คาบสมุทรเกาหลี...ยังเป็นแค่สงครามปาก

  • Wednesday, December 6, 2017 - 00:00


    ชักเหนื่อยๆ เบื่อๆ กับเรื่องบ้าน เรื่องเมือง ขึ้นมาดื้อๆ!!!...วันนี้เลยคงต้องขออนุญาตเถลไถล แฉลบออกข้างไปแถวๆ คาบสมุทรเกาหลีกันดูอีกที โดยเฉพาะนับตั้งแต่ช่วงวันจันทร์ (4 ธ.ค.) ที่ผ่านมา ไปจนถึงวันศุกร์ (8 ธ.ค.) ที่จะถึงนี้ กองทัพอเมริกาและกองทัพเกาหลีใต้ เค้าได้จัดให้มีการซ้อมรบภายใต้ชื่อรหัส Vigilant Ace แบบพอดิบพอดี และดูจะทำให้ใครต่อใครในบ้านเรา ออกอาการหูแหก ตาแหก กันตามสมควร...
    -----------------------------------------------
    ด้วยเหตุเพราะการซ้อมรบคราวนี้...ซึ่งอันที่จริงถือเป็นการซ้อมรบประจำปี ที่กองทัพอเมริกันและเกาหลีใต้เขาประพฤติปฏิบัติมาโดยตลอด แต่สำหรับในครั้งนี้ จะด้วยเหตุที่ คิมน้อย แห่งหลีเหนือ เขาเพิ่งอวดโชว์แสนยานุภาพด้วยการยิงจรวด ฮวาซอง-15 ที่มีขีดความสามารถพอจะไปหล่นใส่หัวกบาลอเมริกันชนได้ถึงที่กันหมาดๆ หรือจะด้วยเหตุผลกลใดก็แล้วแต่ คุณพ่ออเมริกาท่านก็เลยได้โอกาสอวดโชว์แสนยานุภาพของท่านมั่ง และโดยการซ้อมรบภายใต้รหัสที่ว่านี้ออกจะหนักไปในเรื่องการระแวดระวัง ป้องกันภัยทางอากาศ เครื่องบินที่คุณพ่ออเมริกาท่านขนมาคราวนี้ เลยต้องเรียกว่า...แน่น ขนัดไปทั่วทั้งน่านฟ้าเกาหลีเอาเลยก็ว่าได้...
    ----------------------------------------------
    คือประกอบไปด้วยเครื่องชนิดต่างๆ จากทั้งกองทัพอากาศอเมริกาและเกาหลีใต้จำนวนไม่น้อยกว่า 230 ลำ ที่น่าเกลียด น่ากลัวเอามากๆ ก็คือเครื่องบิน Stealth หรือที่เรียกๆ กันว่า เครื่องบินล่องหน ที่สามารถหลบหลีกเรดาร์ และบินด้วยความเร็วระดับ 1,200 ไมล์ต่อชั่วโมง ไปจนถึง 1,500 ไมล์ต่อชั่วโมง เอาเลยถึงขั้นนั้น คุณพ่ออเมริกาท่านขนเอามาซ้อมรบ คราวนี้ถึง 24 ลำด้วยกัน มีทั้ง F-22 หกลำ F-35 อีกสิบแปดลำ แถมว่ากันว่า...อาจส่งเครื่องบินทิ้งระเบิดนิวเคลียร์ B-1B เข้ามาร่วมด้วย พร้อมกำลังทหารภาคพื้นดินและทางทะเลของกองทัพอเมริกัน 12,000 นาย ของเกาหลีใต้อีก 4,000 นาย การซ้อมรบคราวนี้มันเลยน่าหูแหก ตาแหก อยู่พอสมควร เพราะออกจะใหญ่โตกว่าครั้งก่อนๆ เท่าที่เคยมีมา...
    -----------------------------------------------
    แต่โดยเนื้อหา สาระแล้ว...ต้องถือเป็นการซ้อมรบโดยปกติ หรือซ้อมรบประจำปี ที่ทั้งกองทัพอเมริกันและเกาหลีใต้ ท่านซ้อมแล้ว ซ้อมอีก จนก่อให้เกิดความ เปรี้ยวเท้า ต่อเกาหลีเหนือและ คิมน้อย มาโดยตลอด และกลายเป็น เงื่อนไข ที่ทำให้หลีเหนือเค้าเลยต้องหาหนทางปกป้องตัวเองเอาไว้ก่อนล่วงหน้า ด้วยการพัฒนาขีปนาวุธฮวาซองโน้น ฮวาซองนี้ จนมาไกลถึงฮวาซอง-15 ที่มีพิสัยทำการระดับสามารถหล่นใส่หัวอเมริกันชนในแผ่นดินใหญ่อเมริกาได้ทุกเมื่อ หรือเป็นขีปนาวุธระดับ ICBM (Intercontinental Ballistic Missile) ชนิดสมบูรณ์แบบ ขึ้นอยู่กับว่าจะสามารถ ติดหัวรบนิวเคลียร์ ไปกับขีปนาวุธชนิดนี้ได้เมื่อไหร่ และอย่างไร เท่านั้น...
    ------------------------------------------------------
    ด้วย เงื่อนไข เหล่านี้นี่เอง...ที่ทำให้ผู้ใฝ่ใจในสันติภาพอย่างจีนและรัสเซีย เขาถึงพยายามหยิบมาใช้เป็นข้อเสนอในการหาทางออกโดยการเจรจา คือให้ฝ่ายหนึ่งยุติการพัฒนานิวเคลียร์ และอีกฝ่ายหนึ่งยุติการซ้อมรบไปพร้อมๆ กัน เพื่อให้ทุกสิ่งทุกอย่างพอสามารถจับเข่า จับหัวหน่าว พูดคุยกันได้ แต่ก็นั่นแหละ...ทั้ง คิมน้อย และ ทรัมป์บ้า ต่างก็ไม่สนใจด้วยกันทั้งคู่ หันมาไล่งับ ไล่ด่า ทำ สงครามปาก อย่างชนิดไม่เว้นแต่ละวัน จนสีสันบรรยากาศในคาบสมุทรเกาหลี มันออกจะหวีดหวิวฉิวเฉียด ใกล้ๆ บรรยากาศจุดเริ่มต้นของ สงครามนิวเคลียร์ เข้าไปทุกที ไม่ว่าในมุมมองของเกาหลีเหนือ หรือมุมมองของอเมริกาเอง อย่างเช่นที่ที่ปรึกษาความมั่นคงประธานาธิบดีสหรัฐ นายพล เอช.อาร์.แมคมาสเตอร์ (H.R. MacMaster) ถึงกับออกมาป่าวประกาศเมื่อวันสองวันนี้ว่า ความเป็นไปได้ของสงคราม...มีแต่จะเพิ่มขึ้นๆ ในทุกๆ วัน เอาเลยถึงขั้นนั้น...
    --------------------------------------------------
    แต่เอาเข้าจริงๆ แล้ว...คงไม่มีใครอยากจะฉิบหาย วายวอด ไปด้วยกันทั้งคู่ โดยเฉพาะผู้ที่อาจต้องตกเป็นเหยื่อรายแรกของ ไฟนรกสุดขอบฟ้า อย่างเกาหลีใต้หรือญี่ปุ่นก็ตาม โดยเฉพาะรัฐบาลเกาหลีใต้ภายใต้การนำของผู้ใฝ่สันติภาพอย่างนาย มูน แจ-อิน ที่แม้จำต้องซ้อมรบแบบซ้อมแล้ว ซ้อมอีก กับกองทัพอเมริกา ตามระบบ กระบวนการ เท่าที่เคยมีมา แต่ผู้นำเกาหลีใต้รายนี้ ได้แสดงท่าทีที่พยายามหาทางออกด้วยหนทางการเจรจาแบบสุดฤทธิ์ สุดเดช อยู่เหมือนกัน ไม่ว่าการประกาศว่าสงครามในคาบสมุทรเกาหลี จะไม่มีทางอุบัติขึ้นมาถ้าหากรัฐบาลเกาหลีใต้ไม่เห็นด้วย การแสดงอาการเหนื่อย หน่ายต่อการที่กองทัพอเมริกาพยายามเข็นถาด (THADD) หรือระบบป้องกันขีปนาวุธเข้ามาติดตั้งในเกาหลีใต้ ไปจนกระทั่งอาจขอเลื่อน หรือขอยกเลิกการซ้อมรบประจำปี ภายใต้รหัส Key Resolve และ Foal Eagle ที่กำหนดเอาไว้ในช่วงเดือนมีนา-เมษาของปีหน้า ด้วยเหตุผลข้ออ้างที่ว่า ไม่ต้องการให้เกิดบรรยากาศการยั่วยุ อันอาจส่งผลกระทบต่อการเป็นเจ้าภาพโอลิมปิกฤดูหนาวและพาราลิมปิกของเกาหลีใต้ ที่จะเริ่มขึ้นตั้งแต่ต้นเดือนกุมภาฯ ไปจนถึงเดือนมีนา...
    ------------------------------------------------------
    พูดง่ายๆ ก็คือ...ยังพอมีผู้ใฝ่ใจในสันติภาพอยู่อีกไม่น้อย ที่ไม่ได้บ้าตาม ทรัมป์บ้า หรือ คิมน้อย ไปซะทั้งหมด ไม่ว่าจีน รัสเซีย หรือแม้แต่เกาหลีใต้เองก็ตาม ด้วยเหตุนี้...โอกาสที่จะเกิดรายการ บ้าก็บ้าวะ ที่จะนำไปสู่ความฉิบหายด้วยกันทั้งคู่หรือด้วยกันทั้งโลก คงไม่อุบัติขึ้นมาง่ายๆ อีกทั้งโดยเฉพาะตัว ทรัมป์บ้า ช่วงนี้ ก็ไม่รู้จะบ้าได้อีกนานเท่าไหร่ เจอเข้ากับความบ้าของการเมืองในอเมริกา จนแทบหายบ้าเอาเลยก็ไม่แน่ ดังนั้น...อย่าถึงกับต้องไปหูแหก ตาแหก อะไรกันมากมาย ตั้งสติ สมาธิ สงบอารมณ์กันไปเรื่อยๆ น่าจะเข้าท่ากว่า เพราะแค่เจอกับบรรยากาศบ้านเราในช่วงนี้ ก็แทบบ้าตายพอแล้ว...
    -------------------------------------------------------
    ปิดท้ายด้วยวาทะวันนี้ จาก Herodotus... “In peace, sons bury their father ; in war, father bury their sons.- ในยามสงบ ลูกฝังศพพ่อ ในยามสงคราม พ่อฝังศพลูก...”
    -------------------------------------------------------

  • เปลว สีเงิน

    ก็เห็นใจ "อดีตนายกฯ อภิสิทธิ์"! ที่ดิ้นสู้............ ถึงขั้นเตรียมยื่นศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัย ว่าการออกคำสั่ง คสช.ที่ ๕๓/๒๕๖๐ ของนายกฯ เข้าเงื่อนไขการใช้มาตรา ๔๔ หรือไม่? ในความเห็นผมนะ.......
  • บทบรรณาธิการ

    ข้อมูลที่สำคัญในการดำเนินนโยบายแก้ไขปัญหาความไม่สงบในจังหวัดชายแดนภาคใต้กว่า 15 ปีที่ผ่านมาของรัฐบาลไทยตั้งแต่อดีตจนถึงปัจจุบัน โดยการใช้จ่ายงบประมาณสำหรับแก้ไขปัญหาในพื้นที่ ตั้งแต่ปี 2547 จนถึงปีงบประมาณ 2561 รวม 15 ปี งบประมาณ โดยรวมคือ 290,901.6 ล้านบาท
  • เอ็กซ์-ไซท์

    รพ.ตำรวจเตรียมทำวิจัยศึกษาสาเหตุการฆ่าตัวตายของตำรวจ หลังพบเพิ่มมากขึ้น
    แนะตรวจให้ละเอียด ตำรวจท้าเสกฟ้อง รอง ผบ.ตร.-ผบช.น.โต้นักร้องดัง ยันบุกจับกุมที่บ้านดำเนินการตามขั้นตอนของกฎหมาย จะใช้สิทธิฟ้องร้องก็เชิญ รองเลขาฯ อย.เตือนตรวจฉี่ซ้ำแยกแยะชนิดยา เสพติด
    จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัยร่วมกับเอกชนผลิตสารเคลือบหมวกกันน็อกกำจัดกลิ่นและฆ่าเชื้อจูงใจคนสวมหมวกวิน
  • x-cite inside

    ปัจจุบันการเรียนรู้ของเด็กได้เปลี่ยนแปลงไป เนื่องจากมีแหล่งเรียนรู้นอกห้องเรียนมากมาย โดยเฉพาะจากสื่อออนไลน์และเทคโนโลยีต่างๆ ที่สามารถเข้าไปพัฒนาการศึกษาของเยาวชนได้โดยไม่ต้องพึ่งตำราและการเรียนในห้องเพียงอย่างเดียว ที่จะทำให้เกิดความเครียดให้แก่ชีวิตพวกเขา รวมทั้งปัญหาสุขภาวะตามมาอีกด้วย
    เมื่อเทศกาลปีใหม่เวียนมาถึง ถือเป็นสัญญาณเริ่มต้นใหม่ของใครหลายๆคน ในการเปิดรับกับสิ่งต่าง ๆ ที่จะเข้ามาในชีวิต บางคนถือโอกาสบอกลาสิ่งไม่ดีในปีเก่า และบางคนใช้ปีใหม่นี้ในการเปลี่ยนแปลงนิสัยและพฤติกรรมการใช้ชีวิตบางอย่างของตัวเอง หรือการเริ่มต้นทำในสิ่งต่าง ๆ ที่ไม่เคยทำ
    โรคติดต่อไม่เรื้อรัง (NCDs) ถือเป็นกลุ่มโรคที่เกิดจากการใช้ชีวิตที่มีความเสี่ยง โดยเฉพาะการกินอาหารที่มากเกินไป รวมทั้งขาดการทำกิจกรรมทางกายที่นำมาโดยโรคอ้วน เบาหวาน หัวใจ ความดันโลหิตสูง อัมพาต อัมพฤกษ์ ที่ทำให้คนบนโลกนี้เสียชีวิตไปมากที่สุด และยิ่งนับวันคนไทยก็มีความเสี่ยงเป็นโรคเหล่านี้มากขึ้น