อวสานอเมริกา!!!

  • Friday, December 8, 2017 - 00:00


    เรื่องของโลกช่วงนี้...น่าจะหนักหนา สาหัส กว่าบ้านเรา ไม่น้อยกว่าสิบเท่า ร้อยเท่า โดยเฉพาะหลังจากที่ประธานาธิบดี ทรัมป์บ้า แห่งสหรัฐ ไม่คิดจะฟังเสียงใครต่อใครอีกต่อไป หันมาประกาศรับรองกรุงเยรูซาเลมให้เป็นเมืองหลวงของอิสราเอลไปเมื่อไม่กี่ชั่วโมงที่ผ่านมา อันอาจเรียกได้ว่า...ถือเป็นการตัดสินใจในแบบ วอนทั้งโลกโขกหัวเธอ กันเห็นๆ...
    ----------------------------------------------
    ด้วยเหตุนี้...ใครจะใส่นาฬิกายี่ห้ออะไรในบ้านเรา คงต้องพักเอาไว้ก่อน หันไปเปิดเล้า เปิดกะลาดูโลกกะเขามั่ง น่าจะเข้าท่ากว่า ซึ่งการประกาศรับรองกรุงเยรูซาเลมให้เป็นเมืองหลวงอิสราเอลของ ทรัมป์บ้า รวมทั้งการตระเตรียมกระบวนการที่จะย้ายสถานทูตสหรัฐจากกรุงเทลอาวีฟ ไปอยู่ที่กรุงเยรูซาเลมกันแทนที่นั้น คงต้องสรุปว่า...ไม่เพียงแต่ทำให้โลกใบนี้ที่ร้อนๆ อยู่แล้ว มีแต่จะยิ่งร้อนฉ่าหนักขึ้นไปใหญ่ โดยเฉพาะเมื่อพลโลกไม่น้อยไปกว่า 1 ใน 5 ของโลก อันได้แก่ บรรดาผู้ที่อยู่ในโลกอิสลามทั้งหลาย ต่างออกอาการ รับไม่ได้ ไปด้วยกันทั้งสิ้น...
    ------------------------------------------------
    ดังนั้น...ไม่ว่าผู้เป็นมิตร ไม่เป็นมิตรกับคุณพ่ออเมริกา ต่างดาหน้าออกมาคัดค้านชนิดเป็นแผงๆ พันธมิตรในโลกอาหรับอย่างซาอุดีอาระเบีย อียิปต์ จอร์แดน ต่างพยายามดึง พยายามรั้ง แต่ยังไงๆ...ก็ไม่อาจฉุด ทรัมป์บ้า ผู้มีลูกเขยเป็นชาวอเมริกันเชื้อสายยิวให้ หายบ้า ได้เลยแม้แต่น้อย สำหรับกษัตริย์จอร์แดนนั้น...เห็นว่าได้มีโอกาสพูดสายโทรศัพท์กับผู้นำอเมริกันโดยตรง แต่ก็ยังมิอาจเกลี้ยกล่อมโน้มน้าวใดๆ ได้เลย พันธมิตรในยุโรปไม่ว่าเยอรมนี ฝรั่งเศส หรือแม้แต่อังกฤษก็แล้วแต่ ต่าง ไม่เห็นควรด้วยไปด้วยกันทั้งนั้น ระดับหัวหน้านโยบายต่างประเทศของอียู นาง Federica Mogherini ถึงกับออกมาแถลงข่าวขณะที่กำลังยืนเคียงข้างอยู่กับรัฐมนตรีต่างประเทศสหรัฐ นาย Rex Tillerson ว่าการตัดสินใจย้ายสถานทูตสหรัฐไปยังกรุงเยรูซาเลม มีแต่จะนำมาซึ่ง ความเสี่ยงภัยต่อกระบวนการสันติภาพ ในภูมิภาคนี้ และ การกระทำใดๆ ที่มีผลกระทบต่อความหมายของกระบวนการสันติภาพ พึงต้องหลีกเลี่ยงโดยเด็ดขาด...
    -------------------------------------------------
    แต่ก็นั่นแหละ...ไม่ว่าหน้าไหน ต่อหน้าไหน คง เอาไม่อยู่ ไปด้วยกันทั้งสิ้น กระทั่งเลขาธิการสหประชาชาติยังแทบไม่อยู่ในสายตาของผู้นำอเมริกันเอาเลยก็ว่าได้ อเมริกาทุกวันนี้...จึงกำลังเป็นไปดังที่รัฐมนตรีต่างประเทศเยอรมนี นาย Sigmar Gabriel ได้ไปกล่าวแสดงความคิดเห็นต่อบรรดานักคิด นักวิเคราะห์ ในเวที Berlin Foreign policy forum เมื่อช่วงวันอังคารที่ผ่านมานั่นแหละว่า... รัฐบาลสหรัฐทุกวันนี้ ไม่ได้มองโลกแบบเป็นชุมชนชาวโลกอีกต่อไป แต่มองเป็นพื้นที่แห่งการต่อสู้แย่งชิงความได้เปรียบ เสียเปรียบ ของแต่ละราย และนั่นเองที่ทำให้เรา...ไม่ว่าในฐานะเยอรมนี หรือเรา...ในฐานะยุโรป ไม่อาจปล่อยให้ปฏิกิริยาที่เรามีต่อนโยบายต่างประเทศของสหรัฐ เป็นไปแบบเรียบๆ ทื่อๆ ได้อีก แต่เราต้องหันมากำหนดสถานะของตัวเราเองโดยเร็ว แม้แต่หลังจากที่ประธานาธิบดีทรัมป์ออกจากทำเนียบขาวไปแล้ว แต่สัมพันธภาพระหว่างสหรัฐกับยุโรป ก็จะไม่มีวันเหมือนเดิมอีกต่อไป...
    -----------------------------------------------------
    พูดง่ายๆ ว่า...ด้วยเหตุเพราะความเห็นแก่ประโยชน์ของชาวอเมริกัน (American First) หรืออันที่จริงต้องเรียกว่า ความเห็นแก่ตัว นั่นแหละ ที่ทำให้รัฐบาลซึ่งได้ชื่อว่าเป็นประชาธิปไตยแบบสุดๆ นับวันยิ่งออกอาการ ขวางโลก หนักยิ่งขึ้นเรื่อยๆ หรือออกไปทาง วอนทั้งโลกโขกหัวเธอ กันเห็นๆ ไม่ว่าการถอนตัวจากข้อตกลงแก้ปัญหาภาวะโลกร้อน ความพยายามที่จะบีบบังคับประเทศยุโรปให้ยกระดับการแซงก์ชั่นรัสเซีย ที่ถือเป็นการทำลายทางออก ทางเลือก ทำลายเสถียรภาพความมั่นคงทางด้านพลังงานและบริษัทพลังงานของชาวยุโรป การฉีกข้อตกลงโครงการนิวเคลียร์กับอิหร่านเอาดื้อๆ ทั้งๆ ที่ถือเป็นข้อตกลงของชุมชนระหว่างประเทศ ไม่ใช่แต่เฉพาะอเมริกาเพียงเท่านั้น...ฯลฯ...
    ------------------------------------------------------
    ทั้งหลาย ทั้งปวง เหล่านี้นี่เอง...ที่ทำให้รัฐมนตรีต่างประเทศเยอรมนี จึงได้ตัดสินใจวิเคราะห์แบบ ฟันธง ลงไปแบบเต็มผืนเต็มด้าม บนเวทีเบอร์ลิน ฟอรัม ว่า... ระเบียบโลกแบบเดิมๆ กำลังจะถูกเปลี่ยนแปลง การครอบงำโลกของอเมริกากำลังกลายไปเป็นประวัติศาสตร์ หรือกำลังค่อยๆ จางหายไปในอีกไม่นาน-ไม่ช้า หรือพูดง่ายๆ ว่า... อวสานอเมริกา กำลังอยู่ไม่ใกล้-ไม่ไกลนับจากนี้ โอกาสจะบังคับ ข่มขู่ ไปชี้นิ้วสั่งให้ใครเป็นประชาธิปตง ประชาธิปไตย เป็นสิทธิมนุษยชนตามมาตรฐานสหรัฐ หรือตามแบบสองมาตรฐานเดิมๆ คงยากซ์ซ์ซ์ที่จะเป็นไปได้ยิ่งขึ้นเรื่อยๆ...
    -------------------------------------------------------
    ส่วนการพังทลายของระเบียบโลกแบบเก่าๆ เดิมๆ และการปรากฏตัวขึ้นมาของระเบียบโลกใหม่ที่ผิดแผกแตกต่างไปจากเดิม มันจะออกมาในแนวไหน รูปไหน เมื่อไหร่ และอย่างไรนั้น อันนี้นี่แหละ...ที่ประเทศไทยแลนด์ แดนสยาม ของหมู่เฮา แม้จะเป็นประเทศเล็กๆ แต่ก็ไม่ได้มีที่ตั้งอยู่บนอวกาศ ยังคงต้องปรากฏอยู่ในแผนที่โลกอีกต่อไป จะต้องเร่ง เปิดกะลา ออกไปดูโลก ไปสำรวจ ตรวจสอบ ว่าอะไรที่เหมาะ ที่ควร ที่สอดคล้องกับผลประโยชน์แห่งชาติ และผลประโยชน์ของมวลมนุษยชาติทั้งหลาย จะเอาแต่ปิดหู ปิดตา วิ่งไปซื้อ ถ่านหิน จากคุณพ่ออเมริกากันลูกเดียว อันนั้น...ก็ออกจะ กะลาแลนด์ จนเกินไป...
    --------------------------------------------------------
    ปิดท้ายด้วยวาทะวันนี้ จาก George Santayana (อีกครั้ง...และอีกครั้ง)... A man’s feet must be plant in his country, but his eyes should be survey the world.- เท้าของคนควรปักอยู่ในประเทศเขา แต่ดวงตาควรสำรวจดูโลก...
    -------------------------------------------------------------

  • เปลว สีเงิน

    ก็เห็นใจ "อดีตนายกฯ อภิสิทธิ์"! ที่ดิ้นสู้............ ถึงขั้นเตรียมยื่นศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัย ว่าการออกคำสั่ง คสช.ที่ ๕๓/๒๕๖๐ ของนายกฯ เข้าเงื่อนไขการใช้มาตรา ๔๔ หรือไม่? ในความเห็นผมนะ.......
  • บทบรรณาธิการ

    ข้อมูลที่สำคัญในการดำเนินนโยบายแก้ไขปัญหาความไม่สงบในจังหวัดชายแดนภาคใต้กว่า 15 ปีที่ผ่านมาของรัฐบาลไทยตั้งแต่อดีตจนถึงปัจจุบัน โดยการใช้จ่ายงบประมาณสำหรับแก้ไขปัญหาในพื้นที่ ตั้งแต่ปี 2547 จนถึงปีงบประมาณ 2561 รวม 15 ปี งบประมาณ โดยรวมคือ 290,901.6 ล้านบาท
  • เอ็กซ์-ไซท์

    รพ.ตำรวจเตรียมทำวิจัยศึกษาสาเหตุการฆ่าตัวตายของตำรวจ หลังพบเพิ่มมากขึ้น
    แนะตรวจให้ละเอียด ตำรวจท้าเสกฟ้อง รอง ผบ.ตร.-ผบช.น.โต้นักร้องดัง ยันบุกจับกุมที่บ้านดำเนินการตามขั้นตอนของกฎหมาย จะใช้สิทธิฟ้องร้องก็เชิญ รองเลขาฯ อย.เตือนตรวจฉี่ซ้ำแยกแยะชนิดยา เสพติด
    จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัยร่วมกับเอกชนผลิตสารเคลือบหมวกกันน็อกกำจัดกลิ่นและฆ่าเชื้อจูงใจคนสวมหมวกวิน
  • x-cite inside

    ปัจจุบันการเรียนรู้ของเด็กได้เปลี่ยนแปลงไป เนื่องจากมีแหล่งเรียนรู้นอกห้องเรียนมากมาย โดยเฉพาะจากสื่อออนไลน์และเทคโนโลยีต่างๆ ที่สามารถเข้าไปพัฒนาการศึกษาของเยาวชนได้โดยไม่ต้องพึ่งตำราและการเรียนในห้องเพียงอย่างเดียว ที่จะทำให้เกิดความเครียดให้แก่ชีวิตพวกเขา รวมทั้งปัญหาสุขภาวะตามมาอีกด้วย
    เมื่อเทศกาลปีใหม่เวียนมาถึง ถือเป็นสัญญาณเริ่มต้นใหม่ของใครหลายๆคน ในการเปิดรับกับสิ่งต่าง ๆ ที่จะเข้ามาในชีวิต บางคนถือโอกาสบอกลาสิ่งไม่ดีในปีเก่า และบางคนใช้ปีใหม่นี้ในการเปลี่ยนแปลงนิสัยและพฤติกรรมการใช้ชีวิตบางอย่างของตัวเอง หรือการเริ่มต้นทำในสิ่งต่าง ๆ ที่ไม่เคยทำ
    โรคติดต่อไม่เรื้อรัง (NCDs) ถือเป็นกลุ่มโรคที่เกิดจากการใช้ชีวิตที่มีความเสี่ยง โดยเฉพาะการกินอาหารที่มากเกินไป รวมทั้งขาดการทำกิจกรรมทางกายที่นำมาโดยโรคอ้วน เบาหวาน หัวใจ ความดันโลหิตสูง อัมพาต อัมพฤกษ์ ที่ทำให้คนบนโลกนี้เสียชีวิตไปมากที่สุด และยิ่งนับวันคนไทยก็มีความเสี่ยงเป็นโรคเหล่านี้มากขึ้น