"คสช." ยื้อเปิดเกมเลือกตั้ง เงื่อนงำคลังแสงชะลอ"ปลดล็อก"

  • Thursday, December 7, 2017 - 10:09

    นอกจากการตั้งข้อสังเกตเรื่องการจัดฉากตรวจพบอาวุธล็อตใหญ่ ที่ อ.บางน้ำเปรี้ยว จ.ฉะเชิงเทรา เมื่อสัปดาห์ก่อน ในจังหวะช่วงเวลาที่กระแสเรียกร้องของพรรคการเมืองที่ต้องการให้คณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) “ปลดล็อก” เพื่อทำกิจกรรมทางการเมือง ตามห้วงเวลาที่กฎหมายลูกมีผลบังคับใช้ เพื่อเข้าสู่การเตรียมพร้อมการเลือกตั้งทั่วไปที่จะมาถึง

    ยังมีข้อสังเกตเรื่องความผิดปกติของ “ตัวละครเก่า”เมื่อปี 2557 จากรายงานข่าวที่ระบุว่า ชื่อนายวัฒนา ทรัพย์วิเชียร อายุ 54 ปี เดินทางเข้ามาติดต่อขอมอบตัวกับเจ้าหน้าที่ทหารในพื้นที่รับผิดชอบของกองร้อยรักษาความสงบ ศูนย์ป้องกันภัยทางอากาศ ทบ.1 (ศปภอ.ทบ.1) ในพื้นที่วังน้อย-ปทุมธานี ยอมรับเป็นเจ้าของอาวุธดังกล่าวนั้น ซึ่งนายวัฒนาเคยเป็นผู้ต้องหาครอบครองอาวุธสงคราม มีโทษจำคุกและถูกปล่อยตัวออกมาแล้ว

    โดยในคดีแรก นายวัฒนาถูกจับกุมเมื่อวันที่ 13 ส.ค.2557 ตามหมายจับศาลจังหวัดทหารบกสระบุรี เลขที่ 14 ก./2557 ลงวันที่ 29 มิ.ย.2557 ข้อหาร่วมกันมีอาวุธปืน เครื่องกระสุน หรือวัตถุระเบิดที่ใช้เฉพาะในการสงครามที่นายทะเบียนไม่อาจออกใบอนุญาตให้ได้ไว้ในครอบครองโดยฝ่าฝืนกฎหมาย และถูกส่งตัวขึ้นศาลทหาร ในขณะนั้นนายวัฒนาให้การรับสารภาพตลอดข้อกล่าวหา ว่าตนรับอาวุธสงครามจากนายสมเจตน์ คงวัฒนะ หรือสน ผู้ต้องหาเครือข่ายอาวุธสงครามวังน้อย จ.พระนครศรีอยุธยา ผู้แจกจ่ายอาวุธ เช่น เอ็ม 79 ระเบิดอาร์จีดี 5 ให้บุคคลต่างๆ ไปเพื่อสร้างความวุ่นวายแก่ประชาชนในช่วงที่การชุมนุมของกลุ่มคณะกรรมการประชาชนเพื่อการเปลี่ยนแปลงประเทศไทยให้เป็นประชาธิปไตยที่สมบูรณ์อันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข (กปปส.) ก่อนส่งต่อให้นายชัยวัฒน์ ผลโพธิ์ หรือเปี๊ยก กาละแม เพื่อไปใช้ก่อเหตุในจุดต่างๆ และส่วนหนึ่งนำไปฝังดินไว้แถว อ.ลาดบัวหลวง จ.พระนครศรีอยุธยา

    มีรายงานด้วยว่า ขณะนี้นายวัฒนาถูกคุมตัวอยู่ใน มณฑลทหารบกที่ 11 (มทบ.11) โดยมีเจ้าหน้าที่ด้านความมั่นคงเข้าไปซักถามเพื่อขยายผลไปยังผู้ร่วมขบวนการคนอื่น หนึ่งในนั้นคือ นายสมเจตน์ คงวัฒนะ หรือสหายสน หรือ “สหายเผด็จ” มือขวาของ “โกตี๋” นายวุฒิพงศ์ กชธรรมคุณ เสื้อแดงฮาร์ดคอร์ ที่มีข่าวถูก “เก็บ” ฝั่งประเทศลาว แต่ “นายวัฒนา” ยังปิดปากเงียบ ไม่มีการซัดทอดคนที่เกี่ยวข้อง

    ซึ่งหากดูตามกระบวนการการขยายผลของหน่วยงานความมั่นคง ก็เป็นข้อมูลที่เจ้าหน้าที่มีอยู่ในสารบบอยู่แล้ว ตั้งแต่เมื่อปี 2557 โดยสหายสนยังเป็นคนประสานงานกับ กลุ่มเสื้อแดงในประเทศลาวที่กระจายอยู่ในแขวงต่างๆ จำนวนกว่า 200 คน ซึ่งแกนหลักยังเป็นกลุ่มของลุงสนามหลวง สุรชัย ด่านวัฒนานุสรณ์ หรือ สุรชัย แซ่ด่าน ที่แต่ละกลุ่มก็ไม่ได้เป็น “เนื้อเดียว” กัน มีการต่อสู้และขยายความคิดผ่านสื่อในประเด็นที่ต่างกัน กระนั้นยังมีความหวาดระแวงเรื่องการเป็น “สายลับสองหน้า” ที่ฝังตัวอยู่ ซึ่งถือเป็นเรื่องที่ “รู้ๆ กัน” ในหน่วยงานข่าวด้านความมั่นคง

    แต่ที่น่าสนใจคือ การตรวจพบอาวุธเหล่านั้นมีการรับลูกจาก “บิ๊กๆ“ ใน คสช. ที่ต่างออกมาพูดแบบรับลูก–ตอกย้ำ การ ”ไม่ปลดล็อก” ในห้วงเวลานี้ เพราะยังมีกลุ่มการเมืองใช้ความรุนแรงเป็นเครื่องมือในการต่อรองก่อนการเลือกตั้ง ราวกับว่าสถานการณ์ถูก “จับวาง” ไว้อย่างสอดคล้องและเหมาะเจาะ

    มีข้อวิเคราะห์ที่น่าสนใจของนายวิรัตน์ กัลยาศิริ หัวหน้าฝ่ายกฎหมาย พรรคประชาธิปัตย์ ที่ระบุว่า ขณะนี้พระราชบัญญัติ (พ.ร.บ.) ประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยพรรคการเมืองมีผลบังคับใช้ ที่มีการกำหนดระยะเวลาของขั้นตอนต่างๆ ชัดเจนแล้วว่า ต้องจัดการเลือกตั้งหัวหน้าพรรค คณะกรรมการบริหารพรรค (กก.บก.) และแนวทางนโยบายพรรค ภายในวันเวลาใด ซึ่งเหลือแค่กว่า 100 วันก็จะครบกำหนดที่ว่านี้ ที่สำคัญการเลือกตั้งครั้งนี้กำหนดให้ใช้ระบบใหม่แบบจัดสรรปันส่วนผสม ที่ต้องเพิ่มให้มีระบบไพรมารีโหวต ที่ทุกพรรคการเมืองต้องจัดเลือกตั้งในเขตเลือกตั้งนั้นๆ โดยสมาชิกพรรคแต่ละพรรค 1 ครั้งก่อน แล้วจึงส่งไปลงเลือกตั้งโดยให้ประชาชนเลือกในวันเลือกตั้งทั่วไปอีกครั้ง

    "ต้องให้เวลากับประชาชนทำความเข้าใจในระบบเลือกตั้งใหม่ อุดมการณ์พรรคการเมืองและแนวนโยบายของแต่ละพรรค เพื่อที่ประชาชนจะสามารถตัดสินใจไม่เลือกพรรคและคนผิดพลาด ฉะนั้น จึงไม่ควรเลื่อนการปลดล็อกพรรคการเมือง หรือเลื่อนโรดแมปการจัดเลือกตั้งทั่วไปออกไปอีก" หัวหน้าฝ่ายกฎหมาย ปชป.กล่าว

    จึงเป็นคำถามที่ว่า ทำไม คสช.จึงยัง “เงื้อค้าง” เรื่องการปลดล็อก?

    ซึ่งเหตุผลประการสำคัญน่าจะเป็นเรื่อง “ความไม่พร้อม” ของ คสช.เอง ในการเปิดเกมการเลือกตั้ง ที่ คสช.มีเป้าหมายผ่านการออกแบบกฎหมายต่างๆ ไว้ ให้เอื้อต่อการ “มีอยู่” ของอำนาจ คสช.อย่างต่อเนื่อง

    เมื่อยัง “ไม่มั่นใจร้อยเปอร์เซ็นต์” ต่อการเปิดเกมใหม่ ไม่ว่าจะสร้างโมเดลพรรคทหาร, การรวบรวมผู้สมัครรับเลือกตั้งที่สนับสนุนแนวทาง คสช., การบริหารจัดการหัวคะแนนในพื้นที่ยังวางใจไม่ได้อย่างเต็มที่ เลยไปถึงการหาข้อมูลถึงแนวทางการต่อสู้ของพรรคการเมืองใหญ่ นั่นก็คือ “แคมเปญ” ในการรณรงค์หาเสียง “จุดเปลี่ยน” สำคัญในการต่อสู้ ยังไม่มีความกระจ่างแจ้ง การปล่อยให้พรรคการเมืองขับเคลื่อนไปในห้วงนี้ จึงไม่เป็นผลดีต่อ คสช.

    ทั้งหมด-ทั้งมวล จึงเป็นเรื่องของความจริงที่เพิ่งถูกสร้าง เพื่อเดินไปสู่ "การเปิดเกม” ใหม่อย่างปลอดภัย และต้องมั่นใจในชัยชนะที่แข็งแรงอย่างร้อยเปอร์เซ็นต์!!!.

  • เปลว สีเงิน

    ก็เห็นใจ "อดีตนายกฯ อภิสิทธิ์"! ที่ดิ้นสู้............ ถึงขั้นเตรียมยื่นศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัย ว่าการออกคำสั่ง คสช.ที่ ๕๓/๒๕๖๐ ของนายกฯ เข้าเงื่อนไขการใช้มาตรา ๔๔ หรือไม่? ในความเห็นผมนะ.......
  • บทบรรณาธิการ

    ข้อมูลที่สำคัญในการดำเนินนโยบายแก้ไขปัญหาความไม่สงบในจังหวัดชายแดนภาคใต้กว่า 15 ปีที่ผ่านมาของรัฐบาลไทยตั้งแต่อดีตจนถึงปัจจุบัน โดยการใช้จ่ายงบประมาณสำหรับแก้ไขปัญหาในพื้นที่ ตั้งแต่ปี 2547 จนถึงปีงบประมาณ 2561 รวม 15 ปี งบประมาณ โดยรวมคือ 290,901.6 ล้านบาท
  • เอ็กซ์-ไซท์

    รพ.ตำรวจเตรียมทำวิจัยศึกษาสาเหตุการฆ่าตัวตายของตำรวจ หลังพบเพิ่มมากขึ้น
    แนะตรวจให้ละเอียด ตำรวจท้าเสกฟ้อง รอง ผบ.ตร.-ผบช.น.โต้นักร้องดัง ยันบุกจับกุมที่บ้านดำเนินการตามขั้นตอนของกฎหมาย จะใช้สิทธิฟ้องร้องก็เชิญ รองเลขาฯ อย.เตือนตรวจฉี่ซ้ำแยกแยะชนิดยา เสพติด
    จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัยร่วมกับเอกชนผลิตสารเคลือบหมวกกันน็อกกำจัดกลิ่นและฆ่าเชื้อจูงใจคนสวมหมวกวิน
  • x-cite inside

    ปัจจุบันการเรียนรู้ของเด็กได้เปลี่ยนแปลงไป เนื่องจากมีแหล่งเรียนรู้นอกห้องเรียนมากมาย โดยเฉพาะจากสื่อออนไลน์และเทคโนโลยีต่างๆ ที่สามารถเข้าไปพัฒนาการศึกษาของเยาวชนได้โดยไม่ต้องพึ่งตำราและการเรียนในห้องเพียงอย่างเดียว ที่จะทำให้เกิดความเครียดให้แก่ชีวิตพวกเขา รวมทั้งปัญหาสุขภาวะตามมาอีกด้วย
    เมื่อเทศกาลปีใหม่เวียนมาถึง ถือเป็นสัญญาณเริ่มต้นใหม่ของใครหลายๆคน ในการเปิดรับกับสิ่งต่าง ๆ ที่จะเข้ามาในชีวิต บางคนถือโอกาสบอกลาสิ่งไม่ดีในปีเก่า และบางคนใช้ปีใหม่นี้ในการเปลี่ยนแปลงนิสัยและพฤติกรรมการใช้ชีวิตบางอย่างของตัวเอง หรือการเริ่มต้นทำในสิ่งต่าง ๆ ที่ไม่เคยทำ
    โรคติดต่อไม่เรื้อรัง (NCDs) ถือเป็นกลุ่มโรคที่เกิดจากการใช้ชีวิตที่มีความเสี่ยง โดยเฉพาะการกินอาหารที่มากเกินไป รวมทั้งขาดการทำกิจกรรมทางกายที่นำมาโดยโรคอ้วน เบาหวาน หัวใจ ความดันโลหิตสูง อัมพาต อัมพฤกษ์ ที่ทำให้คนบนโลกนี้เสียชีวิตไปมากที่สุด และยิ่งนับวันคนไทยก็มีความเสี่ยงเป็นโรคเหล่านี้มากขึ้น