ไฟเขียว'ทรัมป์'แบนมุสลิม3.0

  • Wednesday, December 6, 2017 - 00:00


    ผู้ประท้วงชุมนุมด้านนอกศาลฎีกาในกรุงวอชิงตัน ดี.ซี. เมื่อวันที่ 30 มกราคม 2560

    ศาลฎีกาสหรัฐตัดสินให้คำสั่งประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ แบนมุสลิมฉบับ 3.0 ที่ห้ามพลเมือง 6 ประเทศเข้าสหรัฐ มีผลบังคับใช้ต่อไประหว่างรอคำพิพากษาศาลอุทธรณ์ของรัฐบาลกลางในสัปดาห์นี้

    สำนักข่าวเอเอฟพีรายงานว่า คณะผู้พิพากษาศาลสูงสุดสหรัฐในกรุงวอชิงตัน ดี.ซี. มีคำตัดสินด้วยเสียงข้างมาก 7 ต่อ 2 เมื่อวันจันทร์ที่ 4 ธันวาคม 2560 ให้งดการบังคับใช้คำสั่งห้ามของศาลล่างเมื่อเดือนตุลาคม ที่ให้งดเว้นกระทำการตามคำสั่งประธานาธิบดีทรัมป์ฉบับที่ 3 ที่ว่าด้วยการห้ามบุคคลจากประเทศที่มีประชากรส่วนใหญ่เป็นชาวมุสลิม 6 ประเทศ เดินทางเข้าสหรัฐ

    ประเทศมุสลิมที่ว่านี้ ประกอบด้วย ชาด, อิหร่าน, ลิเบีย, โซมาเลีย, ซีเรีย และเยเมน

    คำสั่งดังกล่าวเป็นคำสั่งฉบับที่ 3 ของทรัมป์ที่ผ่านการแก้ไขปรับปรุงจากฉบับแรกที่ออกเมื่อเดือนมกราคม ซึ่งได้สร้างความปั่นป่วนวุ่นวายและถูกฟ้องร้องท้าทายในหลายศาล โดยเฉพาะประเด็นว่า ทรัมป์เลือกปฏิบัติตามชาวมุสลิม ซึ่งขัดต่อรัฐธรรมนูญสหรัฐ ทั้งยังไม่ตอบวัตถุประสงค์ด้านความมั่นคงปลอดภัยตามที่รัฐบาลอ้าง คำสั่งล่าสุดที่ถูกเรียกว่าเป็นคำสั่งแบนมุสลิม 3.0 นี้ออกเมื่อเดือนกันยายนที่ผ่านมา

    ทรัมป์ปรับปรุงเนื้อหาคำสั่งฉบับแรก ที่ห้ามพลเมือง 7 ชาติมุสลิม ได้แก่ อิหร่าน, ลิเบีย, โซมาเลีย, ซีเรีย, เยเมน, อิรักและซูดาน เข้าสหรัฐ 90 วัน และระงับการรับผู้ลี้ภัยทั้งหมด 120 วัน ยกเว้นผู้ลี้ภัยจากซีเรียที่ถูกห้ามเข้าสหรัฐอย่างไม่มีกำหนด หลังจากคำสั่งของเขาเกิดการประท้วงและฟ้องร้องมากมาย โดยคำสั่งฉบับที่ 2 ที่ออกในเดือนมีนาคม ได้ลบอิรักออกจากบัญชีรายชื่อ และยกเลิกการห้ามรับผู้ลี้ภัยซีเรียอย่างไม่มีกำหนด แต่คำสั่งนี้ยังคงถูกท้าทายในศาลหลายศาล

    เดือนมิถุนายน ศาลฎีกาสหรัฐชี้ขาดให้รัฐบาลบังคับใช้คำสั่งนี้ต่อไปได้ แต่ได้กำหนดข้อยกเว้นไว้สำหรับพลเมือง 6 ชาติที่เป็น "ญาติสนิท" ของผู้ที่อาศัยอยู่ในสหรัฐ คำสั่งฉบับที่ 2 นี้ครบกำหนดในเดือนกันยายน และทำให้ทรัมป์ออกคำสั่งใหม่เป็นฉบับที่ 3 ซึ่งคราวนี้เป็นคำสั่งห้ามโดยไม่กำหนดกรอบเวลา และได้ลบซูดานออกจากรายชื่อ เพิ่มชาดเข้าไปแทน ทั้งยังได้พลเมืองเกาหลีเหนือและเจ้าหน้าที่ระดับสูงของเวเนซุเอลาหลายคนเข้าสหรัฐด้วย

    คำสั่งฉบับที่ 3 ของทรัมป์ถูกท้าทายอีกครั้ง โดยศาลอุทธรณ์ของรัฐบาลกลางในเมืองซานฟรานซิสโก รัฐแคลิฟอร์เนีย นัดฟังคดีวันพุธ และศาลอุทธรณ์ของรัฐบาลกลางในเมืองริชมอนด์ รัฐเวอร์จิเนีย นัดวันตัดสินวันศุกร์นี้

    ทำเนียบขาวได้ออกแถลงการณ์ภายหลังศาลฎีกามีคำพิพากษาเมื่อวันจันทร์ว่า รัฐบาลไม่ประหลาดใจกับการตัดสินใของศาลฎีหาที่อนุญาตให้บังคับใช้คำสั่งห้ามของประธานาธิบดี ที่จำกัดการเดินทางเข้าสหรัฐจากประเทศที่มีความเสี่ยงสูงต่อการก่อการร้าย คำประกาศของประธานาธิบดีถูกต้องตามกฎหมายและจำเป็นต่อการปกป้องมาตุภูมิ

    ส่วนเจฟฟ์ เซสชันส์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรม กล่าวถึงคำตัดสินนี้ว่า เป็นชัยชนะครั้งสำคัญสำหรับความปลอดภัยและสวัสดิภาพของชาวอเมริกัน

    ด้านสภาความสัมพันธ์อเมริกา-อิสลาม (แคร์) ซึ่งเป็นองค์กรเพื่อสิทธิพลเมืองชาวมุสลิมขนาดใหญ่ที่สุดในสหรัฐ วิจารณ์คำตัดสินนี้ว่า มองข้ามผลเสียหายจากคำสั่งแบนมุสลิม 3.0 ของประธานาธิบดีทรัมป์ ที่เกิดกับมนุษย์ที่เป็นพลเมืองอเมริกันและครอบครัวของพวกเขาในต่างแดน

    คำตัดสินของศาลฎีกายังกล่าวด้วยว่า ศาลคาดหวังว่าศาลอุทธรณ์ทั้ง 2 ศาลจะตัดสินคดีให้เร็วขึ้น ซึ่งผู้เชี่ยวชาญด้านกฎหมายมองว่า มีความเป็นไปได้ที่การต่อสู้ท้าทายคำสั่งของทรัมป์จะถูกส่งกลับขึ้นศาลฎีกาอีกครั้ง และจากคำตัดสินในวันจันทร์ ก็เป็นไปได้ที่รัฐบาลของทรัมป์จะชนะคดีในศาลฎีกา.

  • เปลว สีเงิน

    ก็เห็นใจ "อดีตนายกฯ อภิสิทธิ์"! ที่ดิ้นสู้............ ถึงขั้นเตรียมยื่นศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัย ว่าการออกคำสั่ง คสช.ที่ ๕๓/๒๕๖๐ ของนายกฯ เข้าเงื่อนไขการใช้มาตรา ๔๔ หรือไม่? ในความเห็นผมนะ.......
  • บทบรรณาธิการ

    ข้อมูลที่สำคัญในการดำเนินนโยบายแก้ไขปัญหาความไม่สงบในจังหวัดชายแดนภาคใต้กว่า 15 ปีที่ผ่านมาของรัฐบาลไทยตั้งแต่อดีตจนถึงปัจจุบัน โดยการใช้จ่ายงบประมาณสำหรับแก้ไขปัญหาในพื้นที่ ตั้งแต่ปี 2547 จนถึงปีงบประมาณ 2561 รวม 15 ปี งบประมาณ โดยรวมคือ 290,901.6 ล้านบาท
  • เอ็กซ์-ไซท์

    รพ.ตำรวจเตรียมทำวิจัยศึกษาสาเหตุการฆ่าตัวตายของตำรวจ หลังพบเพิ่มมากขึ้น
    แนะตรวจให้ละเอียด ตำรวจท้าเสกฟ้อง รอง ผบ.ตร.-ผบช.น.โต้นักร้องดัง ยันบุกจับกุมที่บ้านดำเนินการตามขั้นตอนของกฎหมาย จะใช้สิทธิฟ้องร้องก็เชิญ รองเลขาฯ อย.เตือนตรวจฉี่ซ้ำแยกแยะชนิดยา เสพติด
    จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัยร่วมกับเอกชนผลิตสารเคลือบหมวกกันน็อกกำจัดกลิ่นและฆ่าเชื้อจูงใจคนสวมหมวกวิน
  • x-cite inside

    ปัจจุบันการเรียนรู้ของเด็กได้เปลี่ยนแปลงไป เนื่องจากมีแหล่งเรียนรู้นอกห้องเรียนมากมาย โดยเฉพาะจากสื่อออนไลน์และเทคโนโลยีต่างๆ ที่สามารถเข้าไปพัฒนาการศึกษาของเยาวชนได้โดยไม่ต้องพึ่งตำราและการเรียนในห้องเพียงอย่างเดียว ที่จะทำให้เกิดความเครียดให้แก่ชีวิตพวกเขา รวมทั้งปัญหาสุขภาวะตามมาอีกด้วย
    เมื่อเทศกาลปีใหม่เวียนมาถึง ถือเป็นสัญญาณเริ่มต้นใหม่ของใครหลายๆคน ในการเปิดรับกับสิ่งต่าง ๆ ที่จะเข้ามาในชีวิต บางคนถือโอกาสบอกลาสิ่งไม่ดีในปีเก่า และบางคนใช้ปีใหม่นี้ในการเปลี่ยนแปลงนิสัยและพฤติกรรมการใช้ชีวิตบางอย่างของตัวเอง หรือการเริ่มต้นทำในสิ่งต่าง ๆ ที่ไม่เคยทำ
    โรคติดต่อไม่เรื้อรัง (NCDs) ถือเป็นกลุ่มโรคที่เกิดจากการใช้ชีวิตที่มีความเสี่ยง โดยเฉพาะการกินอาหารที่มากเกินไป รวมทั้งขาดการทำกิจกรรมทางกายที่นำมาโดยโรคอ้วน เบาหวาน หัวใจ ความดันโลหิตสูง อัมพาต อัมพฤกษ์ ที่ทำให้คนบนโลกนี้เสียชีวิตไปมากที่สุด และยิ่งนับวันคนไทยก็มีความเสี่ยงเป็นโรคเหล่านี้มากขึ้น