะนี้ตนกำลังเสนอทางปลัดกระทรวงสาธารณสุข (สธ.) เพื่อทำหนังสือถึงปลัดกระทรวงยุติธรรมในเรื่องดังกล่าว และแนวทางการแก้กฎหมายต่อไป” นพ.สมานกล่าว.

  • เปลว สีเงิน

    ก็เห็นใจ "อดีตนายกฯ อภิสิทธิ์"! ที่ดิ้นสู้............ ถึงขั้นเตรียมยื่นศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัย ว่าการออกคำสั่ง คสช.ที่ ๕๓/๒๕๖๐ ของนายกฯ เข้าเงื่อนไขการใช้มาตรา ๔๔ หรือไม่? ในความเห็นผมนะ.......
  • บทบรรณาธิการ

    ข้อมูลที่สำคัญในการดำเนินนโยบายแก้ไขปัญหาความไม่สงบในจังหวัดชายแดนภาคใต้กว่า 15 ปีที่ผ่านมาของรัฐบาลไทยตั้งแต่อดีตจนถึงปัจจุบัน โดยการใช้จ่ายงบประมาณสำหรับแก้ไขปัญหาในพื้นที่ ตั้งแต่ปี 2547 จนถึงปีงบประมาณ 2561 รวม 15 ปี งบประมาณ โดยรวมคือ 290,901.6 ล้านบาท
  • เอ็กซ์-ไซท์

    รพ.ตำรวจเตรียมทำวิจัยศึกษาสาเหตุการฆ่าตัวตายของตำรวจ หลังพบเพิ่มมากขึ้น
    แนะตรวจให้ละเอียด ตำรวจท้าเสกฟ้อง รอง ผบ.ตร.-ผบช.น.โต้นักร้องดัง ยันบุกจับกุมที่บ้านดำเนินการตามขั้นตอนของกฎหมาย จะใช้สิทธิฟ้องร้องก็เชิญ รองเลขาฯ อย.เตือนตรวจฉี่ซ้ำแยกแยะชนิดยา เสพติด
    จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัยร่วมกับเอกชนผลิตสารเคลือบหมวกกันน็อกกำจัดกลิ่นและฆ่าเชื้อจูงใจคนสวมหมวกวิน
  • x-cite inside

    ปัจจุบันการเรียนรู้ของเด็กได้เปลี่ยนแปลงไป เนื่องจากมีแหล่งเรียนรู้นอกห้องเรียนมากมาย โดยเฉพาะจากสื่อออนไลน์และเทคโนโลยีต่างๆ ที่สามารถเข้าไปพัฒนาการศึกษาของเยาวชนได้โดยไม่ต้องพึ่งตำราและการเรียนในห้องเพียงอย่างเดียว ที่จะทำให้เกิดความเครียดให้แก่ชีวิตพวกเขา รวมทั้งปัญหาสุขภาวะตามมาอีกด้วย
    เมื่อเทศกาลปีใหม่เวียนมาถึง ถือเป็นสัญญาณเริ่มต้นใหม่ของใครหลายๆคน ในการเปิดรับกับสิ่งต่าง ๆ ที่จะเข้ามาในชีวิต บางคนถือโอกาสบอกลาสิ่งไม่ดีในปีเก่า และบางคนใช้ปีใหม่นี้ในการเปลี่ยนแปลงนิสัยและพฤติกรรมการใช้ชีวิตบางอย่างของตัวเอง หรือการเริ่มต้นทำในสิ่งต่าง ๆ ที่ไม่เคยทำ
    โรคติดต่อไม่เรื้อรัง (NCDs) ถือเป็นกลุ่มโรคที่เกิดจากการใช้ชีวิตที่มีความเสี่ยง โดยเฉพาะการกินอาหารที่มากเกินไป รวมทั้งขาดการทำกิจกรรมทางกายที่นำมาโดยโรคอ้วน เบาหวาน หัวใจ ความดันโลหิตสูง อัมพาต อัมพฤกษ์ ที่ทำให้คนบนโลกนี้เสียชีวิตไปมากที่สุด และยิ่งนับวันคนไทยก็มีความเสี่ยงเป็นโรคเหล่านี้มากขึ้น