ได้เวลายุค“การเงินดิจิทัล”

  • Wednesday, December 6, 2017 - 00:00


    “QR Code” ถือเป็นนวัตกรรมทางการเงินที่ใหม่สำหรับประเทศไทยอยู่พอสมควร ซึ่งขณะนี้ภาครัฐได้พยายามผลักดันให้มีการชำระเงินผ่านระบบดังกล่าวอย่างแพร่หลายมากขึ้น โดยหลักๆ จะเริ่มใช้กับร้านค้าต่างๆ ทั้งในและรอบพื้นที่ราชการก่อน อาทิ กระทรวงการคลัง ที่มีการผลักดันเรื่องนี้อย่างจริงจัง ถือเป็นสัญญาณที่ดีกับภาคการเงินไทยที่มีการนำนวัตกรรมทางการเงินใหม่ๆ เข้ามาใช้ เพื่อให้เป็นไปตามมาตรฐานที่หลายประเทศกำลังดำเนินการอยู่

    โดย “QR Code” นี้ เป็นระบบที่จะทำให้การชำระเงินมีความสะดวกสบายมากยิ่งขึ้น และยังช่วยให้เกิดประโยชน์ทั้งในแง่ความเป็นมาตรฐานสากล เพราะร้านค้า 1 ร้านมี QR Code เพียง 1 อัน ก็สามารถรับชำระเงินผ่านช่องทางจากลูกค้าที่หลากหลายมากขึ้น ทั้งจากธนาคาร บัตรเงินสด หรือบัตรเครดิตรายใดก็ตาม รวมถึงยังเป็นการเพิ่มช่องทางการชำระเงินที่สะดวก ไม่ต้องใช้เงินสด เป็นการหักบัญชีผ่าน QR Code และมีต้นทุนต่ำ เช่น กรณีผูกบัญชี QR Code กับพร้อมเพย์ก็จะไม่เสียค่าธรรมเนียมในการชำระเงิน แถมยังมีความปลอดภัยสูง เพราะไม่มีการให้ข้อมูลส่วนตัว และสามารถตรวจสอบข้อมูลก่อนการชำระเงินได้ และสามารถเก็บข้อมูลการชำระเงินอย่างเป็นระบบมากขึ้น เพื่อการวางแผนธุรกิจหรือการขอสินเชื่อกับสถาบันการเงินต่างๆ ในอนาคต

    ซึ่งที่ผ่านมา กระทรวงการคลัง ธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) และสถาบันการเงินทั้งของรัฐและเอกชนก็ให้ความร่วมมือในการผลักดันการใช้จ่ายผ่านระบบ QR Code อย่างเต็มที่ แต่ก็ต้องยอมรับว่าเรื่องนี้ยังถือเป็นเรื่องใหม่สำหรับประเทศไทย ดังนั้นการประชาสัมพันธ์ การสร้างความรู้ ความเข้าใจ ให้คำแนะนำต่างๆ จึงยังถือเป็นเรื่องสำคัญอย่างยิ่ง

    และล่าสุด “วีซ่า” ได้เปิดเผยผลวิจัยประเมินผลลัพธ์ทางเศรษฐกิจจากการเพิ่มการใช้จ่ายผ่านระบบดิจิทัลในหัวเมืองหลักทั่วโลก ซึ่ง “กรุงเทพฯ” ได้เป็น 1 ใน 6 มหานครที่ได้รับการคัดเลือกสำหรับการวิจัย เพื่อเป็นตัวแทนของ “เมืองที่กำลังเปลี่ยนเข้าสู่ระบบดิจิทัล” และ “กรุงเทพฯ” ได้เป็น 1 ใน 5 ระดับชั้นการพัฒนาระดับชั้นการพัฒนาของการชำระเงินแบบดิจิทัล

    ซึ่งระบบการเงินของประเทศไทยที่ก้าวเข้าสู่ยุคดิจิทัลนี่เอง ก่อให้เกิดประโยชน์อย่างมากกับระบบเศรษฐกิจ ทั้งในเรื่องการประหยัดเวลาระหว่างการดำเนินธุรกิจและธุรกรรมการเงิน ช่วยลดต้นทุนในการขนส่ง ขณะที่รายได้จากการขายก็มีเพิ่มมากขึ้นจากฐานลูกค้าที่ขยายออกไปในกลุ่มออนไลน์มากขึ้น รายได้ภาษีที่เพิ่มขึ้น การประหยัดค่าใช้จ่ายของภาครัฐ อีกทั้งยังลดปริมาณการก่ออาชญากรรมที่เกี่ยวข้องกับเงินสดลงได้ด้วย เหล่านี้นำมาซึ่งการเติบโตทางเศรษฐกิจของประเทศในที่สุด

    “วีซ่า” ระบุว่า การใช้จ่ายผ่านระบบอิเล็กทรอนิกส์ในรูปแบบต่างๆ นี้เอง ทำให้การเติบโตทางเศรษฐกิจของประเทศมีมูลค่าเพิ่มขึ้นถึง 1.26 แสนล้านบาท โดยผู้บริโภคได้รับประโยชน์สุทธิ 3 พันล้านบาท ภาคธุรกิจได้รับประโยชน์สุทธิ 7.3 หมื่นล้านบาท ขณะที่ภาครัฐเองก็ได้รับประโยชน์สุทธิไม่แพ้กันที่ 5 หมื่นล้านบาท

    และแน่นอน นวัตกรรมทางการเงินชนิดหนึ่งที่ “วีซ่า” เชื่อว่าจะได้รับความนิยมใช้อย่างแพร่หลายมากขึ้น นั่นคือ “QR Code” นั่นเอง ซึ่งนวัตกรรมทางการเงินชนิดนี้จะกลายเป็นมาตรฐานให้ร้านค้าต่างๆ ทั่วไป เพราะไม่ใช่แค่การโอนเงินระหว่างบัญชีเท่านั้น แต่ “QR Code” ยังสามารถผูกบัตรเครดิตและเดบิตเป็นแหล่งเงินได้อีกด้วย

    ระบบการชำระเงินที่ทันสมัยขึ้นของประเทศไทยนี้เอง เป็นการเติบโตที่เดินหน้าและสอดรับกับไลฟ์สไตล์ของคนรุ่นใหม่ในปัจจุบัน ที่หันไปซื้อของผ่านระบบออนไลน์มากขึ้น ดังนั้น การหวังเห็นลูกค้าที่มาซื้อของผ่านหน้าร้านค้าทั่วไป อาจไม่ใช่กลุ่มเป้าหมายสำคัญของผู้ประกอบการเหมือนที่ผ่านมา เพราะหากอิงจากข้อมูลของ “กรมสรรพากร” ที่ระบุว่า ปัจจุบันยอดการซื้อสินค้าผ่านระบบออนไลน์ หรืออี-คอมเมิร์ซ เฉลี่ยสูงถึงหลักแสนล้านบาท ดังนั้นการให้ความสำคัญกับระบบการเงิน การชำระเงินที่ทันสมัย จึงอาจเป็นประเด็นที่ไม่เพียงภาครัฐและเอกชนรายใหญ่เท่านั้นที่จะมองเรื่องนี้ แต่ “ผู้ประกอบการรายย่อยๆ” ก็คงถึงเวลาที่จะหันมาให้ความสำคัญ และปรับตัวให้ทันกับเทคโนโลยีของโลกที่เปลี่ยนไปเร็วเช่นนี้ด้วยเช่นกัน.

    ครองขวัญ รอดหมวน

    LEAVE A REPLY

    0 Comments

  • เปลว สีเงิน

    ก็เห็นใจ "อดีตนายกฯ อภิสิทธิ์"! ที่ดิ้นสู้............ ถึงขั้นเตรียมยื่นศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัย ว่าการออกคำสั่ง คสช.ที่ ๕๓/๒๕๖๐ ของนายกฯ เข้าเงื่อนไขการใช้มาตรา ๔๔ หรือไม่? ในความเห็นผมนะ.......
  • บทบรรณาธิการ

    ข้อมูลที่สำคัญในการดำเนินนโยบายแก้ไขปัญหาความไม่สงบในจังหวัดชายแดนภาคใต้กว่า 15 ปีที่ผ่านมาของรัฐบาลไทยตั้งแต่อดีตจนถึงปัจจุบัน โดยการใช้จ่ายงบประมาณสำหรับแก้ไขปัญหาในพื้นที่ ตั้งแต่ปี 2547 จนถึงปีงบประมาณ 2561 รวม 15 ปี งบประมาณ โดยรวมคือ 290,901.6 ล้านบาท
  • เอ็กซ์-ไซท์

    รพ.ตำรวจเตรียมทำวิจัยศึกษาสาเหตุการฆ่าตัวตายของตำรวจ หลังพบเพิ่มมากขึ้น
    แนะตรวจให้ละเอียด ตำรวจท้าเสกฟ้อง รอง ผบ.ตร.-ผบช.น.โต้นักร้องดัง ยันบุกจับกุมที่บ้านดำเนินการตามขั้นตอนของกฎหมาย จะใช้สิทธิฟ้องร้องก็เชิญ รองเลขาฯ อย.เตือนตรวจฉี่ซ้ำแยกแยะชนิดยา เสพติด
    จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัยร่วมกับเอกชนผลิตสารเคลือบหมวกกันน็อกกำจัดกลิ่นและฆ่าเชื้อจูงใจคนสวมหมวกวิน
  • x-cite inside

    ปัจจุบันการเรียนรู้ของเด็กได้เปลี่ยนแปลงไป เนื่องจากมีแหล่งเรียนรู้นอกห้องเรียนมากมาย โดยเฉพาะจากสื่อออนไลน์และเทคโนโลยีต่างๆ ที่สามารถเข้าไปพัฒนาการศึกษาของเยาวชนได้โดยไม่ต้องพึ่งตำราและการเรียนในห้องเพียงอย่างเดียว ที่จะทำให้เกิดความเครียดให้แก่ชีวิตพวกเขา รวมทั้งปัญหาสุขภาวะตามมาอีกด้วย
    เมื่อเทศกาลปีใหม่เวียนมาถึง ถือเป็นสัญญาณเริ่มต้นใหม่ของใครหลายๆคน ในการเปิดรับกับสิ่งต่าง ๆ ที่จะเข้ามาในชีวิต บางคนถือโอกาสบอกลาสิ่งไม่ดีในปีเก่า และบางคนใช้ปีใหม่นี้ในการเปลี่ยนแปลงนิสัยและพฤติกรรมการใช้ชีวิตบางอย่างของตัวเอง หรือการเริ่มต้นทำในสิ่งต่าง ๆ ที่ไม่เคยทำ
    โรคติดต่อไม่เรื้อรัง (NCDs) ถือเป็นกลุ่มโรคที่เกิดจากการใช้ชีวิตที่มีความเสี่ยง โดยเฉพาะการกินอาหารที่มากเกินไป รวมทั้งขาดการทำกิจกรรมทางกายที่นำมาโดยโรคอ้วน เบาหวาน หัวใจ ความดันโลหิตสูง อัมพาต อัมพฤกษ์ ที่ทำให้คนบนโลกนี้เสียชีวิตไปมากที่สุด และยิ่งนับวันคนไทยก็มีความเสี่ยงเป็นโรคเหล่านี้มากขึ้น