รณรงค์ปั๊มลูก

  • Thursday, December 7, 2017 - 00:00


    เรื่องของการมีบุตรกำลังจะไม่ใช่เรื่องส่วนตัวอีกต่อไป เพราะมันกำลังจะเป็นปัญหาระดับชาติ หลังจากสถานการณ์ทางด้านประชากรศาสตร์ของไทยกำลังจะก้าวเข้าสู่สังคมผู้สูงอายุอย่างสมบูรณ์แบบในอีกไม่กี่ปีข้างหน้านี้ โดยในปี 2560 ประเทศไทยมีจำนวนผู้สูงอายุมากถึงเกือบ 10 ล้านคน ก็คิดเป็นราวๆ 15% ของประชากรทั้งประเทศ ซึ่งก็เป็นสัดส่วนที่ใกล้เคียงกับ นิยามสังคมผู้สูงอายุขององค์การสหประชาชาติ (UN) ที่ระบุไว้

    ปัญหาที่ตามมาจากโครงสร้างประชากรที่เปลี่ยนไป ก็คือ ปัญหาเรื่องเศรษฐกิจและสังคม เพราะอย่างที่ทราบกัน เมื่อสัดส่วนผู้สูงอายุมีจำนวนมากขึ้น ก็หมายความว่าจำนวนคนเกิดใหม่มีจำนวนลดลง ซึ่งก็จะกระทบต่อแรงงานที่จะเข้ามาหล่อเลี้ยงในระบบเศรษฐกิจที่จะมีจำนวนลดลงตามไปด้วย ซึ่งเรื่องนี้จะส่งผลต่อภาพรวมในการสร้างเติบโตทางเศรษฐกิจของประเทศแน่นอน เพราะแรงงานถือเป็น 1 ในปัจจัย 4 ของทรัพยากรการผลิตในทางเศรษฐศาสตร์ หากขาดไปย่อมส่งผลกระทบต่อประเทศอย่างไม่ต้องสงสัย

    อย่างไรก็ดี แม้ว่าไทยยังไม่ได้เข้าสู่สังคมผู้สูงอายุแบบเต็มรูป แต่สถานการณ์ในปัจจุบันก็หมิ่นเหม่เหลือเกิน เพราะในปัจจุบันสถานการณ์แรงงานของไทยก็เริ่มมีปัญหามากขึ้นเรื่อยๆ เดิมที่ได้รับผลกระทบในบางอุตสาหกรรม อาจเป็นเพราะเรื่องปัญหาทางด้านการศึกษา ที่มีการเลือกเรียนทางสายสามัญมากกว่าวิชาชีพ

    แต่ล่าสุดปัญหาตอนนี้มันใหญ่กว่านั้น เพราะสาเหตุที่แรงงานขาดไม่ได้มาจากการเรียนไม่ตรงสาย แต่เป็นปัญหาเรื่องของเด็กเกิดใหม่ลดลง จนหาคนทำงานไม่ได้

    เรื่องนี้ร้อนถึงทางสภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย (ส.อ.ท.) โดยสถาบันเสริมสร้างขีดความสามารถมนุษย์ ที่อยู่เฉยๆ ไม่ได้ ต้องร้องให้ภาครัฐออกมาดำเนินการบางอย่างเพื่อกระตุ้นให้ชาวไทยรีบแต่งงาน มีบุตรได้แล้ว

    โดย นายถาวร ชลัษเฐียร ประธานสถาบันฯ ออกมาแถลงผ่านสื่อว่า ต้องการเร่งออกมาตรการส่งเสริมให้แต่งงาน และมีลูกมากขึ้น โดยเฉพาะประชากรกลุ่มรายได้ปานกลางขึ้นไป เนื่องจากขณะนี้สถานการณ์การกำเนิดประชากรในไทยน่าห่วง หากปล่อยให้เป็นสถานการณ์นี้ไปนานๆ จะส่งผลต่อการขาดแคลนแรงงานที่มีคุณภาพในอนาคตระยะ 10-20 ปี อาจต้องนำเข้าแรงงานที่มีศักยภาพจากประเทศต่างๆ เช่น ฟิลิปปินส์ หรือเวียดนาม ที่มีประชากรกว่าร้อยล้านคน

    “อยากให้ภาครัฐเร่งสนับสนุนให้ประชาชนกลุ่มรายได้ปานกลางขึ้นไปแต่งงานเร็วขึ้น และมีลูกมากกว่า 2 คนขึ้นไป เพราะกลุ่มนี้มีศักยภาพในการเลี้ยงดูบุตร ผลักดันการศึกษาได้ดี แม้ว่าระยะต่อไปคนเริ่มพูดกันว่าระบบออโตเมชั่น หรือระบบหุ่นยนต์จะเข้ามาแทนที่แรงงานคนมากขึ้น แต่ก็ไม่ใช่ว่าจะไม่ต้องการแรงงานคนเลย เพราะระบบนี้ก็ยังต้องการแรงงานที่มีประสิทธิภาพเข้ามาควบคุมอยู่ดี” นายถาวรกล่าว

    อย่างไรก็ดี ที่ผ่านมาดูเหมือนภาครัฐจะรณรงค์ให้มีการ มีบุตรเพื่อชาติ แต่การรณรงค์ดังกล่าว ดูเหมือนไม่เป็นรูปธรรม เพราะยังไม่มีแรงจูงใจออกมาแน่ชัด มีเพียงแค่การอำนวยความสะดวกเรื่องวันเวลาที่ดูเหมือนว่าจะพอไปวัดไปวาได้ก็คือ การเพิ่มการหักลดหย่อนค่าคลอดบุตรตั้งแต่คนที่ 2 เป็นต้นไปได้ 3 หมื่นบาทต่อคน ซึ่งจะเริ่มตั้งแต่ให้สิทธิประโยชน์เด็กเกิดใหม่ตั้งแต่ 1 ม.ค.2561 เป็นต้นไป

    แต่คาดว่ามาตรการนี้จะไม่ส่งผลมากนัก เพราะสิ่งที่คนกังวลไม่ใช่เรื่องค่าคลอดบุตร แต่คือค่าครองชีพ ซึ่งการมีลูกหนึ่งคนค่าใช้จ่ายสูงมาก ทั้งแต่ค่ากิน ค่าอยู่ ค่ายา ค่าเรียน

    ดังนั้น หากต้องการให้คนมีบุตร รัฐจะต้องมีการเพิ่มสิทธิประโยชน์ที่มากกว่านี้.

    ลลิตเทพ ทรัพย์เมือง

    LEAVE A REPLY

    0 Comments

  • เปลว สีเงิน

    ก็เห็นใจ "อดีตนายกฯ อภิสิทธิ์"! ที่ดิ้นสู้............ ถึงขั้นเตรียมยื่นศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัย ว่าการออกคำสั่ง คสช.ที่ ๕๓/๒๕๖๐ ของนายกฯ เข้าเงื่อนไขการใช้มาตรา ๔๔ หรือไม่? ในความเห็นผมนะ.......
  • บทบรรณาธิการ

    ข้อมูลที่สำคัญในการดำเนินนโยบายแก้ไขปัญหาความไม่สงบในจังหวัดชายแดนภาคใต้กว่า 15 ปีที่ผ่านมาของรัฐบาลไทยตั้งแต่อดีตจนถึงปัจจุบัน โดยการใช้จ่ายงบประมาณสำหรับแก้ไขปัญหาในพื้นที่ ตั้งแต่ปี 2547 จนถึงปีงบประมาณ 2561 รวม 15 ปี งบประมาณ โดยรวมคือ 290,901.6 ล้านบาท
  • เอ็กซ์-ไซท์

    รพ.ตำรวจเตรียมทำวิจัยศึกษาสาเหตุการฆ่าตัวตายของตำรวจ หลังพบเพิ่มมากขึ้น
    แนะตรวจให้ละเอียด ตำรวจท้าเสกฟ้อง รอง ผบ.ตร.-ผบช.น.โต้นักร้องดัง ยันบุกจับกุมที่บ้านดำเนินการตามขั้นตอนของกฎหมาย จะใช้สิทธิฟ้องร้องก็เชิญ รองเลขาฯ อย.เตือนตรวจฉี่ซ้ำแยกแยะชนิดยา เสพติด
    จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัยร่วมกับเอกชนผลิตสารเคลือบหมวกกันน็อกกำจัดกลิ่นและฆ่าเชื้อจูงใจคนสวมหมวกวิน
  • x-cite inside

    ปัจจุบันการเรียนรู้ของเด็กได้เปลี่ยนแปลงไป เนื่องจากมีแหล่งเรียนรู้นอกห้องเรียนมากมาย โดยเฉพาะจากสื่อออนไลน์และเทคโนโลยีต่างๆ ที่สามารถเข้าไปพัฒนาการศึกษาของเยาวชนได้โดยไม่ต้องพึ่งตำราและการเรียนในห้องเพียงอย่างเดียว ที่จะทำให้เกิดความเครียดให้แก่ชีวิตพวกเขา รวมทั้งปัญหาสุขภาวะตามมาอีกด้วย
    เมื่อเทศกาลปีใหม่เวียนมาถึง ถือเป็นสัญญาณเริ่มต้นใหม่ของใครหลายๆคน ในการเปิดรับกับสิ่งต่าง ๆ ที่จะเข้ามาในชีวิต บางคนถือโอกาสบอกลาสิ่งไม่ดีในปีเก่า และบางคนใช้ปีใหม่นี้ในการเปลี่ยนแปลงนิสัยและพฤติกรรมการใช้ชีวิตบางอย่างของตัวเอง หรือการเริ่มต้นทำในสิ่งต่าง ๆ ที่ไม่เคยทำ
    โรคติดต่อไม่เรื้อรัง (NCDs) ถือเป็นกลุ่มโรคที่เกิดจากการใช้ชีวิตที่มีความเสี่ยง โดยเฉพาะการกินอาหารที่มากเกินไป รวมทั้งขาดการทำกิจกรรมทางกายที่นำมาโดยโรคอ้วน เบาหวาน หัวใจ ความดันโลหิตสูง อัมพาต อัมพฤกษ์ ที่ทำให้คนบนโลกนี้เสียชีวิตไปมากที่สุด และยิ่งนับวันคนไทยก็มีความเสี่ยงเป็นโรคเหล่านี้มากขึ้น